โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรุงศรีฯ ชี้ เศรษฐกิจไทยปี’69 โต 1.9% เงินทุนต่างชาติไหลเข้า-การเมืองแกร่ง

SpringNews

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้าโลก ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังคงขยายตัวได้ 1.9% แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงของระบบการค้าโลก พร้อมมองว่าเงินทุนต่างชาติเริ่มทยอยกลับเข้าสินทรัพย์ไทย ช่วยหนุนเสถียรภาพค่าเงินบาท โดยคาดว่าช่วงปลายปีเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ต่อเนื่อง

กรุงศรีวาง 3 กลยุทธ์ รับโลกการค้าใช้หลายสกุลเงิน

นายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาคการค้าระหว่างประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค 'Multi-Currency' หรือการใช้หลายสกุลเงินในการชำระค่าสินค้าและบริการมากขึ้น จากแนวโน้มที่ผู้ประกอบการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐและหันมาใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างประเทศ

ข้อมูลของธนาคาร ระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าของไทยขยายตัวมากกว่า 60% ขณะที่ธุรกรรมปริวรรตเงินตราของกรุงศรีเติบโตเฉลี่ย 16% ต่อปี ในช่วง 5 ปีหลัง สะท้อนความต้องการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพื่อตอบรับทิศทางดังกล่าว กรุงศรีได้กำหนด 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

ยกระดับบริการแลกเปลี่ยนเงินตราดิจิทัล ผ่าน FX@Krungsri, FX API และ Krungsri FX บน LINE Official

เพิ่มการรองรับสกุลเงินใหม่ เช่น วอนเกาหลีใต้ ดีแรห์มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และริยัลซาอุดีอาระเบีย เพื่อรองรับตลาดการค้าที่เติบโต

พัฒนาโซลูชันบริหารความเสี่ยงทางการเงิน โดยนำ AI และระบบอัตโนมัติมาช่วยวิเคราะห์และวางแผนด้านอัตราแลกเปลี่ยนให้ลูกค้า

นายฮิโรทากะ กล่าวว่า แม้หลายประเทศจะเพิ่มการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างกัน แต่เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงมีบทบาทเป็นสกุลเงินหลักของโลก เพียงแต่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดเงินมากขึ้น

คาดเงินบาทฟื้นตัวปลายปี รับแรงหนุนเงินทุนต่างชาติ

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ทิศทางตลาดการเงินในช่วงครึ่งหลังของปีจะยังขึ้นอยู่กับนโยบายการเงินของสหรัฐและญี่ปุ่นเป็นสำคัญ แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเสี่ยง แต่ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น ส่งผลให้ความผันผวนของสินทรัพย์การเงินยังอยู่ในระดับสูง

สำหรับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าช่วงก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากต้นทุนนำเข้าพลังงานที่เพิ่มขึ้นและแรงกดดันต่อดุลบัญชีเดินสะพัด อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปีคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากราคาน้ำมันที่ทรงตัว เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การส่งออกที่ฟื้นตัว และเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดไทย ทำให้เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ในด้านนโยบายการเงิน กรุงศรีคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% อีกหลายไตรมาส เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานเป็นปัจจัยชั่วคราว ขณะที่การดูแลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศยังเป็นประเด็นสำคัญมากกว่า

ยืนยันคาดการณ์ GDP ปี 2569 โต 1.9%

กรุงศรียังคงประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2569 ขยายตัว 1.9% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมดิจิทัล การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.5 ล้านคน ตลอดปี

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นโยบายการค้าของสหรัฐ ข้อจำกัดด้านการคลัง รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของไทย ทั้งระดับหนี้ครัวเรือน ความสามารถในการแข่งขัน และการเข้าสู่สังคมสูงวัย

มองตลาดหุ้นไทยเริ่มดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ

นางสาวรุ่ง กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการกลับเข้ามาของเงินทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย หลังจากนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2565 โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ ระดับราคาหุ้นไทยที่ยังมีมูลค่าน่าสนใจ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่อยู่ในระดับดี รวมถึงความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเมืองเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค

แม้เม็ดเงินที่ไหลกลับยังไม่อยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนหน้า แต่ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทย และช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทในระยะถัดไป

ด้าน นายฮิโรทากะ กล่าวว่า แม้ผลประกอบการของธนาคารในไตรมาส 2 จะชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังเชื่อมั่นว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งกว่าปีก่อน และยังคงมีเสถียรภาพที่โดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...