โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร้องที่ดินทำกินหาย จาก 2 ไร่เหลือแค่ 200 ตารางวา กลายเป็นคลอง-ถนน ร้องมา 5 ปียังเงียบ

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สองผัวเมียร้อง ที่ดินทำกินหาย จากเกือบ 2 ไร่ เหลือแค่ 200 ตารางวา กลายเป็นถนน-คลองชลประทาน ผ่านมา 5 เรื่องเงียบ คำตอบที่ได้ "กำลังตรวจสอบอยู่" ลั่นนี่คงเป็นการพยายามครั้งสุดท้ายแล้ว

วันที่ 5 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า บริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร หมู่ 4 ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มีเจ้าของที่ดินรายหนึ่งนำป้ายไวนิลขนาดใหญ่ไปติดตั้งบริเวณหน้าที่ดินของตัวเอง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบ นายวรพรรณ อายุ 60 ปี และ นางอุไร อายุ 57 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของที่ดิน กำลังดำเนินการติดตั้งป้ายไวนิลขนาดกว้าง 3 เมตร สูง 2 เมตร โดยมีข้อความระบุว่า

“รวย” พร้อมเครื่องหมายกากบาททับคำว่า “รวย” และข้อความว่า “ร้องไม่ไหวแล้ว ที่ดินบริเวณนี้ถูกกรมทางหลวงและกรมชลประทานเข้าใช้พื้นที่จำนวนกว่า 1 ไร่มานานหลายสิบปี เจ้าของที่ดินติดต่อขอเงินชดเชยมานานกว่า 5 ปีแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าจากทุกหน่วยงาน เมื่อไหร่ความเดือดร้อนของประชาชนจะได้รับการแก้ไข ใครก็ได้ช่วยที”

นายวรพรรณ เปิดเผยว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด เนื้อที่รวม 1 ไร่ 3 งาน 6.6 ตารางวา ซึ่งครอบครัวถือครองมาเป็นเวลานาน แต่ภายหลังได้ว่าจ้างช่างรังวัดเข้ามาตรวจสอบพื้นที่จริง กลับพบว่าพื้นที่ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้เหลือเพียงประมาณ 200 ตารางวาเท่านั้น โดยส่วนที่เหลือถูกใช้เป็นแนวถนนเพชรเกษมและคลองชลประทาน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทำให้ทราบว่าพื้นที่บางส่วนในโฉนดยังคงปรากฏอยู่ในเอกสารสิทธิ์ของตน แต่สภาพพื้นที่จริงกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของถนนและคลองชลประทานที่ถูกใช้งานมานานหลายสิบปี จึงได้ติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความชัดเจนและขอรับการชดเชยตามสิทธิของเจ้าของที่ดิน

นายวรพรรณ กล่าวต่อว่า ในช่วงแรกกรมทางหลวงเคยแจ้งว่าจะดำเนินการเรื่องค่าชดเชยให้ แต่หลังจากนั้นเรื่องกลับเงียบหายไป ไม่มีความคืบหน้า ขณะที่กรมชลประทานก็ยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหา ทำให้ตนและครอบครัวต้องเผชิญกับความเดือดร้อนและรอคอยความเป็นธรรมมานานกว่า 5 ปี

นายวรพรรณ กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันที่ดินบริเวณดังกล่าวมีราคาประเมินประมาณไร่ละ 5 ล้านบาท จึงถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง แต่กลับไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นสาธารณูปโภคของรัฐ

ส่วนการนำป้ายมาติดตั้งครั้งนี้เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายในการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและเร่งแก้ไขปัญหา หากยังไม่ได้รับคำตอบหรือความชัดเจนเกี่ยวกับการชดเชย ตนอาจดำเนินการเรียกร้องสิทธิในที่ดินตามโฉนดที่ถือครองอยู่ต่อไป พร้อมขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งหาทางออกอย่างเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรอคอยการแก้ไขปัญหาเป็นเวลายาวนานเช่นนี้อีก

นายวรพรรณ กล่าวอีกว่า เดิมทีที่ดินแปลงนี้มีเนื้อที่ทั้งหมดตามโฉนดประมาณ 2 ไร่ การรังวัดที่ดินใหม่ เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ตนต้องการจะซ่อมแซมบ้าน จึงได้ทำการรังวัดที่ดินใหม่ เนื่องจากกังวลว่าแนวสิ่งก่อสร้างอาจจะไปล้ำเขตของกรมชลประทาน หลังจากรังวัดเสร็จสิ้น ปรากฏว่าเนื้อที่ดินที่เหลืออยู่จริงและสามารถใช้งานได้ มีอยู่เพียง 200 กว่าตารางวา เท่านั้น (เหลือเฉพาะบริเวณตัวบ้าน)

ที่ดินส่วนที่หายไปนั้น ปัจจุบันครึ่งหนึ่งกลายเป็นถนนทางหลวง และอีกส่วนหนึ่งยาวไปจนถึงข้างคลองชลประทาน ซึ่งทั้งหมดนี้ยังคงมีชื่ออยู่ในโฉนดเดิมที่ยังไม่ได้ถูกตัดแบ่ง เจ้าหน้าที่รังวัดได้แนะนำให้ไปติดต่อที่กรมชลประทาน เพื่อตรวจสอบว่าเคยจ่ายเงินเยียวยาหรือเงินเวนคืนไปแล้วหรือยัง เนื่องจากโฉนดยังไม่ได้ถูกตัดแบ่ง และชลประทานได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ยังไม่มีการจ่ายเงิน จึงได้ออกหนังสือรับรองเพื่อให้เจ้าของที่ดินนำไปใช้ยื่นขอเงินชดเชย

ตนได้ไปดำเนินการติดต่อยื่นเรื่องเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2565 และไปติดต่อกรมทางหลวงด้วย เนื่องจากทราบว่าทางหลวงได้ตัดผ่านที่ดินไปบางส่วน แต่เดินเรื่องให้เพียง 1 ปี ก็เงียบหายไป ที่ผ่านมาพยายามไปร้องเรียนและขอคำปรึกษาจากหลายแห่ง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

ผ่านมา 4-5 ปีแล้ว แต่หน่วยงานราชการไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ชัดเจนว่าทำไมถึงล่าช้า คำตอบที่ได้รับมีเพียงคำว่า "กำลังทำอยู่" หรือ "กำลังตรวจสอบเรื่องอยู่" จนทำให้เกิดความสับสน ถ้าเอาที่ดินไปใช้ประโยชน์แล้ว ก็ต้องจ่ายเงินชดเชยมา แต่หากมีเงื่อนไขหรือเหตุผลทางกฎหมายที่ทำให้ไม่สามารถจ่ายได้ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงอธิบายให้ชัดเจน เรื่องจะได้จบลง

หากหน่วยงานราชการไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้ได้ ก็ขอที่ดินคืนเพื่อนำมาใช้ประโยชน์เอง เพราะสิทธิ์ตามโฉนดยังคงเป็นของตนอยู่ อยากทราบว่าในทางกฎหมายสามารถทำได้หรือไม่

เชื่อว่าน่าจะมีประชาชนรายอื่นที่ต้องประสบชะตากรรมในลักษณะเดียวกันนี้ แต่อาจไม่มีความรู้หรือช่องทางในการเรียกร้องสิทธิ์ จึงอยากขอร้องให้สื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียง เพื่อให้หน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบโดยตรงออกมาชี้แจง และบอกแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ร้องที่ดินทำกินหาย จาก 2 ไร่เหลือแค่ 200 ตารางวา กลายเป็นคลอง-ถนน ร้องมา 5 ปียังเงียบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...