โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สนธิกำลังบุกช่วยหนุ่มจีน ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงข้ามชาติ รีดเงิน 10 ล้าน

สวพ.FM91

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สนธิกำลังบุกช่วย 'หนุ่มจีน' ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงข้ามชาติ รีดเงิน 10 ล้าน-บังคับเรียกค่าไถ่ตัวเอง เผยข้อมูลพบแอบอ้างเจ้าหน้าที่ทุบสถิติสูญเงินสูงสุดถึง 71 ล้านบาท
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. - 4 ก.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,588 คดี มูลค่าความเสียหาย 207,728,124 บาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้เพิ่มขึ้นจากห้วงวันที่ 21-27 มิ.ย.69 จำนวน 496 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้น 47.5 ล้านบาท ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุด มีจำนวนคดีอยู่ที่ 4,400 คดี ครองสัดส่วนถึง 78.7% ของคดีทั้งหมด และ “การหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น” เป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าความเสียหายทางการเงินสูงสุดถึง 71.75 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างภัยคุกคามที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับภัยคุกคามที่สร้างผลกระทบรุนแรง

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จึงขอแจ้งเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ดีเอสไอ หรือ ปปง. ซึ่งจะใช้จิตวิทยาข่มขู่สร้างเรื่องเท็จ ว่าคุณพัวพันกับคดีฟอกเงินหรืออาชญากรรมร้ายแรง เพื่อกดดันให้เกิดความหวาดกลัวจนยอมโอนเงินไปยังบัญชีคนร้าย อ้างว่าเป็นการตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธ์ โดยขอเน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่มีนโยบายโทรศัพท์แจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีการส่งเอกสารราชการ หรือหมายจับผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ ไม่มีการสอบปากคำผ่านทางวิดีโอคอล และที่สำคัญที่สุดจะไม่มีการบอกให้โอนเงินไปเพื่อตรวจสอบหรือแสดงความบริสุทธ์ใจเด็ดขาด หากพบพฤติการณ์ดังกล่าว ห้ามคุย ห้ามแอดไลน์ ห้ามโอนเงิน และขอให้รีบวางสายทันที เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และหากพบเบาะแสหรือได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสถิติจังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุด 3 อันดับด้วยกัน ได้แก่
1.กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความไว้ 85 คดี
2.สมุทรปราการ มีการแจ้งความไว้ 22 คดี
3.เชียงใหม่ มีการแจ้งความไว้ 20 คดี

แต่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหาย พบว่าจังหวัดที่มีมูลค่าความเสียหายมากที่สุด คือ
1.กรุงเทพมหานคร มีมูลค่าความเสียหายกว่า 8,770,930 บาท
2.เชียงใหม่ มีมูลค่าความเสียหายกว่า 2,367,712 บาท
3.สมุทรปราการ มีมูลค่าความเสียหายกว่า 352,313 บาท

ขณะที่การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะใน กลุ่มอายุ 21-30 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่องมานานหลายสัปดาห์ติดต่อกัน และเมื่อจำแนกตามประเภทคดีพบว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และอันดับ 3 คดีหลอกลวงด้านการจ้างงาน
ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ ประกอบกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที ได้ทั้งหมด 18 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 28 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 2,120,097 บาท

โดยมีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ โดยมีมูลค่าหลักล้านบาท ดังนี้
เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ Warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ปทุมวัน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นชายชาวจีน หลังรับแจ้งว่าถูกขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้เรียกค่าไถ่ตัวเองจากพ่อแม่ โดยทราบว่าผู้เสียหายเดินทางเข้าประเทศไทย และพักอาศัยอยู่ที่โรงแรม ในพื้นที่ปทุมวัน เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าช่วยเหลือ พร้อมระงับยับยั้งการโอนเงิน และการเรียกค่าไถ่ตัวเองโดยด่วน
จากการสอบถามผู้เสียหายระบุว่า มีคนโทรศัพท์มาหาอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศจีน พร้อมข่มขู่หาตัวเองเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมและหลอกให้โอนเงินไปให้ แลกกับการยุติคดี รวม 4 ครั้งเป็นเงินประมาณ 2 ล้านหยวน (ประมาณ 10 ล้านบาท) โดยเป็นการโอนที่ประเทศมาเลเซีย จากนั้นหลอกให้ผู้เสียหายเดินทางมายังประเทศไทย อ้างว่าจะดำเนินการส่งตัวกลับประเทศจีน จากนั้นยังลวงให้ผู้เสียหายเรียกค่าไถ่ตัวเองจากพ่อแม่ เพื่อแลกกับอิสระ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือไว้ได้อย่างปลอดภัย พร้อมประสานบิดาของผู้เสียหายเดินทางมารับตัวลูกชายเพื่อกลับบ้านต่อไป

เคสที่ 2 เจ้าหน้าที่ Warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สำโรงเหนือ เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 44 ปี หลังถูกหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เป็นการเทรดทองบนแพลตฟอร์มเว็บไซต์ของธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งน่าสงสัยจะเป็นเว็บไซต์ปลอม เจ้าหน้าที่จึงรีบระงับการโอนเงินลงทุน เมื่อพบผู้เสียหาย รับว่ามีการโอนเงินลงทุนจริง แต่เมื่อพยายามจะถอนเงินคืนกลับถอนไม่ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงอธิบายกลโกงมิจฉาชีพ ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าโดนหลอก มูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...