โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นไทย” เช้านี้ (7 ก.ค. 2569) ปิดลบ 20.11 จุด กลุ่มชิ้นส่วนฯร่วงรับประกาศงบ Samsung-ฟันด์โฟลว์ต่างชาติชะลอ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (7 ก.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าที่ 1,596.77 จุด ปรับตัวลดลง 20.11 จุด หรือ 1.24% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,613.72 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,594.69 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 52,435.88 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  • PTT ราคาปิด 36.25 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 2.68% มูลค่าซื้อขาย 5,638.17 ล้านบาท

  • GULF ราคาปิด 62.50 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 2.72% มูลค่าซื้อขาย 4,652.42 ล้านบาท

  • KTB ราคาปิด 39.00 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.64% มูลค่าซื้อขาย 4,245.59 ล้านบาท

  • KBANK ราคาปิด 230.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.44% มูลค่าซื้อขาย 2,885.53 ล้านบาท

  • SCB ราคาปิด 152.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.33% มูลค่าซื้อขาย 2,263.67 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า "หุ้นไทย"วันนี้ ได้รับแรงกดดันสอดคล้องบรรยากาศการลงทุนตลาดภูมิภาคอย่างตลาดเกาหลีใต้ที่ปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ หลังการประกาศ ผลการดำเนินงานของ Samsung

ปัจจัยต่างประเทศ ตัวเลขเศรษฐกิจ “ดัชนีภาคการบริการ” หรือISM เดือน มิ.ย. ของสหรัฐชะลอตัวเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ด้านบอนด์ยีลด์และราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวหลังชะลอลงสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ มีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือการรายงานการประชุมของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ครั้งแรกของเควิน วอร์ช ในคืนวันพฤหัสบดีนี้

ปัจจัยภายในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มิ.ย. ออกมาต่ำกว่าคาดที่ 2.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.07% สูงกว่าคาด ตลาดเริ่มให้ความสนใจและให้น้ำหนักกับการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มากขึ้น โดยเบื้องต้นคาดว่าผลประกอบการจะชะลอตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนและคาดว่าจะเป็นไตรมาสที่ต่ำที่สุดของปี

บริษัทจดทะเบียนสามารถปรับตัวรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างดี ขณะที่ในครึ่งปีหลังคาดเร่งตัวขึ้นจากทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและราคาพลังงานที่ลดลง ระยะกลางเรายังคงมองบวกต่อกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก อาหาร ท่องเที่ยว ขนส่ง โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ และการแพทย์ เป็นต้น โดยคาดจะเห็นลักษณะของการหมุนเวียนกลุ่มลงทุน และกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง

ภาพรวมดัชนียังไม่มีปัจจัยใหม่หนุนชัดเจน ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติแม้แนวโน้มชะลอลงระยะสั้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยปัจจัยที่จับตาได้แก่ รายงาน FOMC minutes วันที่ 8 ก.ค. และจีนรายงานอัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. วันที่ 9 ก.ค.

กลยุทธ์การลงทุน : แนะนำเลือกหุ้นที่มีกำไรแข็งแกร่ง และได้อานิสงส์บวกจากสงครามที่คลี่คลาย เช่น ERW จากการเติบโตของโรงแรมลักชัวรีไปจนถึงระดับอีโคโนมี ช่วยชดเชยรายได้โรงแรมฮ็อป อินน์ ที่ชะลอตัว อีกทั้งระยะยาวมีแผนการลงทุนโครงการโรงแรมใหม่รองรับการเติบโต นอกจากนี้มองหุ้นเด่นประจำเดือน ก.ค. ได้แก่ BA, BBL, ERW, PR9 และ TIDLOR

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...