อ่านไม่ตอบ ตอบช้า ตอบสั้นๆ นี่เขากำลังเทเราแบบค่อยๆ หายไปอยู่รึเปล่า? รู้จัก micro-ghosting เมื่อจังหวะการตอบข้อความที่ไม่เท่ากัน ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มคลุมเครือ
‘อยู่ดีๆ ก็หาย ไลน์ไปก็อ่านแต่ไม่ตอบ กว่าจะตอบแต่ละครั้งก็ใช้เวลานาน แถมตอบกลับมาด้วยประโยคสั้นๆ ดูเหมือนเป็นความสัมพันธ์ที่เรากำลังพยายามอยู่ฝ่ายเดียว’
ใครหลายคนอาจเคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ว่าจะด้วยสถานะคนคุยที่ความสัมพันธ์ยังไม่ชัดเจน หรือในสถานะคู่รักที่ดูเหมือนความสัมพันธ์จะหนักแน่นมั่นคง แต่แล้ววันหนึ่งวันใด อีกฝ่ายกลับมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เริ่มอ่านข้อความแต่ไม่ตอบกลับ ทิ้งช่วงการตอบข้อความไปเป็นสัปดาห์ ทว่าจู่ๆ ก็ทักกลับมาพูดคุยตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ใครที่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ หรือเป็นตัวเราเองที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เราอาจกำลังเผชิญอยู่ในภาวะ Micro-ghosting หรือ การมีพฤติกรรมการสื่อสารแบบค่อยๆ หายไป ซึ่งพฤติกรรมนี้จะทำให้ความรู้สึกที่เคยมีเริ่มเปลี่ยน และบั่นทอนความสัมพันธ์ลงได้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราอาจคุ้นเคยกับ Ghosting ที่อธิบายถึงความสัมพันธ์ของการหายไปของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นอย่างดี Thairath Plus จึงอยากชวนทุกคนมารู้จักกับอีกหนึ่งคำศัพท์ที่อาจจะบั่นทอนความรู้สึกให้กับอีกฝ่ายมากขึ้นกว่าเดิมอย่าง พฤติกรรม Micro-ghosting ที่มักจะมาในรูปแบบของการใช้ระยะเวลาที่นานกว่าปกติในการตอบกลับข้อความ ขาดการติดต่อไปหลายวันหรือเป็นสัปดาห์ และกลับมาสานต่อในบทสนทนาเดิม โดยฝ่ายที่ทิ้งช่วงไปมักจะไม่ได้อธิบายถึงสาเหตุที่หายไป แต่กลับเลือกที่จะพูดคุยเหมือนไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น และทิ้งให้อีกฝ่ายต้องแบกรับความรู้สึกและคำถามที่ค้างคาใจมากมายต่อไป
เส้นบางๆ ระหว่าง 'พื้นที่ส่วนตัว' กับ 'ความไม่สม่ำเสมอ'
แน่นอนว่าในยุคที่เราต้องเชื่อมต่อกันตลอดเวลา การตอบข้อความช้าหรือการขอเวลาส่วนตัวบ้างเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในการสร้างขอบเขตและการแบ่งเวลาให้กับตัวเอง การทิ้งข้อความของเพื่อนสนิทหรือครอบครัวไว้สักพักแล้วค่อยตอบกลับในเวลาต่อมา อาจเป็นเรื่องปกติของความสัมพันธ์ที่มั่นคง
แต่ถ้ารูปแบบการสื่อสารและพฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้น หรือความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง อาจจะต้องระมัดระวังและต้องแบ่งขอบเขตระหว่างพื้นที่ส่วนตัว กับความสบายใจของอีกฝ่าย ควรเลือกวิธีการสื่อสารที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา และคำนึงถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเมื่อเราต้องหายไปแบบไร้เหตุผลด้วย
ในบทความ Have you ever been ‘micro-ghosted’? ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ของ Alice Cameron หญิงสาววัย 22 ปี ซึ่งเล่าถึงประสบการณ์การถูก Micro-ghosted ไว้ว่า เธอเคยคุยกับนักแสดงหนุ่มที่ทำงานบนเรือสำราญ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบ Long Distance Relationship แม้ช่วงแรกทั้งคู่จะเข้ากันได้ดีมากและคุยกับแทบทุกวัน แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปจังหวะการพูดคุยของเขาทั้งคู่ก็เริ่มเปลี่ยนไป
‘ทุกอย่างดูปกติดีประมาณสองสัปดาห์ แล้วจู่ๆ เขาก็จะขาดการติดต่อไปเลย 3-4 วัน’ เธออธิบายเพิ่มเติมว่า หลังจากที่เขาขาดการติดต่อไป เมื่อเขาติดต่อกลับมา เขาเลือกที่จะพูดคุยปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นก็วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ระยะเวลาที่ทิ้งช่วงเริ่มนานขึ้นเรื่อยๆ จากไม่กี่วัน กลายเป็นสัปดาห์ แม้ว่าเขาจะอธิบายว่าช่วงเวลาที่หายไปเกิดจากข้อจำกัดเรื่องงานบนเรือสำราญ แต่ความไม่สม่ำเสมอที่เกิดขึ้น ทำให้เธอเกิดความกังวล สงสัย และสับสนในความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสุดท้ายทั้งคู่จะได้นัดเจอกัน แต่กลับเป็นฝ่ายชายที่ยังคงมีความสับสนในความรู้สึกของตัวเอง จึงทำให้เกิดขึ้นพฤติกรรม Micro-ghosted ขึ้น กลายเป็นว่าความคลุมเครือที่ผ่านมา ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองและทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาว่าที่ผ่านมาเป็นเธอเองหรือเปล่าที่เผลอพูดหรือทำอะไรผิดไปจนทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจและเลือกที่จะค่อยๆ หายไปหรือเปล่า
ผลกระทบของความรู้สึกจากความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ
Rosie Jenna นักบำบัดจากระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ อธิบายว่ารูปแบบการสื่อสารที่เอาแน่เอานอนไม่ได้นี้ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้ที่รอคอยได้
‘เมื่อเราสร้างความไว้ใจและความหวังขึ้นมา ทว่าจู่ๆ กลับมาทิ้งช่วงและช่องว่างไว้ซ้ำๆ พฤติกรรมนี้สามารถกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกไม่มั่งคงทางใจได้ บางคนอาจกลับมาตั้งคำถามและโทษตัวเองแทนว่า ตัวเองยังไม่ดีพอสำหรับความสัมพันธ์ที่มั่นคงใช่ไหม การสื่อสารที่ขาดช่วงจึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องของข้อความหรือบทสนทนาทางช่องแชต แต่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกผู้ที่รอคอย และความมั่นคงทางความสัมพันธ์ได้
Ashleigh Cunningham วัย 29 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ micro-ghosted เธอเล่าว่า ช่วงที่เธอออกเดตกับผู้ชายคนหนึ่งประมาณ 5 เดือน ช่วงแรกของความสัมพันธ์ทุกอย่างพัฒนาไปเร็วมาก พวกเขามีช่วงเวลาที่ใกล้ชิดกัน ช่วงระยะเวลาที่ต้องห่างกันและแทบจะไม่ได้ติดต่อสื่อสารกันเลย
แม้พวกเขาจะยังไม่เริ่มสถานะคู่รักอย่างชัดเจน แต่การกระทำเมื่ออยู่ด้วยกันอีกฝ่ายกลับแสดงความใส่ใจและดูเหมือนว่าความสัมพันธ์จะพัฒนาต่อไปได้ ทว่าช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน เขากลับไม่ติดต่อสื่อสารหรือแลกเปลี่ยนอะไรกันเลยในชีวิตประจำวัน ทำให้เธอเกิดความสับสนกับการกระทำเหล่านั้น และเลือกที่จะจบความสัมพันธ์นั้นลงทันที
แล้วทำไมบางคนถึงมีพฤติกรรม 'Micro-ghosting'?
จากงานวิจัยเชิงจิตวิทยาอธิบายว่า พฤติกรรมที่อีกฝ่ายเลือกที่จะค่อยๆ หายไปอาจไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะทำร้ายอีกฝ่ายเสมอไป แต่เป็นกลไกป้องกันตัวเองที่เกิดจากความรู้สึกไม่มั่นคงลึกๆ ภายในจิตใจ และบางครั้งก็อาจเกิดจากรูปแบบความสัมพันธ์ที่เราสร้างขึ้นมาตอบสนองต่อความใกล้ชิดและการรับมือกับความขัดแย้งที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน
งานวิจัยอย่าง A systematic review of ghosting as a relationship dissolution method พบว่าเหตุผลหลักที่คนมักเลือกใช้วิธี Ghosting หรือ Micro-ghosting เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หลายคนที่อาจไม่มีทักษะในการรับมือกับบทสนทนาที่ตึงเครียด การทิ้งช่วงตอบแชตหรือการหายไปเฉยๆ จึงกลายเป็นทางออกที่ง่ายที่สุดของการหนีความอึดอัดใจ ความไม่สบายใจในการปฏิเสธหรือต้องแสดงความรู้สึกแบบตรงไปตรงมาออกมา
รวมถึง รูปแบบความผูกพันแบบหลีกเลี่ยง อย่างการกลัวความใกล้ชิด ชอบพึ่งพาตัวเอง รักอิสระสูง และมักจะถอนตัวออกจากความสัมพันธ์ เมื่อเริ่มรู้สึกว่าอีกฝ่ายผูกพันหรือคาดหวังกับตนเองมากเกินไป คนกลุ่มนี้มักมีกำแพงในใจและกลัวสูญเสียพื้นที่ส่วนตัว เมื่อรู้สึกว่าความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาเข้าใกล้ความจริงจัง หรือสัมผัสได้ถึงความคาดหวังจากอีกฝ่าย พวกเขาจะรู้สึกไม่ปลอดภัยและเริ่มใช้ทักษะการป้องกันตัวอย่าง Micro-ghosting โดยการถอยออกมาตั้งหลักและรักษาความมั่นคงทางใจต่อไป
โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ที่การหนีจากความสัมพันธ์ทำได้ง่ายเพียงแค่ตัดการเชื่อมต่อ จึงทำให้ใครหลายคนเลือกที่จะใช้วิธี Micro-ghosting เพื่อปกป้องความรู้สึกตัวเองจากการเผชิญหน้าหรือรับรู้ได้ว่าเราเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายเสียใจ หรือเสียความรู้สึก
งานวิจัยยังอธิบายเพิ่มเติมว่า แม้ฝ่ายที่เลือกจะหายไป อาจรู้สึกสบายใจชั่วคราวที่สามารถหลีกหนีจากความอึดอัดมาได้ แต่พฤติกรรมนี้กลับสร้างบาดแผลไว้ให้อีกฝ่าย ทั้งความรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง ความวิตกกังวล และการทำลายความมั่นใจในตัวเองลง เพียงเพราะพวกเขาไม่เคยได้รับคำอธิบายและเหตุผลใดๆ ที่ชัดเจนจากอีกฝ่ายเลย
วิธีการรับมือเมื่อต้องเผชิญกับ 'Micro-ghosting'
หากเราต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ นี่อาจจะเป็นวิธีการจัดการทั้งความรู้สึกภายในและการรับมือ เพื่อให้เราพาตัวเองออกมาจากความสัมพันธ์ที่คลุมเครือและกลับมาโฟกัสที่ความรู้สึกของตัวเราเอง
1. อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกเสียใจ แต่ห้ามลดคุณค่าตัวเอง
การรู้สึกสับสน ว้าวุ่น หรือน้อยใจเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้และเรื่องปกติของมนุษย์ ยอมรับความรู้สึกนั้น แต่อย่าปล่อยให้ความรู้สึกนั้นมาทำลายความเชื่อมั่นในตัวเอง กลับมาโฟกัสที่ชีวิตของเรา งานของเรา และสิ่งที่เรารักจริงๆ
2. ให้ความสำคัญเท่าที่เขาให้มา
หากคิดว่าเรากำลังพยายามอยู่ฝ่ายเดียว ลองหยุดตอบกลับทันทีเมื่อเขาตอบกลับมาหลังจากห่างหายไปหลายวัน หากเขาไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเราคือคนสำคัญที่เขาต้องใส่ใจ เราอาจไม่จำเป็นต้องรอข้อความและพร้อมตอบกลับเสมอไป ลองถอยออกมารักษาระยะห่าง ปล่อยให้บทสนทนาเป็นไปตามธรรมชาติ เพื่อรักษาความรู้สึกตัวเองและดูท่าทีของอีกฝ่ายว่าอยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปพร้อมกับเราเช่นกัน
3. ตั้งขอบเขตการรอคอยให้ชัดเจน
ลองกำหนดเวลาให้ตัวเองอย่างชัดเจน เช่น ถ้าภายใน 1-2 สัปดาห์ เขายังติดต่อสื่อสารแบบมาๆ หายๆ เราควรที่จะถอยออกมา การมีขีดจำกัดเวลาในใจจะช่วยให้เราไม่เผลอเอาความรู้สึกไปผูกติดอยู่กับการรอคอยที่ไม่มีวันสิ้นสุด
4. สื่อสารให้ชัดเจน
ลองสื่อสารและถามไปตรงๆ กับอีกฝ่ายให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น ความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้คืออะไร เปิดใจกับอีกฝ่ายอย่างสุภาพและอ่อนโยน การเลือกตั้งคำถามแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายได้คิดและเป็นคนตัดสินใจ แต่ถ้าเขายังเลือกที่จะเงียบหรือตอบคลุมเครือ นั่นก็อาจเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้ว
5. เดินออกมาจากความสัมพันธ์
การปกป้องตัวเองที่ดีที่สุดเมื่ออีกฝ่ายไม่เห็นคุณค่าในเวลาของเรา คือการกล้าที่จะเดินออกมาจากความสัมพันธ์นั้น แม้การตัดจบจะทำให้เราเสียใจในตอนแรก แต่มันคุ้มค่ากว่าการรอคอยแบบไร้จุดหมาย เพื่อเปิดโอกาสและพื้นที่หัวใจไว้ให้คนที่พร้อมจะมอบความชัดเจนให้กับเรา
ท้ายที่สุดแล้ว ในเรื่องของความสัมพันธ์ การสื่อสารคือหัวใจสำคัญที่สุด หากการทิ้งระยะห่างของอีกฝ่ายทำให้เรารู้สึกบั่นทอนหรือสับสน บางทีอาจไม่ใช่เรื่องของการหาว่าใครถูกหรือผิด แต่อาจเป็นสิ่งที่บอกว่า จังหวะการสื่อสารและความต้องการความชัดเจนของทั้งคู่ อาจยังไม่พอดีกัน ซึ่งการถอยกลับมาประเมินความรู้สึกตัวเอง ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการดูแลหัวใจตัวเองเช่นกัน
อ้างอิง
Have you ever been ‘micro-ghosted’?
บทความต้นฉบับได้ที่ : อ่านไม่ตอบ ตอบช้า ตอบสั้นๆ นี่เขากำลังเทเราแบบค่อยๆ หายไปอยู่รึเปล่า? รู้จัก micro-ghosting เมื่อจังหวะการตอบข้อความที่ไม่เท่ากัน ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มคลุมเครือ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath