โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘บ้านผู้สูงวัย’กับโจทย์สังคมไทย

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ผู้สูงอายุจะมีชีวิตยืนยาวขึ้นอย่างไร” แต่คือ จะใช้ชีวิตอย่างไรในวันที่ต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น ท่ามกลางโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่แตกต่างจากอดีต และชุมชนเมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประเด็นเรื่องที่อยู่อาศัยและระบบดูแลผู้สูงอายุ จึงกลายเป็นโจทย์ที่สังคมไทยต้องเร่งหาคำตอบร่วมกัน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเดิมได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง เพราะช่วยให้ผู้สูงอายุยังคงใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยและรักษาความสัมพันธ์ทางสังคมไว้ได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมกลับทำให้ศักยภาพในการดูแลกันภายในครอบครัวลดลง ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องเผชิญความโดดเดี่ยว ขณะที่รูปแบบที่อยู่อาศัยและบริการดูแลที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถรองรับความต้องการที่หลากหลายได้อย่างทั่วถึง

ข้อมูลจาก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ชี้ว่า การก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอดส่งผลให้การดูแลด้านที่อยู่อาศัยแก่ผู้สูงอายุเป็นประเด็นหนึ่งที่มีความท้าทาย ที่ผ่านมาภาครัฐพยายามผลักดันแนวคิด การสูงวัยในถิ่นที่อยู่ (Aging in Place) ที่เน้นให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอยู่ในบ้านหรือชุมชนเดิม โดยมีมาตรการสนับสนุนด้านต่างๆ อย่างไรก็ตาม บริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ลดทอนศักยภาพของครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องอยู่ลำพัง และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น แนวคิดดังกล่าวจึงอาจไม่สามารถตอบโจทย์ได้ในทุกกรณี

ทั้งนี้ ผลการสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า แม้คนส่วนใหญ่จะต้องการอาศัยอยู่ที่เดิมในยามเกษียณ แต่คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มไม่มีบุตรเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจรและสถานสงเคราะห์ได้รับความสนใจมากขึ้น ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ปี 2568 พบว่าประเทศไทยมีโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ (Residential) หรือบ้านพักคนชรา จำนวน 96 แห่ง รองรับได้เกือบ 1.6 หมื่นคน โดยมีความต้องการใช้บริการอยู่ในระดับสูง ขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังเข้าถึงได้จำกัด สะท้อนได้จากกรณีบ้านบางแคที่มีผู้สูงอายุรอคิวเข้าพักมากกว่า 6,000 คน แต่รองรับได้เพียง 250 คน

นอกจากนี้ ระบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุของไทยยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ 1.ข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ เนื่องจากหน่วยบริการส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดหัวเมืองหลัก ขณะที่บางจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ไม่ได้ทำงานสูงกลับมีหน่วยบริการรองรับน้อย และ 2.ข้อจำกัดด้านจิตใจและสังคม (Psychosocial) เนื่องจากผู้สูงอายุบางกลุ่มอาจไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ใหม่ในที่อยู่อาศัยใหม่ได้ และนำไปสู่ความโดดเดี่ยว

หลายประเทศจึงได้เริ่มพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่หลากหลายมากขึ้น ขณะที่ประเทศไทยมี ลำสนธิโมเดล จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุในชุมชนผ่านความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนมีวิสาหกิจเพื่อสังคมเข้ามามีบทบาทในการดูแลผู้สูงอายุ เช่น “Joy Ride” บริการรับ-ส่งและดูแลผู้สูงอายุระหว่างเดินทาง และ “เยือนเย็น” ดูแลผู้สูงอายุระยะท้ายที่บ้าน สะท้อนว่าการดูแลด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเพียงบ้านพักผู้สูงวัยเท่านั้น แต่สามารถพัฒนาควบคู่กับระบบการดูแลที่เชื่อมโยงกับชุมชนและที่อยู่อาศัยเดิม

โดยอาจมีแนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.การส่งเสริมที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุให้มีความหลากหลาย ผ่านมาตรการสนับสนุนภาคเอกชนและชุมชน เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี การสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือการจัดสรรที่ดินของรัฐ โดยควรกำหนดเงื่อนไขควบคู่ เช่น การจัดสรรสัดส่วนที่พักราคาที่เข้าถึงได้สำหรับผู้สูงอายุรายได้น้อย รวมถึงนำอาคารร้างหรือสถานที่ที่ไม่ได้ใช้งานมาปรับใช้ 2.การพัฒนาเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนให้ครอบคลุมทั้งมิติสุขภาพและมิติทางสังคม อาทิ การจัดกิจกรรมระหว่างวัย การส่งเสริมการช่วยเหลือกันในกลุ่มเพื่อนบ้าน และ 3.การสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมในการพัฒนาระบบที่อยู่อาศัยของคนต่างวัย อาทิ การจัดตั้งระบบการแบ่งปันที่อยู่อาศัยที่มีวิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นตัวกลางในการบริหารจัดการ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถอาศัยอยู่ในบ้านเดิมได้ต่อไป และลดความความโดดเดี่ยว.

ครองขวัญ รอดหมวน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...