โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“มท.4” สั่งลุย! ปราบ “ภัยทะเบียน” ล้างช่องโหว่ทั้งระบบ ไล่ถึงต้นตอ–คน–เจ้าหน้าที่

INN News

อัพเดต 06 ก.ย เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย เวลา 02.11 น. • INN News

“วรศิษฎ์” สั่งกรมการปกครองเดินหน้าปราบภัยทะเบียนเชิงรุก นำผลจากปฏิบัติการที่ผ่านมาเป็นฐานขยายผล ไม่หยุดแค่จับรายคดี แต่ให้ตรวจสอบทุกระดับ หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงแนวทางการเดินหน้าปราบปรามการทุจริตและการใช้ประโยชน์จากระบบทะเบียนราษฎรว่า ปฏิบัติการที่ผ่านมาทั้ง “กวาดบ้านกลางกรุง” และ “ปฏิบัติการไชยปราการ” ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงจับกุมผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นทั้ง “ช่องโหว่ของระบบ” และ “คนที่อยู่เบื้องหลัง” อย่างชัดเจนมากขึ้น

โดยปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” พบความผิดปกติจากการตรวจสอบทะเบียนและการพักอาศัยในพื้นที่เป้าหมาย ขณะที่ “ปฏิบัติการไชยปราการ” ได้ขยายผลการตรวจสอบไปถึงบุคคลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการทุจริตด้านทะเบียนราษฎรจำเป็นต้องมองทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุดที่พบปัญหาเท่านั้น

นายวรศิษฎ์ ระบุว่า จากนี้ได้สั่งการให้เดินหน้าตรวจสอบต่อ โดยไม่ให้จบเพียงคดีที่สามารถจับกุมได้ แต่ต้องนำข้อมูลจากทุกปฏิบัติการมาวิเคราะห์ เพื่อค้นหาความผิดปกติในพื้นที่อื่นด้วย

พร้อมกำหนดแนวทางการทำงานให้ชัดเจน 4 ขั้นตอน คือ “ตรวจให้เจอ – ขยายผลให้ถึง – จัดการคนผิด – ปิดช่องโหว่” เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบทะเบียนถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสวมสิทธิ หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทะเบียนราษฎรถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญของประเทศ ดังนั้นจึงไม่ควรมองเรื่องทะเบียนเป็นเพียงขั้นตอนด้านเอกสาร แต่ต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง เพราะหากข้อมูลต้นทางเกิดความผิดพลาด อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามมาเป็นวงกว้าง

นายวรศิษฎ์ ย้ำว่า สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยกำลังดำเนินการ คือการ “ปิดช่องตั้งแต่ต้นทาง” ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงค่อยติดตามแก้ไข โดยผู้ที่กระทำผิดต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่ผู้ที่เปิดช่องให้เกิดการทุจริตก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน และทุกช่องโหว่ที่ตรวจพบจะต้องได้รับการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ

ขณะเดียวกัน ผลจากปฏิบัติการที่ผ่านมา จะไม่ถูกมองเป็นเพียงตัวเลขหรือสถิติการจับกุม แต่จะนำมาใช้เป็น “บทเรียนจากพื้นที่จริง” เพื่อวิเคราะห์หารูปแบบของความผิดปกติ และตรวจสอบว่ามีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นหรือไม่

พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูล และเพิ่มการทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะการตรวจสอบรายการที่มีลักษณะผิดปกติ การเชื่อมโยงข้อมูลของบุคคล รวมถึงการตรวจสอบกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะขยายกลายเป็นปัญหาใหญ่

นายวรศิษฎ์ ย้ำแนวทางการทำงานอย่างชัดเจนว่า “เจอคนผิดต้องจัดการ เจอขบวนการต้องขยายผล เจอช่องโหว่ต้องปิด” พร้อมระบุว่านี่คือแนวทางของการปราบ “ภัยทะเบียน” นับจากนี้

อย่างไรก็ตาม นายวรศิษฎ์ย้ำว่า การเดินหน้าปราบปรามภัยทะเบียนจะต้องไม่กระทบต่อประชาชนที่สุจริต ทุกกรณีต้องดำเนินการบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ขณะเดียวกันผู้ที่จงใจใช้ช่องโหว่ของระบบเพื่อกระทำผิด จะต้องถูกดำเนินการอย่างจริงจัง

พร้อมย้ำว่า “ทะเบียนต้องเป็นหลักประกันความถูกต้องของประชาชน ไม่ใช่ช่องทางให้คนผิดใช้ประโยชน์” และจากนี้กระทรวงมหาดไทยจะไม่รอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงค่อยแก้ แต่จะเดินหน้าตรวจสอบ ปิดช่องโหว่ และจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นทาง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...