‘ดาวโจนส์’ พุ่งกว่า 400 จุด ทะลุ 50,000 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (14 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ทะยานกว่า 400 จุด แรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี ขณะนักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอด “ทรัมป์-สี” และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ล่าสุดทะยานขึ้น 444.61 จุด หรือ 0.89% มาอยู่ที่ 50,137.81 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 7,512.53 จุด เพิ่มขึ้น 68.28 จุด หรือ 0.92% และดัชนีแนสแด็กที่ 26,694.00 จุด เพิ่มขึ้น 291.66 จุด หรือ 1.10%
หุ้นเอ็นวิเดียพุ่งขึ้น 3% ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นแตะระดับราว 5.6 ล้านล้านดอลลาร์ หลังมีรายงานว่า สหรัฐอนุมัติให้บริษัทจีนประมาณ 10 แห่งสามารถซื้อชิป AI รุ่น H200 ซึ่งเป็นชิปทรงพลังอันดับสองของบริษัทได้
ขณะเดียวกัน หุ้นซิสโก้พุ่งขึ้น 14.7% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังบริษัทประกาศปลดพนักงานเกือบ 4,000 ตำแหน่ง ภายใต้แผนปรับโครงสร้างองค์กร พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ประจำปี จากแรงหนุนคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่
การปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิป เป็นปัจจัยผลักดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติสูงสุดใหม่ แม้นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลาง และแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 0.5% สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ส่วนหนึ่งของการเพิ่มขึ้นมาจากภาวะเงินเฟ้อ หลังสงครามอิหร่านผลักดันราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ให้สูงขึ้น
เดวิด รัสเซลล์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดโลกของเทรดสเตชัน กล่าวว่า ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ก็ไม่ได้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจเหมือนในอดีต เนื่องจากเงินเฟ้อ ภาษี และการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายค้าปลีก
นอกจากนี้ จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงมีเสถียรภาพ
หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวขึ้น โดยกลุ่มเทคโนโลยีนำตลาด เพิ่มขึ้น 1%
ระหว่างการประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐว่า การเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศกำลังมีความคืบหน้า แต่เตือนว่าความตึงเครียดเกี่ยวกับไต้หวันอาจทำให้ความสัมพันธ์ตกอยู่ในความเสี่ยงและนำไปสู่ความขัดแย้งได้
ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ผู้นำของสองประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกเห็นพ้องกันว่า ช่องแคบฮอร์มุซควรเปิดเพื่อให้การขนส่งพลังงานดำเนินไปอย่างเสรี และอิหร่านไม่ควรครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ขณะเดียวกัน ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคและผู้ผลิตที่ออกมาแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้ ยิ่งตอกย้ำมุมมองของตลาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไปอีกระยะหนึ่ง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ทรัมป์' เยือนจีนรอบ 10 ปี ถก 'สี จิ้นผิง' ปมการค้า-อิหร่าน-เอไอ
- จับตาซัมมิต 'ทรัมป์-สี' ท่ามกลางความท้าทายโลก
- 'สี จิ้นผิง' พร้อมทำงานร่วมกับ 'ทรัมป์' สานสัมพันธ์ 'จีน-สหรัฐ' เดินหน้ามั่นคง
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg