โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผบ.ตร.ตั้งสอบวินัยร้ายแรง 3 แพทย์ปม “ชั้น 14” พบข้อกล่าวหาส่อเอื้อ “ทักษิณ”

สยามรัฐ

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 7 ส.ค. 256 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนาม คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 346/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนด้วย พลตำรวจเอก โสภณรัชต์ สิงหจาร ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อครั้งมียศพลตำรวจโทและดำรงตำแหน่งแพทย์ใหญ่ (สบ 8 ) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 พลตำรวจโท ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แพทย์ใหญ่ (สบ 8) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และ พันตำรวจเอก ชนะ จงโชคดี นายแพทย์ (สบ 5 ) กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

โดยผลการสืบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 3377/2568 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 529/2568 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 คำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 609 /2568 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2568 คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 139 /2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 214/2569 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง พอสรุปได้ดังนี้

1.พลตำรวจเอก โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (1.1) ประเด็นเกี่ยวกับขั้นตอนการรับตัวนายทักษิณ ชินวัตร ข้อเท็จจริงจากการสืบสวนรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 เวลากลางคืน ต่อเนื่องกับวันที่ 23 สิงหาคม 2566 โรงพยาบาบาลงตำรวจ มีการรับตัว นายทักษิณ ชินวัตร จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไว้ในห้องพักรักษาตัวชั้น 14 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา (มภร.) โดยไม่ได้นำตัว นายทักษิณ ชินวัตร ไปยังตึกอุบัติเหตุหรือห้องพักซึ่งโรงพยาบาลตำรวจจัดไว้สำหรับผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้ต้องขัง และเมื่อรับตัวไว้แล้วมิได้ย้ายตัวเข้าห้องพัก

ซึ่งโรงพยาบาลตำรวจจัดไว้สำหรับผู้ป่วยคดีตลอดระยะเวลา 181 วัน ที่เข้าพักรักษาตัว โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานะแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ได้ใช้ดุลพินิจดังกล่าวโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรและไม่เป็นไปตามระเบียบโรงพยาบาลตำรวจว่าด้วยการรับตัวผู้ป่วยคดีที่เป็นผู้ต้องหา ผู้ต้องกัก ผู้ต้องขังหรือนักโทษเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยโรงพยาบาลตำรวจ พ.ศ. 2557 ข้อ 5.3 และข้อ 6.2 ย่อมทำให้นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับประโยชน์จากการเข้าห้องพักดังกล่าว

(1.2) ประเด็นเกี่ยวกับขั้นตอนการจำหน่ายผู้ป่วยคดี (การส่งตัวผู้ต้องขังกลับ) ข้อเท็จจริงจากการสืบสวนรับฟังได้ว่า ผู้ถูกล่าวหาที่ 1 ในฐานะแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ มีอำนาจหน้าที่อนุมัติจำหน่ายผู้ป่วยคดีและมีหน้าที่กำที่กำกับดูแล เมื่อทราบอาการผู้ป่วยดีอยู่แล้วกลับไม่สังการหรือเร่งรัดให้แพทย์เจ้าของไข้ทำความเห็นตามระเบียบโรงหยาบาลตำรวจว่าด้วยการรับตัวผู้ป่วยคดีที่เป็นผู้ต้องหา ผู้ต้องกักผู้ต้องขัง หรือนักโทษ เข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยโรงพยาบาลตำรวจ พ.ศ. 2557 ข้อ 8.1 ย่อมทำให้นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับประโยชน์จากการเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยไม่ต้องกลับไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร

(1.3) ประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ข้อเท็จจริงจากการสืบสวนรับฟังได้ว่า ในห้วงระยะเวลาที่นายทักษิณ ชินวัตร ถูกส่งตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจจนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลตำรวจ อยู่ในความรู้เห็นและอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ซึ่งดำรงตำแหน่งแพทย์ใหญ่ (สบ 8) และในห้วงเวลาดังกล่าวผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการโรงพยาบาลตำรวจแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งการออกใบแสดงความเห็นแพทย์ฉบับลงวันที่ 15 กันยายน 2566 และฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2566 ของพลตำรวจโท ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ เป็นการออกตามคำสั่งของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เพื่อเป็นหลักฐานประกอบบันทึกข้อความถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ขออนุญาตให้นายทักษิณ ชินวัตร พักรักษาตัวนอกเรือนจำเป็นระยะเวลาเกินกว่า 30 วันและเกินกว่า 60 วัน

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงมีส่วนร่วมในการออกใบแสดงความเห็นแพทย์ดังกล่าว และละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เป็นเหตุให้ไม่มีการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร ให้เป็นไปตามกฎหมาย ทำให้นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับประโยชน์จากการพักอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจโดยไม่ต้องกลับไปถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรงเทพมหานครจนได้รับการปล่อยตัว

2.พลตำรวจโท ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ประเด็นเกี่ยวกับการออกใบแสดงความเห็นแพทย์ ข้อเท็จจริงจากการสืบสวนรับฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายแพทย์ (สบ 8) เป็นผู้ออกใบแสดงความเห็นแพทย์ฉบับลงวันที่ 15 กันยายน 2566 มีข้อความสำคัญคือ การรักษายังไม่สิ้นสุดเพราะต้องรักษาแผลที่ผ่าตัด ตรวจและวางแผนผ่าตัดโรคที่รายงาน จึงจำเป็นต้องรักษาในโรงพยาบาล และฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2566 มีข้อความสำคัญคือต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วน เพราะมีอาการปวดรุนแรง มือและขาอ่อนแรง ซึ่งขณะออกใบแสดงความเห็นแพทย์ดังกล่าวนั้น เป็นกรณีที่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ทำให้ระยะเวลาการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ขยายระยะเวลาออกไปอีก

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ย่อมทราบถึงข้อเท็จจริง และมีความประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าจะมีการนำใบรับรองแพทย์ดังกล่าวไปใช้เป็นการพิจารณาอนุญาตให้นายทักษิณ ชินวัตร พักรักษาตัวนอกเรือนจำ เมื่อต่อมามีการอนุญาตให้นายทักษิณ ชินวัตร รักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ การอนุญาตดังกล่าวย่อมเป็นผลโดยตรงจากการออกใบแสดงความเห็นแพทย์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ทำให้นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับประโยชน์จากการกระทำดังกล่าวโดยไม่ต้องกลับไปที่เรือนจำ

3.พันตำรวจเอก ชนะ จงโชคดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ประเด็นเกี่ยวกับขั้นตอนการจำหน่ายผู้ป่วยคดี (การส่งตัวผู้ต้องขังกลับ) ข้อเท็จจริงจากการสืบสวนรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ดำรงตำแหน่งนายแพทย์ (สบ 5 ) เป็นแพทย์เจ้าของไข้ที่มีหน้าที่ทำความเห็นจำหน่ายผู้ป่วยดดีกลับ ตามระเบียบโรงพยาบาลตำรวจว่าด้วยการรับตัวผู้ป่วยคดีที่เป็นผู้ต้องหาผู้ต้องกัก ผู้ต้องขัง หรือนักโทษ เข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยโรงพยาบาลตำรวจ พ.ศ. 2557 ข้อ 9.3 โดยจะต้องทำความเห็นเสนอแพทย์ใหญ่ (สบ 8) เพื่อพิจารณา แต่ไม่ปรากฎพยานหลักฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้ออกใบแสดงความเห็นแพย์ลงความเห็นให้นายทักษิณ ชินวัตร กลับไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหามหานครหรือกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้เบิกความเป็นพยานในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า อาการป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร สามารถกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2566 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ก็ควรจะต้องออกใบแสดงความเห็นแพทย์ให้นายทักษิณ ชินวัตร กลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้ดำเนินการตามหน้าที่แต่อย่างใด การละเว้นไม่ออกใบแสดงความเห็นแทย์ดังกล่าวทำให้นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับประโยชน์โดยไม่ต้องกลับไปที่เรือนจำ เหตุเกิดที่โรงพยาบาลตำรวจระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567

อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 105 มาตรา 119 และมาตรา 179 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อทำการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหา ในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ 1.พลตำรวจเอก อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เป็นประธานกรรมการ 2.พลตำรวจตรี ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นกรรมการ 3.พลตำรวจตรี เวทวิชญ์ เนียมอินทร์ ผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 5 สำนักงานจเรตำรวจ เป็นกรรมการ 4.พันตำรวจเอก สุกรี สินเย็น รองผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 8 สำนักงานจเรตำรวจเป็นกรรมการ 5.พันตำรวจเอก สุทธิพล แสงบุญ รองผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 10 สำนักงานจเรตำรวจ เป็นกรรมการ 6.ว่าที่พันตำรวจเอก ธิติพงษ์ สียา ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นกรรมการ 7.พันตำรวจโท วรพล ทิพยโสธร รองผู้กำกับการ ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 2 กองตรวจราชการ 10 สำนักงานจเรตำรวจเป็นกรรมการและเลขานุการ 8.พันตำรวจโทหญิง นิตยา แขมพิมาย สารวัตร ฝ่ายอำนวยการ กองตรวจราชการ 5 สำนักงานจเรตำรวจเป็นผู้ช่วยเลขานุการ 9.ร้อยตำรวจเอก ชิติพัทธ์ ทองงามตระกูล รองสารวัตร ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 1 กองตรวจราชการ 7 สำนักงานจเรตำรวจเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสอบสวน ดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ. 2569 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

อนึ่ง ถ้าคณะกรรมการสอบสวน เห็นว่ากรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่นและคณะกรรมการสอบสวน พิจารณาเบื้องต้นแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องที่สอบสวนนั้นอยู่ด้วย ให้ประธานกรรมการรายงานมาโดยเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...