โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ตรวจหัวใจ ทำไมต้องมีหลายแบบ

Thonburi Hospital

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • โรงพยาบาลธนบุรี

เพราะ “หัวใจ” ไม่ได้บอกความผิดปกติของเราออกมาในรูปแบบเดียวเสมอไป

“คุณหมอครับ ผมไม่มีอาการอะไรเลย ทำไมถึงต้องตรวจหัวใจหลายอย่างด้วยครับ?”

นี่เป็นคำถามที่ผมได้ยินอยู่บ่อยมาก

โดยเฉพาะคนที่เดินเข้ามาตรวจสุขภาพด้วยความรู้สึกว่า “ก็ยังแข็งแรงดี”
เดินขึ้นบันไดได้ ทำงานได้ ออกกำลังกายได้ ไม่ได้เจ็บหน้าอก แล้วจะต้องตรวจหัวใจไปทำไม?

บางคนตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้ว และคิดว่า…

“ถ้า EKG ปกติ ก็น่าจะหมายความว่าหัวใจปกติทั้งหมดแล้วไม่ใช่หรือครับ?”

จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่เสียทีเดียวครับ

เพราะหัวใจของเรามีทั้ง “จังหวะการเต้น” “กล้ามเนื้อ” “ลิ้นหัวใจ” และ “หลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจ” ซึ่งแต่ละส่วนอาจมีปัญหาแตกต่างกัน และการตรวจแต่ละชนิดก็ถูกออกแบบมาเพื่อมองหาความผิดปกติคนละเรื่องกัน

ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า…

หัวใจเปรียบเหมือนรถยนต์หนึ่งคัน

ถ้าจะตรวจรถ เราคงไม่ได้ดูแค่ยางรถแล้วบอกว่า “รถคันนี้สมบูรณ์ดี”

เรายังต้องดูเครื่องยนต์ ระบบไฟ ระบบเบรก และส่วนประกอบอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

หัวใจก็เช่นกันครับ

❤️ EKG — ตรวจ “ไฟฟ้าหัวใจ” ในเวลานั้น

การตรวจ EKG หรือ Electrocardiogram เป็นการบันทึกคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ

เวลาที่หัวใจเต้นแต่ละครั้ง จะมีสัญญาณไฟฟ้าควบคุมให้หัวใจบีบตัวอย่างเป็นจังหวะ EKG จึงช่วยให้แพทย์ดูได้ว่า จังหวะการเต้นของหัวใจเป็นอย่างไร มีความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหรือไม่ และอาจพบสัญญาณบางอย่างที่บ่งชี้ภาวะผิดปกติของหัวใจได้

แต่มีเรื่องหนึ่งที่อยากให้คนไข้เข้าใจครับ

EKG เป็นเหมือนการถ่ายภาพหัวใจ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง

ดังนั้น หากความผิดปกติเกิดขึ้นเป็นบางช่วง เช่น ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นครั้งคราว การตรวจในช่วงที่ไม่มีอาการก็อาจไม่พบความผิดปกตินั้นได้

และ EKG ปกติ ไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดหัวใจไม่มีความตีบตันแน่นอน

🏃‍♂️ EST — แล้วถ้าอยากรู้ว่า “หัวใจตอนออกแรง” เป็นอย่างไร?

นี่คือเหตุผลที่มีการตรวจ EST หรือ Exercise Stress Test

ลองนึกถึงคนไข้คนหนึ่งที่มาหาผมแล้วบอกว่า

“ตอนนั่งเฉย ๆ ผมไม่เป็นอะไรเลยครับคุณหมอ แต่พอเดินเร็ว ๆ หรือขึ้นบันไดหลายชั้น จะรู้สึกแน่นหน้าอกและเหนื่อยผิดปกติ”

ในกรณีแบบนี้ การดูหัวใจขณะอยู่นิ่ง ๆ อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

EST เป็นการตรวจโดยให้ร่างกายออกแรงภายใต้การควบคุมและติดตามการทำงานของหัวใจไปพร้อมกัน เพื่อประเมินการตอบสนองของหัวใจขณะออกกำลัง และดูว่ามีความผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อหัวใจต้องทำงานหนักขึ้นหรือไม่

พูดง่าย ๆ คือ

EKG ถามว่า “ตอนนี้หัวใจเต้นอย่างไร?”
ส่วน EST ถามเพิ่มว่า “เมื่อหัวใจต้องทำงานหนักขึ้น หัวใจรับไหวไหม?”

อย่างไรก็ตาม EST ก็ไม่ใช่การตรวจที่เหมาะกับทุกคน และผลตรวจต้องนำไปพิจารณาร่วมกับอายุ อาการ ปัจจัยเสี่ยง และการตรวจอื่น ๆ ของแต่ละบุคคล

🫀 ECHO — มอง “โครงสร้างและการทำงานของหัวใจ”

บางครั้งเราไม่ได้อยากรู้แค่หัวใจเต้นเป็นจังหวะหรือไม่

แต่เราอยากเห็นว่า…

กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวดีหรือเปล่า?
ห้องหัวใจมีขนาดอย่างไร?
ลิ้นหัวใจทำงานปกติไหม?
มีความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจหรือไม่?

ตรงนี้คือบทบาทสำคัญของ ECHO หรือ Echocardiography

เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างภาพหัวใจ เพื่อประเมินโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ รวมถึงดูการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นหัวใจ

ลองนึกภาพว่า…

ถ้า EKG เหมือนการฟังว่า “ระบบไฟของเครื่องยนต์ทำงานเป็นจังหวะไหม”

ECHO ก็เหมือนกับการ เปิดฝากระโปรงแล้วดูเครื่องยนต์และชิ้นส่วนภายในว่าทำงานอย่างไร

ดังนั้น คนที่มีอาการเหนื่อยง่าย หอบ ใจสั่น หรือแพทย์สงสัยความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ อาจได้รับการพิจารณาตรวจ ECHO ตามความเหมาะสม

🩻 CT Calcium Score — มอง “คราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ”

และนี่เป็นอีกการตรวจที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคย

CT Calcium Score

การตรวจชนิดนี้ใช้ CT เพื่อประเมินปริมาณแคลเซียมหรือหินปูนที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจในคนบางกลุ่มได้

ลองคิดง่าย ๆ ว่า

“ถนนที่ยังดูเหมือนวิ่งรถได้ตามปกติ อาจเริ่มมีคราบหรือสิ่งสะสมเกาะอยู่ตามผนังถนน”

หลอดเลือดหัวใจก็มีลักษณะคล้ายกัน

การมีแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจสามารถเป็นหนึ่งในหลักฐานของหลอดเลือดแดงแข็งและคราบไขมันที่สะสมมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง

แต่ต้องย้ำว่า Calcium Score ไม่ได้หมายความว่าเราจะรู้รายละเอียดของหลอดเลือดหัวใจทุกอย่างจากตัวเลขเพียงตัวเดียว และไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน การจะตรวจหรือไม่ควรประเมินจากความเสี่ยงและคำแนะนำของแพทย์

แล้วทำไม “ตรวจหัวใจ” ถึงต้องมีหลายแบบ?

เพราะแต่ละการตรวจตอบคำถามไม่เหมือนกันครับ

การตรวจ สิ่งที่ต้องการประเมินโดยหลัก EKG จังหวะและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EST การตอบสนองของหัวใจขณะออกแรง ECHO โครงสร้างและการทำงานของหัวใจ CT Calcium Score ปริมาณแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจเพื่อช่วยประเมินความเสี่ยง

ดังนั้น ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องตรวจครบทุกอย่าง

นี่เป็นประเด็นสำคัญมาก

การตรวจหัวใจที่เหมาะสมควรเลือกตาม อายุ อาการ ประวัติสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง ประวัติครอบครัว และสิ่งที่แพทย์ต้องการค้นหา

บางคนอาจเริ่มต้นจาก EKG ก็เพียงพอในเบื้องต้น

บางคนมีอาการที่สัมพันธ์กับการออกแรง แพทย์อาจพิจารณาการทดสอบเพิ่มเติม

บางคนมีข้อบ่งชี้ให้ประเมินโครงสร้างหัวใจ ก็อาจเหมาะกับ ECHO

ส่วนการประเมินแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ ก็มีบทบาทเฉพาะในกลุ่มที่เหมาะสม

จึงไม่ใช่ “ตรวจเยอะ = ดีที่สุด” แต่คือ “ตรวจให้ตรงกับความเสี่ยงและคำถามที่เราต้องการหาคำตอบ”

แล้วใครควรเริ่มใส่ใจเรื่องการตรวจหัวใจ?

บางครั้งคนที่ควรระวังที่สุด ไม่ใช่คนที่กำลังเจ็บหน้าอกอยู่ตรงหน้าเรา

แต่คือคนที่พูดว่า…

“ผมไม่เป็นอะไรครับคุณหมอ แค่ช่วงนี้เหนื่อยง่ายขึ้นนิดหน่อย”

หรือ

“ขึ้นบันไดแล้วต้องหยุดพัก แต่คิดว่าเพราะอายุมากขึ้น”

หรือ

“เวลาเดินเร็ว ๆ จะรู้สึกแน่นหน้าอก แต่พอนั่งพักก็หาย”

หรือแม้แต่

“ไม่มีอาการอะไรเลยครับ แต่ที่บ้านมีประวัติโรคหัวใจ เลยอยากมาตรวจไว้ก่อน”

อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคหัวใจแน่นอนครับ

แต่เป็นข้อมูลที่ ควรเล่าให้แพทย์ฟังอย่างละเอียด

เพราะบางครั้งรายละเอียดเล็ก ๆ จากประวัติคนไข้ เป็นสิ่งที่ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้ว่า ควรตรวจอะไรเพิ่มเติมหรือไม่

❤️ และมีเรื่องหนึ่งที่อยากฝาก

โรคหัวใจไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงเสมอไป

และในทางกลับกัน…

การไม่มีอาการ ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่มีปัจจัยเสี่ยง

ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ น้ำหนักเกิน ไม่ค่อยออกกำลังกาย รวมถึงประวัติครอบครัว ล้วนเป็นข้อมูลที่แพทย์จะนำมาประเมินความเสี่ยงโดยรวม

เพราะฉะนั้น เวลาเข้ารับการตรวจสุขภาพ อย่าเพียงถามว่า

“หมอครับ ตรวจหัวใจตัวไหนดี?”

แต่อาจลองเปลี่ยนคำถามเป็น

“จากอายุ สุขภาพ อาการ และความเสี่ยงของผม การตรวจหัวใจแบบไหนเหมาะที่สุดครับ?”

คำถามนี้จะช่วยให้การตรวจมีความหมายมากขึ้น

เพราะเป้าหมายของการตรวจสุขภาพหัวใจ ไม่ใช่การตรวจให้ได้มากที่สุด

แต่คือการ ค้นหาความเสี่ยงให้เหมาะสม ค้นหาความผิดปกติให้ทันเวลา และวางแผนดูแลหัวใจตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุที่เราไม่อยากให้เกิด

หัวใจเราเต้นอยู่ทุกวัน…อย่ารอให้มันส่งสัญญาณเตือนดัง ๆ แล้วค่อยหันกลับมาดูแล ❤️

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...