โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองถม ตั้ง One Stop Service ช่วยผู้ประสบภัย

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองถม ตั้ง One Stop Service ช่วยผู้ประสบภัย เร่งหาสาเหตุไฟไหม้ใหญ่ เผยปาฏิหาริย์ คลองถมถล่มชั้น 2-3 ทับเละ แต่กระบะวีโก้ชั้น 3 รอดไร้รอยขีดข่วน

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 31 ส.ค.2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ภายในศูนย์การค้า “คลองถมเซ็นเตอร์” ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา กทม. เฝ้าติดตามสถานการณ์ โดยหน้าที่หลักของ กทม. คือการควบคุมไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ ซึ่งเมื่อคืนพบจุดความร้อน 3 จุด แต่อุณหภูมิไม่ได้สูงมาก จึงมองว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น และใกล้เข้าสู่ภาวะที่ไม่มีปัญหาแล้ว สำหรับวันนี้ สิ่งสำคัญคือการให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ โดย กทม. ได้จัดเตรียมแบบและพยายามรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้สภาพอาคารชั้น 2 พังลงมาทับชั้น 1 ทำให้จุดที่เป็นต้นเหตุของเพลิงอาจค้นหาได้ยาก จึงต้องใช้หลักฐานประกอบ ทั้งจากภาพใน TikTok และข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เข้าไปในพื้นที่ เพื่อระบุจุดที่เกิดต้นเพลิง

จากข้อมูลเบื้องต้นคาดว่าจุดต้นเพลิงน่าจะอยู่บริเวณล็อกที่ 5 เข้าไปประมาณ 20 เมตร โดยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจะเข้าพื้นที่ในเวลา 08.00 น. เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม แต่การตรวจสอบทั้งอาคารอาจทำได้ยาก จึงจะพยายามสืบค้นข้อมูลก่อน ส่วนอาคารแถวโดยรอบ กทม. พยายามดูว่าจะสามารถเข้าอาคารได้เมื่อใด เนื่องจากต้องการให้พื้นที่กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว โดยเฉพาะอาคารแถวด้านหลัง ซึ่งจะให้ผู้อำนวยการเขตเร่งดูแลต่อไป

ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายและเจ้าของรถ นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มมีผู้แสดงตัวแล้ว โดยมีรถอยู่คันหนึ่งที่ต้องตรวจสอบเรื่องความเสียหายต่อไป เบื้องต้นให้ผู้ได้รับความเสียหายไปลงทะเบียนที่วัดพระพิเรนทร์ ซึ่ง กทม. เปิดเป็น One Stop Service และมีหน่วยงานต่าง ๆ อยู่ในจุดเดียวกัน เพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายไว้ก่อน เบื้องต้นรถที่อยู่ด้านในประมาณ 8 คัน แต่ตัวเลขยังไม่แน่นอน โดยจากการพูดคุยกับผู้ประกอบกับทราบว่ารถภายในอาคารไม่ได้มีจำนวนมาก เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ค่อยดี และเหตุเกิดในช่วงกลางคืน แต่มีคันหนึ่งเป็นรถกระบะยังอยู่ในสภาพดี คาดว่าน่าจะจอดอยู่ที่บริเวณชั้น 3 ก่อนที่จะร่วงลงมากองอยู่ ซึ่งกำลังหาวิธีเอาออกมาอยู่

สำหรับเรื่องค่าชดเชยต่าง ๆ ต้องพูดคุยกับบริษัทประกันและเจ้าของอาคารอีกครั้ง ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตสำรวจพื้นที่โดยรอบว่ามีจุดใดที่ยังมีพื้นที่ค้าขายหรือมีพื้นที่ว่าง เพื่อรองรับพ่อค้าที่ได้รับผลกระทบและต้องการกลับมาค้าขายต่อ รวมถึงผู้ที่มีพื้นที่ค้าขายและต้องการให้ผู้ประสบภัยเข้าไปค้าขาย สามารถแจ้งกับทางเขตได้ เพื่อช่วยบรรเทาภาวะชั่วคราวไปก่อน

กรณีที่เพลิงลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชนบริเวณด้านหลัง นายชัชชาติ กล่าวว่า ต้องให้มีการรายงานก่อนว่ามีใครได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด โดยมองว่าจุดที่ได้รับความเสียหายน่าจะเป็นตัวคลองถมเซ็นเตอร์ และห้องแถวที่เป็นอาคารสายทองประมาณ 8-9 คูหา ส่วนพื้นที่ด้านนอกไม่น่าจะมีความเสียหายมาก

ส่วนสถานการณ์คุณภาพอากาศ นายชัชชาติ กล่าวว่า ในวันแรกที่เกิดเหตุมีฝุ่นค่อนข้างมาก ทั้ง PM2.5 และ PM10 สูงมาก แต่ไม่พบก๊าซพิษ และสถานการณ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก กทม. ส่งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศและติดตามตามแนวทางลม ซึ่งลมพัดไปทางทิศเหนือ โดยในวันแรกกลิ่นควันไปถึงบริเวณดอนเมือง ส่วนขณะนี้สถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากยังมีการส่งรถตรวจสอบคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ส่วนการรื้อถอนอาคาร เป็นหน้าที่ของเจ้าของอาคาร เนื่องจากหน้าที่ของ กทม. ไม่ได้มีหน้าที่รื้อถอนอาคาร โดยเปรียบเทียบกับกรณีอาคาร สตง. ที่ กทม. มีหน้าที่ดูแลผู้ประสบภัย เมื่อผู้ประสบภัยถูกนำออกมาได้หมดและไม่มีผู้ประสบภัยเหลืออยู่ กทม. ก็ถอนตัว

ดังนั้น หากกรณีนี้ตรวจสอบแล้วเรียบร้อย ไฟไม่คุกรุ่นแล้ว และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานดำเนินการเสร็จสิ้น กทม. ก็จะถอนตัวและกั้นโซนพื้นที่ ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของเจ้าของอาคารในการดำเนินการรื้อถอนต่อไป เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจะต้องเข้าไปตรวจสอบจุดไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า หากดูจากแผนที่จะอยู่บริเวณโซน C โดยมีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของ กทม. ว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงคนแรกเดินทางมาด้วยรถจยย. และเข้าไปทางด้านหลัง ก่อนลากสายดับเพลิงประมาณ 30 เมตร ไปถึงจุดต้นเพลิงพอดี ซึ่งจุดดังกล่าวจะต้องดูหลักฐานอื่นประกอบด้วย ที่เกิดเหตุมีพยานจำนวนมาก เนื่องจากในช่วงแรกมีพนักงานและผู้ที่อยู่ในพื้นที่พยายามเข้าไปดับเพลิง จึงมีผู้ที่เห็นเหตุการณ์และสามารถให้ข้อมูลได้ ดังนั้นการตรวจสอบจึงต้องรวบรวมข้อมูลจากพยานบุคคลและผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับพยานวัตถุ ไม่ได้พิจารณาเฉพาะพยานวัตถุเพียงอย่างเดียว

ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ แต่ยังไม่สามารถเก็บหลักฐานบริเวณต้นเพลิงได้ เนื่องจากพื้นชั้น 2 และ 3 ถล่มลงมา ต้องรื้อถอนโครงสร้างเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ตำรวจระบุยังไม่ตัดประเด็นการเกิดเหตุ ทั้งอุบัติเหตุและการจงใจ พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน

พล.ต.ต.วาที กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าสำรวจพื้นที่โดยรอบ แต่ยังไม่สามารถเข้าไปเก็บพยานหลักฐานบริเวณจุดเกิดเหตุได้ เนื่องจากพื้นลานจอดรถบริเวณชั้น 2 และชั้น 3 ถล่มลงมา โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 1 โซน C ขณะนี้ พฐ.ทราบจุดต้นเพลิงจากภาพวิดีโอแล้ว แต่ยังต้องตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ โดยจำเป็นต้องรื้อถอนโครงสร้างบริเวณชั้น 2 และ 3 ออกก่อน เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ระหว่างการตรวจพื้นที่ยังพบว่ามีกลิ่นสารเคมีค่อนข้างรุนแรง ทำให้พยานบุคคลที่เจ้าหน้าที่นำเข้ามาชี้จุดเกิดเหตุมีอาการเป็นลม

ด้าน นายศุภกรณ์ สอนใหม่ หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ระบุว่า ได้แจ้งให้เจ้าของอาคารดำเนินการจัดหาผู้รับเหมา รวมถึงวิศวกรควบคุมงาน เพื่อรื้อถอนโครงสร้างที่ได้รับความเสียหาย โดยจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานที่จะเข้าตรวจสอบพื้นที่ด้วย เบื้องต้นเจ้าของอาคารให้ความร่วมมือ และคาดว่าจะเร่งดำเนินการภายในสัปดาห์นี้

ขณะที่ พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 เปิดเผยว่า ตำรวจได้จัดศูนย์รับแจ้งความและอำนวยความสะดวกให้ผู้ได้รับความเสียหายตั้งแต่วันแรก โดยขณะนี้มีผู้เข้าแจ้งความแล้ว 170 ราย และสอบปากคำแล้ว 138 ราย สำหรับผู้เสียหายที่ก่อนหน้านี้อาจจำรายละเอียดความเสียหายได้ไม่ครบ สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ สน.พลับพลาไชย 1 ซึ่งจัดเจ้าหน้าที่ไว้รองรับโดยเฉพาะ ส่วนการสอบสวน ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งจากพยานบุคคล พยานแวดล้อม และข้อมูลจากกองพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงประสานกับกรุงเทพมหานคร เพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทั้งหมดเข้าด้วยกัน ส่วนประเด็นสาเหตุเพลิงไหม้ ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งการเกิดจากอุบัติเหตุหรือการจงใจ โดยมอบหมายฝ่ายสืบสวนตรวจสอบไว้หลายแนวทาง และรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อประกอบสำนวนคดี สำหรับเรื่องประกันภัยของอาคาร เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่ามีการทำประกันไว้ แต่ยังไม่มีเอกสารยืนยัน จึงต้องรอตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานให้ชัดเจนอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถกระบะโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 381 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บนลานจอดรถชั้น 3 ซึ่งไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่ได้พบเห็น ต่างถามหาเลขทะเบียนเพื่อเอาไปซื้อหวยที่จะออกในวันพรุ่งนี้ และยังมีรถเก๋งอีกคันที่จอดอยู่ชั้นเดียวกัน แต่เป็นคนละโซน ได้รับความเสียหายเล็กน้อย คือ รถมาสด้า ซีเอ็กซ์ 3 สีขาว ทะเบียน 7ขฮ 5106 กรุงเทพมหานคร ถือเป็นความโชคดีของเจ้าของรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างหาวิธีนำรถทั้ง 2 คันออกมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองถม ตั้ง One Stop Service ช่วยผู้ประสบภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...