หุ้นโลกจับตา “ทรัมป์พบสี จิ้นผิง” ขณะที่หุ้นเทคยังแกร่ง
#ทันหุ้น – ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดผสมผสานเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดจะสะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังสูงก็ตาม ขณะที่ดัชนี Dow Jones ปิดลบเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม นักลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับแนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งยังเป็นธีมหลักของตลาดในปีนี้ ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัว หากธนาคารกลางสหรัฐ ยังคงดอกเบี้ยระดับสูงเป็นเวลานาน
ทางด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและเหมืองแร่ หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ดัชนีกลุ่มทรัพยากรพื้นฐานปรับตัวขึ้นโดดเด่น นำโดยหุ้นเหมืองแร่รายใหญ่ของยุโรป ที่ได้อานิสงส์จากความต้องการโลหะอุตสาหกรรมและแร่สำคัญสำหรับเทคโนโลยี AI ขณะเดียวกัน ด้านผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยุโรปยังออกมาแข็งแกร่ง โดยหลายบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรได้ดีกว่าคาด แม้ต้นทุนการดำเนินงานยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ดัชนี STOXX 600 ยังคงให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ และเอเชีย จากการที่ยุโรปมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีและ AI ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหลักอื่นทั่วโลก
สำหรับตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสานในวันนี้ ท่ามกลางการจับตาการประชุมระดับผู้นำระหว่างสหรัฐ และจีน ซึ่งนักลงทุนคาดหวังว่าจะส่งสัญญาณเชิงบวกต่อประเด็นการค้า เทคโนโลยี และความร่วมมือทางเศรษฐกิจโลก โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเพื่อเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พร้อมคณะผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐ เช่น Nvidia, Apple และ Tesla ส่งผลให้ตลาดมองว่าการหารือครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดด้านเซมิคอนดักเตอร์ การส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง และแร่หายาก นักวิเคราะห์หลายสำนักประเมินว่า แม้การประชุมอาจยังไม่สามารถพลิกฟื้นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศได้ทั้งหมด แต่หากมีความคืบหน้าเชิงบวกบางส่วน ก็อาจช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและการค้าโลกในช่วงครึ่งปีหลังได้
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดแกว่งตัวในกรอบไซด์เวย์ โดยนักลงทุนรอติดตามผลการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐ และจีน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่เข้ามาสนับสนุนตลาดมากนัก ทำให้แรงขับเคลื่อนหลักยังอยู่ที่ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการรายงานผลประกอบการ หุ้นค้าปลีกและกลุ่มบริโภคบางบริษัทเริ่มรายงานกำไรออกมาดีกว่าคาด ช่วยพยุง Sentiment ตลาดในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังมีความกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2 ที่อาจชะลอตัวจากกำลังซื้อในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ รวมถึงแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง
สำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Comfirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดว่ามีโอกาสขึ้นหรือลง และTrend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นต่อเนื่อง
รวมถึง Mid Trend (ภาพหมายเลข 4) แสดงการซื้อขายหุ้นของตลาด SET วันนี้ก็มีทิศทางขาขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งสรุปจากทั้ง 3 อินดิเคเตอร์ของเราในวันนี้มองว่า มีทิศทางขาขึ้น