Citibank จับมือ BOI เปิดทางทุนโลกสู่ไทย หลังครึ่งปีแรก FDI ไหลเข้าพุ่งขึ้น 80% เม็ดเงินลงทุนแตะ 1.37 ล้านล้านบาท
เวลาพูดถึงเศรษฐกิจไทย หลายคนอาจนึกถึงการท่องเที่ยว การส่งออก หรือการใช้จ่ายของคนในประเทศ
แต่อีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ คือ เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพราะทุกครั้งที่บริษัทต่างชาติเลือกเข้ามาสร้างโรงงาน เปิดศูนย์ข้อมูล หรือขยายธุรกิจในไทย เงินลงทุนเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาแค่เพิ่มเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ แต่ยังสร้างงาน สร้างรายได้ และต่อยอดไปยังธุรกิจอีกหลายภาคส่วน
ล่าสุด ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ไทยมีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มูลค่า 1,368,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เบื้องหลังตัวเลขนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องทำเลหรือมาตรการส่งเสริมการลงทุน แต่ยังรวมถึงความพยายามทำให้การลงทุนเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น โดย BOI ระบุว่า กลไก Thailand FastPass ช่วยร่นระยะเวลาการอนุมัติและการอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนลง 20-50%
[ เงินลงทุนต่างชาติยังไหลเข้าไทย ]
‘นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์’ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)เปิดเผยว่า ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ไทยมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1,473,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน โดยในจำนวนนี้คิดเป็น FDI มูลค่า 1,368,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80%
อุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ได้แก่ ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงเกษตรและแปรรูปอาหาร ส่วนประเทศและเขตเศรษฐกิจที่เข้ามาลงทุนสูงสุด ได้แก่ สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร จีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่ไทยยังเป็นหนึ่งในจุดหมายที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การผลิต และห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค
[ Thailand FastPass ร่นเวลาลงทุน ]
อีกปัจจัยที่ BOI พยายามผลักดัน คือ Thailand FastPass ซึ่งทำงานร่วมกับ 8 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติและการอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนลง 20-50%
‘นฤตม์’ ระบุว่า ปัจจุบันกลไกดังกล่าวช่วยให้เกิดเม็ดเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 700,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าความรวดเร็วในการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุน กลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ
เหตุผลก็ไม่ซับซ้อน เพราะสำหรับนักลงทุนหลายราย ระยะเวลาที่ต้องรอการอนุมัติเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง ยิ่งเริ่มโครงการได้เร็ว ก็ยิ่งเดินหน้าธุรกิจและสร้างผลตอบแทนได้เร็วขึ้น จึงทำให้ความรวดเร็วกลายเป็นอีกปัจจัยที่หลายประเทศใช้แข่งขันกันดึงดูดการลงทุน
[ ซิตี้ใช้เครือข่าย 180 ประเทศ เชื่อมต่อนักลงทุน ]
ด้านภาคเอกชนก็เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเช่นกัน โดยล่าสุด ‘ธนาคารซิตี้แบงก์’ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ BOI เพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนผ่านเครือข่ายของซิตี้ที่ครอบคลุมกว่า 180 ประเทศและเขตการปกครอง
‘มร.อมล กุปเต’ ผู้บริหารใหญ่ภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียน ธนาคารซิตี้แบงก์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายจะร่วมจัดกิจกรรมโรดโชว์กับสำนักงาน BOI ในต่างประเทศ เพื่อเข้าถึงนักลงทุนในตลาดสำคัญ และเชื่อมโยงบริษัทต่างชาติที่สนใจลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย
ซิตี้มองว่าการใช้เครือข่ายระดับโลกจะช่วยให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงข้อมูลและโอกาสการลงทุนในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น ขณะที่ไทยเองก็มีโอกาสดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ มากขึ้นเช่นกัน
[ ดึงนักลงทุนได้แล้ว ต้องทำให้ลงทุนได้ง่ายด้วย ]
การดึงบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่อีกเรื่องที่สำคัญ คือการช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานในไทยได้อย่างราบรื่นหลังตัดสินใจลงทุนแล้ว
‘นฤมล จิวังกูร’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือกับ BOI ซิตี้จะสนับสนุนบริษัทข้ามชาติผ่านบริการด้านการเงิน เช่น การเงินเพื่อการค้า การบริหารความเสี่ยงซึ่งเป็นเรื่องที่นักลงทุนค่อนข้างกังวล รวมถึงด้านอัตราแลกเปลี่ยน การบริหารเงินทุน การจัดการกระแสเงินสด รวมถึงระบบชำระเงินดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับประเทศไทย และชูโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และระบบชำระเงินดิจิทัลไร้รอยต่อแต้มต่อสำคัญของไทย
เป้าหมายคือช่วยให้บริษัทต่างชาติบริหารธุรกิจข้ามพรมแดนได้สะดวกขึ้น ตั้งแต่เริ่มลงทุนไปจนถึงการดำเนินธุรกิจต่อในระยะยาว
ถ้าเราเห็นในอดีต หลายประเทศจะแข่งขันกันดึงดูดนักลงทุนด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นหลัก แต่ปัจจุบันปัจจัยที่นักลงทุนใช้ตัดสินใจมีมากกว่านั้น ทั้งความรวดเร็วของการอนุมัติ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการเงิน และความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ
ตัวเลข FDI ที่เพิ่มขึ้น 80% ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ จึงไม่ได้สะท้อนเพียงว่าเงินลงทุนไหลเข้าไทยมากขึ้น แต่ยังสะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังพยายามทำให้การลงทุนเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม ทั้งผ่าน Thailand FastPass และความร่วมมือระหว่าง BOI กับภาคเอกชนอย่างซิตี้แบงก์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยเชื่อมต่อนักลงทุนจากทั่วโลกกับโอกาสการลงทุนในประเทศไทย