โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฉายา "โสมแห่งผัก" ราคาหลักสิบ บำรุง 5 อวัยวะภายใน ล้างพิษดับร้อน ไทยมีขายเต็มตลาด!

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ฉายา

ฉายา "โสมแห่งผัก" ผักราคาหลักสิบ บำรุง 5 อวัยวะภายใน ล้างพิษดับร้อน มีขายเต็มตลาดทุกวัน

ในบรรดาผักงอกหรือผักต้นอ่อนทั้งหลาย "ถั่วงอก" (จากถั่วเขียว) ได้รับการยกย่องและขนานนามว่าเป็น "โสมแห่งผัก" ถือเป็นวัตถุดิบใกล้ตัว ราคาย่อมเยา และหาซื้อได้ง่ายตลอดทั้งปีตามท้องตลาดทั่วไป ทว่าสรรพคุณทางยาและการบำรุงร่างกายกลับสูงเกินราคา ทั้งช่วยดับร้อน ขับพิษ ขับปัสสาวะ ลดอาการช้ำบวม และช่วยเสริมการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารได้อย่างยอดเยี่ยม

ทำไม "ถั่วงอก" ถึงได้รับการยกย่องเป็น "โสมแห่งผัก"?

ตามรายงานของ CCTV Life ระบุว่า ในตำรับแพทย์แผนจีน "ถั่วงอก" มีรสหวาน ฤทธิ์เย็น ช่วยบำรุงและปรับสมดุลร่างกาย รสหวานช่วยฟื้นฟูกำลัง ขณะที่ฤทธิ์เย็นมีสรรพคุณดับพิษร้อนในร่างกายได้เป็นอย่างดี

ในตำรายาจีนโบราณ "เปิ่นเฉ่ากังมู่" (Bencao Gangmu) มีการบันทึกไว้ว่า ถั่วงอกถั่วเขียวมีสรรพคุณช่วยถอนพิษสุรา แก้ร้อนใน และ "บำรุงสามส่วน" (ซานเจียว / ทริปเปิลเบิร์นเนอร์) ได้แก่:

  • ส่วนบน (หัวใจและปอด): ช่วยบรรเทาอาการคอแห้ง เจ็บคอ จากภาวะร้อนใน
  • ส่วนกลาง (ม้าม กระเพาะอาหาร และระบบย่อย): ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ทำให้ย่อยง่ายขึ้น
  • ส่วนล่าง (ไต กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้): ช่วยขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ลดอาการบวมน้ำ แน่นตัว หรือความอิดโรยในวันที่มีอากาศชื้น

ในมุมมองของคุณค่าทางโภชนาการสมัยใหม่ ถั่วงอกเป็นผักพลังงานต่ำ แต่อุดมไปด้วยน้ำและสารอาหารสำคัญ เช่น สเตอรอลจากพืช, กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน, โพแทสเซียม, วิตามินเค, โฟเลต รวมถึงกรดอะมิโนจำเป็นอย่างลูซีน (Leucine) และไลซีน (Lysine)

ที่น่าสนใจคือ เมื่อถั่วเขียวเพาะงอกกลายเป็นถั่วงอก ปริมาณสารโพลีฟีนอลและวิตามินจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าตอนเป็นเมล็ดถั่วหลายเท่า ทำให้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงขึ้น มีไฟเบอร์และกรดอะมิโนที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ควบคุมน้ำหนัก และเสริมภูมิคุ้มกัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง, โรคอ้วน, ผู้ที่มีปัญหาท้องผูก หรือผู้ที่มีอาการร้อนในบ่อยๆ

กินถั่วงอกอย่างไรให้ปลอดภัย และได้คุณค่าสูงสุด?

แม้จะมีประโยชน์มาก แต่วิธีการรับประทานและการเลือกซื้อก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน:

1. ไม่ควรรับประทานดิบในปริมาณมาก: ในกระบวนการเพาะงอก ความชื้นอาจทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เช่น Salmonella หรือ E. coli ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ ดังนั้นก่อนนำมารับประทานควรล้างให้สะอาดและปรุงให้สุกผ่านความร้อนก่อนเสมอ

2. ผู้ป่วยโรคเกาต์ทานได้: แม้ถั่วเขียวจะมีสารพิวรีน (Purine) แต่เมื่อนำมาเพาะเป็นถั่วงอก ปริมาณพิวรีนจะลดลงอย่างมาก ผู้ที่มีกรดยูริกสูงหรือเป็นโรคเกาต์จึงสามารถรับประทานถั่วงอกสุกในปริมาณที่เหมาะสมได้อย่างปลอดภัย

3. เลือกความยาวที่พอดี: ถั่วงอกที่มีความยาวประมาณ 3–5 เซนติเมตร จะเป็นช่วงที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุด หากยาวเกิน 5 เซนติเมตรขึ้นไป สารอาหารจะเริ่มลดน้อยลง

ทริกสังเกต "ถั่วงอกไร้สาร" ปลูกธรรมชาติ

เพื่อให้ได้ถั่วงอกที่ปลอดภัย ปราศจากสารเคมีเร่งโต หรือสารเร่งขาว สามารถใช้เทคนิคการสังเกตง่ายๆ ดังนี้:

  • ดมกลิ่น: ถั่วงอกธรรมชาติจะมีกลิ่นหอมสดชื่นแบบผักสด หากมีกลิ่นฉุนแปลกๆ หรือกลิ่นคล้ายสารยูเรีย ไม่ควรเลือกซื้อ
  • สังเกตลำต้น: ถั่วงอกธรรมชาติลำต้นจะตรง ไม่หนาอ้วนจนผิดปกติ มีความกรอบ สีกระจ่างใส หากพบต้นอ้วนอวบ อิ่มน้ำอวบอิ่มผิดธรรมชาติ หรือมีสีขาวซีดออกเทา ให้ระวังการใช้สารเคมี
  • ดูที่ราก: ถั่วงอกปลูกธรรมชาติจะมีส่วนรากยาวและสมบูรณ์ ไม่มีอาการรากเน่า ส่วนถั่วงอกที่กุดสั้นมาก แทบไม่มีราก หรือไม่มีรากเลย อาจเป็นสัญญาณของการใช้สารเคมีควบคุมการเติบโต
  • สีของเมล็ดและสัมผัส: เมล็ดถั่วต้องคงสีธรรมชาติ ไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มผิดปกติ และเมื่อลองหักดู เนื้อจะมีความกรอบและฉ่ำน้ำ

สรุป: "ถั่วงอก" ไม่ใช่แค่ผักเคียงจานธรรมดา แต่เป็นสุดยอดอาหารบำรุงสุขภาพราคาประหยัด แค่เลือกซื้อให้เป็น นำมารบล้างให้สะอาด และนำไปปรุงสุกผ่านความร้อน ก็จะได้ประโยชน์เต็มๆ เหมือนได้ทานโสมบำรุงร่างกายแล้วครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...