องค์การอวกาศไต้หวันผนึกกำลังเซเทลลิกซ์ เปิดตัว iSPARK ศูนย์เร่งการเติบโตเทคโนโลยีอวกาศแห่งใหม่
เซเทลลิกซ์ (SATELYX) บริษัทดาวเทียมสัญชาติอังกฤษ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับองค์การอวกาศไต้หวัน (Taiwan Space Agency หรือ TASA) ในฐานะพันธมิตรร่วมสร้างสรรค์ระดับนานาชาติของ ไอสปาร์ก (iSPARK) ศูนย์เร่งการเติบโตทางธุรกิจอวกาศแห่งใหม่ล่าสุดในเมืองซินจู เพื่อดึงศักยภาพของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของไต้หวัน มาช่วยยกระดับการทดสอบฮาร์ดแวร์อวกาศในวงโคจรจริง
ศูนย์เร่งการเติบโตไอสปาร์ก ตั้งอยู่บนวิทยาเขตโบ๋ไอ้ ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติหยางหมิงเจียวตง (National Yang Ming Chiao Tung University) ซึ่งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ขององค์การอวกาศไต้หวัน และอุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตไมโครชิปที่สำคัญระดับโลก การตั้งศูนย์แห่งนี้เปิดโอกาสให้กลุ่มสตาร์ตอัปด้านอวกาศสามารถใช้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และการวิศวกรรมที่มีอยู่แล้วอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเริ่มต้นสร้างห้องปฏิบัติการใหม่ทั้งหมดขึ้นมาเอง
องค์การอวกาศไต้หวัน ได้วางโครงสร้างการเข้าร่วมโครงการไอสปาร์ก ไว้เป็น 3 รูปแบบหลัก รูปแบบแรกคือการเข้าใช้พื้นที่ทำงานจริงในวิทยาเขต รูปแบบที่สองคือการเข้าร่วมผ่านระบบเสมือนจริงทางไกล ซึ่งยังคงได้รับคำปรึกษาและสิทธิ์การเข้าประชุมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ และรูปแบบที่สามคือความร่วมมือในฐานะพันธมิตรร่วมสร้างสรรค์ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่องค์กรหรือบริษัทภายนอกที่มีเทคโนโลยีและเครื่องมือพร้อมใช้งาน นำมาช่วยสนับสนุนให้สตาร์ตอัปในโครงการสามารถนำไปปรับใช้ในการทดสอบได้ทันที
โดยทั่วไป การพิสูจน์ว่าเซนเซอร์หรือคอมพิวเตอร์ประมวลผลบนยานอวกาศสามารถทำงานและทนทานต่อสภาพแวดล้อมในอวกาศได้จริง ถือเป็นโจทย์ที่ยากและมีราคาสูงมาก บริษัทต่างๆ มักจำเป็นต้องระดมทุนสร้างดาวเทียมทั้งดวง จัดทำสัญญาปล่อย จัดหาใบอนุญาต และจัดการระบบสื่อสารภาคพื้นดิน เพียงเพื่อทดสอบอุปกรณ์ชิ้นเดียว เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เรียกว่าประวัติการใช้งานจริงในอวกาศ (Flight Heritage)
เซเทลลิกซ์ ได้เข้ามาแก้ไขปัญหานี้ด้วยการนำเทคโนโลยีจากหลายหน่วยงานมารวมไว้ในดาวเทียมดวงเดียวกัน จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการสร้างดาวเทียม ค่าใช้จ่ายในการนำขึ้นสู่วงโคจร และการดำเนินงานรายวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สตาร์ตอัปสามารถเข้าถึงการสาธิตเทคโนโลยีในวงโคจร (In-Orbit Demonstration) ได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่า
แมตธิว แมปพิน (Matthew Mappin) ผู้ก่อตั้งร่วมและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของเซเทลลิกซ์ ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า การวางตำแหน่งของไอสปาร์กให้เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย อุทยานวิทยาศาสตร์ และองค์การอวกาศไต้หวัน สะท้อนถึงแนวคิดการสร้างบริษัทอวกาศยุคใหม่ เนื่องจากมหาวิทยาลัยเป็นจุดกำเนิดของไอเดียและเทคโนโลยีใหม่ๆ ขณะที่อุทยานเทคโนโลยีคือสถานที่เปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และบริษัท และองค์การอวกาศไต้หวัน คือผู้ผลักดันการพัฒนาเหล่านั้นให้กลายเป็นศักยภาพเชิงพาณิชย์ในอวกาศอย่างแท้จริง
เบื้องหลังการก่อตั้งไอสปาร์ก เกิดจากความมุ่งมั่นของรัฐบาลไต้หวันในการผลักดันเศรษฐกิจอวกาศอย่างจริงจัง ผ่านงบประมาณในโครงการอวกาศระยะที่ 3 สูงถึง 71,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 7.45 หมื่นล้านบาท พร้อมวางเป้าหมายที่จะขยายมูลค่าอุตสาหกรรมอวกาศในประเทศให้แตะระดับ 500,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5.25 แสนล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2574 โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนกลุ่มวิจัยและทีมผลิตฮาร์ดแวร์ให้กลายเป็นบริษัทเชิงพาณิชย์ที่สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ได้ทั่วโลก
สำหรับเซเทลลิกซ์ ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีเครือข่ายความร่วมมือแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศที่เคยทำงานในสิงคโปร์ก่อนที่จะมาร่วมก่อตั้งบริษัท และในปัจจุบันมีความเคลื่อนไหวเชิงพาณิชย์หลากหลายในไต้หวัน นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนงานในการจัดงานสัมมนาออนไลน์เพื่อช่วยเหลือบริษัทฮาร์ดแวร์ในการประเมินความจำเป็นระหว่างการทดสอบในอวกาศจริงกับการทดสอบบนพื้นโลก ซึ่งจะเริ่มจัดร่วมกับ สเปซฮับ ยอร์กเชียร์ (Space Hub Yorkshire) ในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 ที่จะถึงนี้
ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาความร่วมมือกับศูนย์บ่มเพาะธุรกิจขององค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency หรือ ESA) เพื่อขยายเครือข่ายไปยังฝั่งยุโรป รวมถึงเตรียมเข้าร่วมงานประชุมอุตสาหกรรมอวกาศ TASTI 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นทางตอนใต้ของไต้หวันในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2569 นี้ด้วยเช่นกัน
ข้อมูลอ้างอิง: Taiwan Space Agency
- SATELYX joins Taiwan’s new Hsinchu space accelerator, betting on chip-cluster spillover