โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นยุโรป” เปิดทรงตัว นักลงทุนเกาะติดตะวันออกกลาง-รายงานประชุมเฟด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ส.ค. เวลา 15.36 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. เวลา 08.36 น.

"ตลาดหุ้นยุโรป" เปิดทรงตัว นักลงทุนเกาะติดตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนรอรายงานประชุมเฟด หลังมติคงดอกเบี้ยรอบล่าสุดไม่เป็นเอกฉันท์ และกรรมการ 3 คนหนุนขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 15.20 น. ตลาดหุ้นยุโรปเปิดการซื้อขายเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยนักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขาย ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันตลาดรอจับสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ จากรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

*ดัชนี STOXX 600 ซึ่งสะท้อนภาพรวมตลาดหุ้นยุโรป เปิดที่ 652.07 จุด เพิ่มขึ้น 0.17 จุด หรือ 0.03% ขณะที่ ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส เปิดที่ 8,523.25 จุด เพิ่มขึ้น 13.89 จุด หรือ 0.16% และ ดัชนี DAX ของเยอรมนี เปิดที่ 26,146.12 จุด เพิ่มขึ้น 17.76 จุด หรือ 0.07% สะท้อนว่าตลาดยังขาดปัจจัยหนุนที่ชัดเจน ขณะที่นักลงทุนประเมินความเสี่ยงทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย*

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตา คือรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ประจำเดือนก.ค. ซึ่งอาจให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดต่อเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี หลังการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค. เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% แต่การตัดสินใจครั้งดังกล่าวไม่เป็นเอกฉันท์ โดยกรรมการ 9 คนสนับสนุนการคงดอกเบี้ย ขณะที่อีก 3 คนต้องการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

ความเห็นที่แตกต่างกันภายใน FOMC สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านราคาที่ยังไม่หมดไป หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ อยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของเฟดมาเป็นเวลานาน นักลงทุนจึงให้ความสำคัญกับถ้อยคำในรายงานการประชุม เพื่อประเมินว่าเจ้าหน้าที่เฟดมีความกังวลต่อเงินเฟ้อมากเพียงใด และมีแนวโน้มสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดพันธบัตร ค่าเงินดอลลาร์ และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นยุโรป

นอกจากนี้ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นอีกปัจจัยที่จำกัดความต้องการรับความเสี่ยงของนักลงทุน โดยตลาดยังติดตามผลกระทบต่อราคาพลังงานและแนวโน้มเงินเฟ้อ เนื่องจากหากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุนและทำให้ธนาคารกลางรายใหญ่ต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้นในระยะต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...