โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

รองผู้ว่าฯ น่าน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ เหตุดินทรุดและรอยแยกโรงเรียนบ้านดอยติ้ว เร่งประเมินความเสี่ยง พร้อมเตรียมแผนอพยพรับมือสถานการณ์

สวพ.FM91

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทสจ.น่าน ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญธรณีวิทยา – ชลประทาน ตรวจสอบเหตุ ดินทรุดและรอยแยกโรงเรียนบ้านดอยติ้ว พบการเคลื่อนตัวขยายต่อเนื่องจาก 2 เมตรเป็น 100 เมตร เร่งประเมินความเสี่ยง พร้อมเตรียมแผนอพยพรับมือสถานการณ์ จ.น่าน

วันที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. นางสาว ณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านดอยติ้ว หมู่ 7 ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เพื่อตรวจสอบกรณีเกิดการทรุดตัว การเคลื่อนตัวของมวลดิน และรอยแตก–รอยแยกของพื้นดินภายในและโดยรอบสถานศึกษา หลังพบความเสียหายต่ออาคารและสิ่งปลูกสร้าง และมีแนวโน้มว่ารอยแยกจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายมานะ เพิ่มพูล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน นางเบญจรัตน์ สุวรรณศรี นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ นายชาญชัย เงินทอง ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ นายมีชัย ปฏิยุทธ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานน่าน นายรพีพงศ์ ลภัสภัคคณุตม์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 เข้าร่วมตรวจสอบ พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 1 หัวหน้าสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านสบขุ่น ผู้แทนอุทยานแห่งชาตินันทบุรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอยติ้ว ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านดอยติ้ว ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจากโรงเรียนบ้านดอยติ้ว ได้ประสานสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน เพื่อขอรับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาในการตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดการทรุดตัวและการเคลื่อนตัวของมวลดิน ซึ่งส่งผลกระทบต่ออาคารอเนกประสงค์ ผนังคอนกรีตกันดินสไลด์ รวมถึงพบรอยแตกและรอยแยกของพื้นดินในหลายจุด

พบการเคลื่อนตัวของมวลดินต่อเนื่อง รอยแยกขยายจาก 2 เมตรเป็นประมาณ 100 เมตร
จากการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา พบว่าภายในโรงเรียนมีจุดที่เกิดแผ่นดินถล่มและการเคลื่อนตัวของมวลดินหลายบริเวณ โดยบริเวณที่ตรวจสอบอยู่ที่พิกัด UTM 47Q 0675751E 2113062N มีระดับความสูงประมาณ 1,116 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง

จากข้อมูลการสอบถามผู้ที่อยู่ในพื้นที่ พบว่าการเกิดแผ่นดินถล่มบริเวณดังกล่าวเริ่มปรากฏตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม 2568 ก่อนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากเดิมมีขนาดประมาณ 2 เมตร ปัจจุบันขยายตัวเป็นแนวยาวประมาณ 100 เมตร และยังพบการถล่มหรือการเคลื่อนตัวของดินอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝน

นอกจากนี้ ยังพบรอยแตกและรอยแยกของพื้นดินเพิ่มขึ้นหลายบริเวณ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่จำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนัก ฝนตกสะสม หรือน้ำซึมสะสมในชั้นดิน เพราะอาจเพิ่มแรงดันน้ำในดินและกระตุ้นให้มวลดินสูญเสียเสถียรภาพและเคลื่อนตัวเพิ่มเติมได้

อาคารและสิ่งปลูกสร้างได้รับผลกระทบ ต้องติดตามความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง
จากการสำรวจพบรอยแตก รอยร้าว และความเสียหายบริเวณอาคารเรียน อาคารอเนกประสงค์ ผนังคอนกรีตกันดิน และสิ่งปลูกสร้างหลายแห่ง ซึ่งอาจสะท้อนถึงการเคลื่อนตัวของพื้นดินในบริเวณดังกล่าว

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเห็นความจำเป็นในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของรอยร้าว รอยแยก และสภาพโครงสร้างอาคารอย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินความปลอดภัยก่อนอนุญาตให้ใช้อาคารหรือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามปกติ

ปัจจัยทางธรณีวิทยาและฝนตกสะสมเพิ่มความเสี่ยง
ผลการตรวจสอบพบว่า พื้นที่โรงเรียนบ้านดอยติ้วมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีลำห้วยและทางน้ำไหลผ่านหลายสาย โดยพื้นที่มีความลาดชันประมาณ 40–60 องศา

ในด้านธรณีวิทยา พื้นที่รองรับด้วยหินตะกอน ประกอบด้วยหินดินดานและหินทรายแป้งสีน้ำตาลแดง ซึ่งมีการผุพังค่อนข้างสูง เมื่อผุพังจะก่อให้เกิดชั้นตะกอนดินเหนียวปกคลุมด้านบน ประกอบกับในช่วงฤดูฝนมีฝนตกหนักและต่อเนื่อง ทำให้ชั้นดินดูดซับน้ำจนเกิดสภาวะอิ่มตัว ส่งผลให้ความแข็งแรงและเสถียรภาพของลาดดินลดลง และอาจนำไปสู่การเคลื่อนตัวหรือพังถล่มของมวลดิน

เมื่อพิจารณาร่วมกับข้อมูลแผนที่พื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มของกรมทรัพยากรธรณี พบว่าบริเวณดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มตั้งแต่ ระดับปานกลางถึงสูงมาก จึงจำเป็นต้องเพิ่มระดับการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักหรือฝนตกสะสมต่อเนื่อง

เตรียมแผนอพยพ ลดความเสี่ยงต่อครู นักเรียน และประชาชน
จากสถานการณ์ที่พบ หน่วยงานในพื้นที่จะร่วมกันจัดทำและทบทวน แผนเผชิญเหตุและแผนอพยพของโรงเรียนบ้านดอยติ้ว โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันชีวิตของนักเรียน ครู บุคลากร และประชาชนเป็นลำดับแรก

มาตรการเบื้องต้นประกอบด้วย
กำหนดพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ห้ามเข้า บริเวณที่พบรอยแยก การทรุดตัว การเคลื่อนตัวของดิน และพื้นที่ใกล้ลาดดินที่มีความเสี่ยง พร้อมติดตั้งป้ายเตือนและจัดแนวกั้นเพื่อป้องกันบุคคลเข้าใกล้พื้นที่อันตราย

จัดทำเส้นทางอพยพและจุดปลอดภัย โดยกำหนดเส้นทางที่หลีกเลี่ยงพื้นที่ลาดชัน ร่องน้ำ และบริเวณที่พบการเคลื่อนตัวของดิน พร้อมกำหนดจุดรวมพลที่มีความมั่นคงและอยู่นอกพื้นที่เสี่ยง

จัดทำบัญชีรายชื่อนักเรียน ครู และบุคลากร เพื่อใช้ตรวจสอบจำนวนผู้ที่อพยพออกจากพื้นที่ และป้องกันการตกค้างของบุคคลภายในพื้นที่เสี่ยง

กำหนดผู้รับผิดชอบการแจ้งเตือนและสั่งอพยพ ให้ชัดเจน รวมถึงช่องทางสื่อสารกับผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนได้อย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

เฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนตกสะสม โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง หากพบรอยแยกขยายตัวอย่างรวดเร็ว ดินเคลื่อนตัว มีน้ำผุดหรือน้ำซึมผิดปกติ ต้นไม้หรือเสาไฟเริ่มเอียง หรือมีเสียงผิดปกติจากบริเวณลาดดิน ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนและเร่งประเมินสถานการณ์ทันที

เตรียมความพร้อมสำหรับการอพยพฉุกเฉิน หากพบว่ามวลดินมีการเคลื่อนตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีความเสี่ยงต่ออาคารและพื้นที่เรียนการสอน ให้พิจารณาหยุดใช้งานพื้นที่หรืออาคารที่ได้รับผลกระทบ และอพยพนักเรียน ครู และบุคลากรไปยังจุดปลอดภัยตามแผนที่กำหนด

พิจารณาการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่อื่นเป็นการชั่วคราว หากผลการประเมินทางวิศวกรรมและธรณีวิทยาพบว่าพื้นที่โรงเรียนยังมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนและบุคลากรต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง

ทั้งนี้ แผนอพยพจะต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง โดยหน่วยงานด้านธรณีวิทยา วิศวกรรม โรงเรียน ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรร่วมกันกำหนดพื้นที่ปลอดภัยและเส้นทางอพยพที่เหมาะสมก่อนนำไปใช้จริง

เร่งติดตามสถานการณ์และจัดทำข้อเสนอแนะทางวิชาการ
ภายหลังการลงพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของรอยแยก การทรุดตัวและการเคลื่อนตัวของมวลดิน ตลอดจนผลกระทบต่ออาคารเรียนและสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ

สำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 1 จะดำเนินการจัดทำรายงานสรุปผลการตรวจสอบ พร้อมข้อเสนอแนะทางวิชาการและแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ส่งให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่านจะติดตามสถานการณ์และประสานความร่วมมือกับสำนักงานทรัพยากรธรณี หน่วยงานด้านชลประทาน หน่วยงานปกครอง อุทยานแห่งชาติ สถานศึกษา ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรอบคอบ โดยยึดข้อมูลทางวิชาการเป็นพื้นฐาน
จังหวัดน่านให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักเรียน ครู บุคลากร และประชาชนในพื้นที่ โดยจะเร่งประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการป้องกัน รวมถึงแผนอพยพให้มีความพร้อม สามารถนำไปใช้ได้ทันทีหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...