“มท.4” สั่งลุย! ปราบ “ภัยทะเบียน” ล้างช่องโหว่ทั้งระบบ ไล่ถึงต้นตอ–คน–เจ้าหน้าที่
“วรศิษฎ์” สั่งกรมการปกครองเดินหน้าปราบภัยทะเบียนเชิงรุก นำผลจากปฏิบัติการที่ผ่านมาเป็นฐานขยายผล ไม่หยุดแค่จับรายคดี แต่ให้ตรวจสอบทุกระดับ หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงแนวทางการเดินหน้าปราบปรามการทุจริตและการใช้ประโยชน์จากระบบทะเบียนราษฎรว่า ปฏิบัติการที่ผ่านมาทั้ง “กวาดบ้านกลางกรุง” และ “ปฏิบัติการไชยปราการ” ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงจับกุมผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นทั้ง “ช่องโหว่ของระบบ” และ “คนที่อยู่เบื้องหลัง” อย่างชัดเจนมากขึ้น
โดยปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” พบความผิดปกติจากการตรวจสอบทะเบียนและการพักอาศัยในพื้นที่เป้าหมาย ขณะที่ “ปฏิบัติการไชยปราการ” ได้ขยายผลการตรวจสอบไปถึงบุคคลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการทุจริตด้านทะเบียนราษฎรจำเป็นต้องมองทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุดที่พบปัญหาเท่านั้น
นายวรศิษฎ์ ระบุว่า จากนี้ได้สั่งการให้เดินหน้าตรวจสอบต่อ โดยไม่ให้จบเพียงคดีที่สามารถจับกุมได้ แต่ต้องนำข้อมูลจากทุกปฏิบัติการมาวิเคราะห์ เพื่อค้นหาความผิดปกติในพื้นที่อื่นด้วย
พร้อมกำหนดแนวทางการทำงานให้ชัดเจน 4 ขั้นตอน คือ “ตรวจให้เจอ – ขยายผลให้ถึง – จัดการคนผิด – ปิดช่องโหว่” เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบทะเบียนถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสวมสิทธิ หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทะเบียนราษฎรถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญของประเทศ ดังนั้นจึงไม่ควรมองเรื่องทะเบียนเป็นเพียงขั้นตอนด้านเอกสาร แต่ต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง เพราะหากข้อมูลต้นทางเกิดความผิดพลาด อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามมาเป็นวงกว้าง
นายวรศิษฎ์ ย้ำว่า สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยกำลังดำเนินการ คือการ “ปิดช่องตั้งแต่ต้นทาง” ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงค่อยติดตามแก้ไข โดยผู้ที่กระทำผิดต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่ผู้ที่เปิดช่องให้เกิดการทุจริตก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน และทุกช่องโหว่ที่ตรวจพบจะต้องได้รับการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ
ขณะเดียวกัน ผลจากปฏิบัติการที่ผ่านมา จะไม่ถูกมองเป็นเพียงตัวเลขหรือสถิติการจับกุม แต่จะนำมาใช้เป็น “บทเรียนจากพื้นที่จริง” เพื่อวิเคราะห์หารูปแบบของความผิดปกติ และตรวจสอบว่ามีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นหรือไม่
พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูล และเพิ่มการทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะการตรวจสอบรายการที่มีลักษณะผิดปกติ การเชื่อมโยงข้อมูลของบุคคล รวมถึงการตรวจสอบกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะขยายกลายเป็นปัญหาใหญ่
นายวรศิษฎ์ ย้ำแนวทางการทำงานอย่างชัดเจนว่า “เจอคนผิดต้องจัดการ เจอขบวนการต้องขยายผล เจอช่องโหว่ต้องปิด” พร้อมระบุว่านี่คือแนวทางของการปราบ “ภัยทะเบียน” นับจากนี้
อย่างไรก็ตาม นายวรศิษฎ์ย้ำว่า การเดินหน้าปราบปรามภัยทะเบียนจะต้องไม่กระทบต่อประชาชนที่สุจริต ทุกกรณีต้องดำเนินการบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ขณะเดียวกันผู้ที่จงใจใช้ช่องโหว่ของระบบเพื่อกระทำผิด จะต้องถูกดำเนินการอย่างจริงจัง
พร้อมย้ำว่า “ทะเบียนต้องเป็นหลักประกันความถูกต้องของประชาชน ไม่ใช่ช่องทางให้คนผิดใช้ประโยชน์” และจากนี้กระทรวงมหาดไทยจะไม่รอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงค่อยแก้ แต่จะเดินหน้าตรวจสอบ ปิดช่องโหว่ และจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นทาง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews