โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักเทนนิสดีกรีอดีตแชมป์ วิมเบิลดัน โดนแบนยาว 4 ปี ข้อหาไม่ให้ตรวจสารต้องห้าม

Khaosod

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
(AP Photo/Seth Wenig)

มาร์เคตา วอนดรูโซวา นักเทนนิสสาวสาธารณรัฐเช็กดีกรีอดีตแชมป์ วิมเบิลดัน ถูกลงโทษห้ามแข่งขันนานถึง 4 ปี ด้วยข้อหาปฏิเสธการตรวจสารต้องห้าม

มาร์เคตา วอนดรูโซวา นักเทนนิสสาวสาธารณรัฐเช็ก ดีกรีอดีตแชมป์ศึกแกรนด์สแลมอย่าง วิมเบิลดัน 2023 ถูกลงโทษห้ามแข่งขันนานถึง 4 ปี ด้วยข้อหาปฏิเสธการตรวจสารต้องห้าม

วอนดรูโซวาถูกตั้งข้อหาโดยองค์กรกำกับความสุจริตแห่งวงการเทนนิสระหว่างประเทศ (ไอทีไอเอ) หลังจากที่นักหวดสาวรายนี้ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ดูแลงานสารต้องห้ามเข้าบ้านของเธอเพื่อทำการตรวจเมื่อเดือนธันวาคม 2025

ต่อมาวอนดรูโซวาอ้างว่าเธอรู้สึกไม่ปลอดภัยและระบุว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำตามระเบียบปฏิบัติในการมาตรวจ แต่ล่าสุดศาลตัดสินว่านักหวดสาววัย 26 ปี ไม่มีเหตุผลที่น่าเชื่อถือมากพอต่อการปฏิเสธการตรวจหนนี้ และต้องรับโทษแบนยาวดังกล่าว

จากบทลงโทษในหนนี้ วอนดรูโซวาที่ปัจจุบันเป็นมืออันดับ 122 ของโลก จะไม่สามารถแข่งขันรายการใดได้อีกเลยจนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2030 แต่เธอก็ยังมีสิทธิ์อุทธรณ์ถึงศาลอนญาโตตุลาการ (ซีเอเอส) ภายหลังจากนี้

คาเรน มัวร์เฮาส์ ประธานบริหารซีเอเอส พูดถึงเรื่องนี้ว่า “เจ้าหน้าที่ตรวจของเราผ่านการอบรมมาอย่างดีและมีความเป็นมืออาชีพ พวกเขาพกบัตรประจำตัวอยู่เสมอ และผู้เล่นยังสามารถยืนยันตัวตนเจ้าหน้าที่ด้วยวิธีอื่นได้ด้วย”

ทั้งนี้ วอนดรูโซวาเป็นนักเทนนิสหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์วิมเบิลดันโดยไม่มีอันดับมือวางประจำทัวร์นาเมนต์ และทำให้ในปี 2023 เธอขยับอันดับโลกขึ้นมาถึงอันดับ 6 ซึ่งเป็นอันดับสูงที่สุดในอาชีพของเจ้าตัว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักเทนนิสดีกรีอดีตแชมป์ วิมเบิลดัน โดนแบนยาว 4 ปี ข้อหาไม่ให้ตรวจสารต้องห้าม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...