โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ศุภณัฐ’ แฉช่องโหว่ตั้ง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ กลางกรุง สร้างเป็นคลังสินค้า เลี่ยงทำรายงานผลกระทบ

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 กันยายน 2569 เวลา 1.30 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'ศุภณัฐ' แฉ ช่องโหว่ตั้งศูนย์ข้อมูลกลางกรุง ในรูปแบบคลังสินค้า เลี่ยงทำ EIA พบเก็บน้ำมันกว่า 4 แสนลิตร หวั่น สร้างผลกระทบต่อชุมชน จี้ 'ผู้ว่าฯกทม.-รมว. ทส.' เร่งแก้กฎหมาย จัดโซนนิ่งด่วน

1 กันยายน 2569 - นายศุภณัฐ มีนชัยอนันต์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึงการก่อสร้างและดำเนินกิจการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่ชุมชน ว่า ปัจจุบันกิจการดังกล่าวไม่มีกฎหมายมากำกับดูแล ทำให้ผู้ประกอบการอาศัยช่องว่างไปขออนุญาตก่อสร้างในรูปแบบอาคารคลังสินค้า ซึ่งไม่ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรไฟฟ้า ทรัพยากรน้ำ การปล่อยความร้อน เสียง หรือการบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับรู้ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาจากการตรวจสอบข้อมูลร่วมกับภาคเอกชนและสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร พบว่ามีศูนย์ข้อมูลแห่งหนึ่งขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารคลังสินค้า แต่มีพื้นที่กักเก็บน้ำมันได้สูงสุดถึง 400,600 ลิตร มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีการจ้างคนมาทำงานในพื้นที่จำนวนมาก นี่คือช่องว่าง

นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตามกฎหมายผังเมือง คลังสินค้าสามารถก่อสร้างได้ในเกือบทุกผังเมือง ดังนั้นการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล โดยระบุว่าเป็นอาคารคลังสินค้า จึงสามารถตั้งอยู่ข้างโรงพยาบาลหรือใกล้ชุมชนได้อย่างสะเปะสะปะ ทั้งๆที่ควรถูกจัดโซนนิ่งตามขนาดการใช้ไฟฟ้าและอยู่ห่างไกลชุมชน โดยให้กทม.จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับเพื่อจัดให้เป็นนิคมเฉพาะ ทั้งนี้ตนเคยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยตั้งแต่ปี 2567 เพื่อขอให้กำหนดนิยามของศูนย์ข้อมูล แต่ผ่านไปกว่า 1 ปีก็ยังไม่มีการแก้ไขระเบียบใดๆเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ตนยังเรียกร้องไปยัง 2 หน่วยงานคือ 1.เสนอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครใช้อำนาจออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเพื่อกำหนดนิยามศูนย์ข้อมูลและแก้ไขข้อบัญญัติควบคุมอาคารเป็นการฉุกเฉิน รวมทั้งนำร่างผังเมืองฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการกว่า 2 ปี กลับไปปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อกำหนดข้อบังคับเรื่องศูนย์ข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนประกาศใช้ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญกับความเสี่ยงไปอีก 5-10 ปี และ 2.เรียกร้องให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กำหนดให้กิจการศูนย์ข้อมูลต้องจัดทำ EIA เพื่อให้เกิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

เมื่อถามถึง กรณีมีการร้องเรียนเรื่องกลิ่นน้ำมันจากศูนย์ข้อมูลอาจกระทบชุมชน นายศุภณัฐ กล่าวว่า ยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสังเกตการณ์ว่ากลิ่นดังกล่าวมีที่มาจากจุดใด หรือเกิดจากการรั่วไหลหรือไม่ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือมาตรการความปลอดภัยจากการสต็อกน้ำมัน แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายกำกับดูแล แต่ปัญหาหลักคือการขาดการบังคับใช้และขาดการตรวจตราอย่างจริงจังและต่อเนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างกรณีการให้โบนัสพื้นที่ก่อสร้าง (FAR Bonus) แก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดินมูลค่า 3-4 ล้านบาท ซึ่งอนุญาตให้สร้างพื้นที่ขายเพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 20% และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มหลักร้อยล้านบาท แต่กทม.กลับไม่มีกลไกติดตามว่ามีการเปิดใช้งานบ่อหน่วงน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมจริงหรือไม่

นายศุภณัฐ กล่าวด้วยว่า ในกรณีของศูนย์ข้อมูลนอกจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของสถานที่แล้ว ยังมีการคายความร้อนตลอดเวลา ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิรอบพื้นที่สูงขึ้นและทำให้ประชาชนโดยรอบต้องรับภาระค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น การปล่อยให้มีการก่อสร้างอย่างไร้ระเบียบโดยไม่มีกฎหมายผังเมืองที่เข้มแข็ง จะทำให้เมืองสูญเสียความเป็นระเบียบและความน่าอยู่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าของเมืองในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...