โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 69 7:08: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 101.17 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15 เซนต์ หรือ 0.15% ระหว่างวันพุ่งไปแตะที่ 107.13 ดอลลาร์

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 105.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ หรือ 0.09%

ราคาน้ำมันปิดตลาดทรงตัวในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) หลังสื่อรัฐบาลอิหร่านรายงานว่ามีเรือประมาณ 30 ลำเดินทางข้ามช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์โจมตีเรือหนึ่งลำและการบุกยึดเรืออีกหนึ่งลำยังคงเป็นปัจจัยกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานท่ามกลางภาวะสงครามในอิหร่าน

*** ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในสัปดาห์นี้ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นจากภาวะสงคราม ส่งผลให้เกิดคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยจะขยับตัวสูงขึ้น

ราคาทองคำแท่งมีการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 4,660 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงกว่า 1% ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดยข้อมูลของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเม.ย. เร่งตัวขึ้นในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพุ่งขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีขยับใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2025 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลเชิงลบต่อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย

*** กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แสดงความยินดีต่อการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เป็นไปในทิศทางบวก ซึ่งการลดความตึงเครียดและความไม่แน่นอนระหว่างสองประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดนั้น ถือเป็นผลดีต่อโลก

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีกำหนดการพบปะกันในวันศุกร์เพื่อสิ้นสุดการเยือนจีนอย่างเป็นทางการ หลังมีการจัดพิธีต้อนรับผู้นำสหรัฐฯ อย่างสมเกียรติและบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจระหว่างสองฝ่าย แต่ในขณะเดียวกันก็มีคำเตือนอย่างแข็งกร้าวจากสี จิ้นผิง ว่าการจัดการประเด็นไต้หวันที่ผิดพลาดอาจส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนไปสู่จุดที่อันตรายยิ่ง

*** รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านเรียกร้องให้กลุ่มประเทศ BRICS ร่วมกันประณามการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเดลี ของอินเดีย โดยมีนักการเมืองจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ร่วมหารือ ท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกปกคลุมด้วยสงครามในตะวันออกกลาง

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า จีนตกลงที่จะจัดซื้อเครื่องบินจาก Boeing จำนวน 200 ลำ ภายใต้ข้อตกลงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และนับเป็นการสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ที่ผลิตในสหรัฐฯ ครั้งแรกของจีนในรอบเกือบหนึ่งทศวรรษ

*** นักลงทุนแสดงความกังวลเพิ่มขึ้นต่อความเป็นไปได้ที่จะมีการลดความเข้มข้นในการปฏิรูปธรรมาภิบาลของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแนวทางหลักที่ช่วยส่งเสริมการสร้างมูลค่าองค์กรของบริษัทจดทะเบียนในช่วงที่ผ่านมา โดยร่างแผนการปรับปรุงฉบับใหม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เล่นในตลาดบางส่วนว่า มุ่งเน้นผลประโยชน์ของภาคธุรกิจมากจนเกินไป

*** LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton เตรียมขายแบรนด์ Marc Jacobs ให้กับ WHP Global แต่ยังไม่มีการเปิดเผยเงื่อนไขทางการเงินของข้อตกลงในครั้งนี้ โดยจาคอบส์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ จะยังคงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ให้กับแบรนด์ต่อไป

เครือบริษัทสินค้าหรูหราของฝรั่งเศสดังกล่าวเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Marc Jacobs มาตั้งแต่ปี 1997 โดยการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ WHP Global ในครั้งนี้ Marc Jacobs จะได้ร่วมพอร์ตโฟลิโอกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Vera Wang และ Rag & Bone ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้ต่อปีของกลุ่มบริษัทให้พุ่งสูงกว่า 9,500 ล้านดอลลาร์

*** น้ำมันดิบที่ถูกระบายออกมาจากคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เกือบครึ่งหนึ่งของถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ ท่ามกลางภาวะอุปทานตึงตัวทั่วโลกเนื่องจากสงครามในอิหร่าน โดยน้ำมันดิบประมาณ 13 ล้านบาร์เรลจากคลัง ถูกขนส่งไปยังยุโรปและจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของปริมาณน้ำมันดิบที่ถูกระบายออกมาจากคลังสำรองจนถึงขณะนี้

*** สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศเตรียมลาออกจากตำแหน่ง โดยจะมีผลทันทีเมื่อ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง หรือก่อนหน้านั้นเพียงเล็กน้อย

*** Suzuki Motor มีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อพิจารณาจากยอดขายในปีงบการเงินปัจจุบัน ขณะที่ Honda Motor ที่กำลังร่วงลงไปอยู่อันดับสาม

Suzuki เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์ยอดขายรถยนต์ไว้ที่ 3.55 ล้านคัน สำหรับปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดในเดือนมี.ค. 2027 ซึ่งเพิ่มขึ้น 7% ขณะที่ Honda คาดการณ์ยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันไว้ที่ 3.39 ล้านคัน

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...