โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เคลียร์ปม 'หมอพร้อม' ร้อง 7 พันรายการ สธ.-สปสช. ลุยสอบเบิกจ่ายผิดปกติ 0.3%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

7 สิงหาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมด้วยนพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดสธ. และ นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการ สธ. ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีข้อมูลผู้ป่วยในระบบ "หมอพร้อม"

นพ.โสภณ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลสรุปเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2569 ขณะนั้นมีผู้แจ้งร้องมาจำนวน 7,164 คน เป็นรายการที่แจ้งเข้ามา 18,052 รายการ จากผลการดำเนินการตรวจสอบ 77 จังหวัดทั่วประเทศเฉลี่ย 2.5 รายการต่อประชาชน 1 คน โดยข้อมูลทุกหน่วยบริการผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ร่วมตรวจสอบ

สาธารณสุข แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีข้อมูลผู้ป่วยในระบบ

73% ของคำร้องเกี่ยวกับบริการคัดกรองส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค

พบว่า สถานพยาบาล 40% เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่อยู่ในสังกัดสธ. และ 18.8% เป็นรพ.สต.สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมกันสองส่วนที่ให้บริการปฐมภูมิเป็นหลักเกือบ 60% นอกจากนี้มีรพ.ชุมชน ซึ่งบริการปฐมภูมิเป็นส่วนใหญ่อีก 24% ที่เหลือส่วนน้อยเกิดจากการการบริการ รพ.ทั่วไป และรพ.ศูนย์

นพ.โสภณ กล่าวตั้งข้อสังเกตว่า มากกว่า 3 ใน 4 หรือ 73% ของคำร้องเกี่ยวข้องกับบริการคัดกรอง ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเจ็บป่วย หรือรักษา แต่เป็นการทำงานเชิงรุกให้ประชาชนตรวจสุขภาพ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบคำร้องอย่างละเอียด พบว่า 16,436 รายการจากที่แจ้งเข้ามากว่า 1.8 หมื่นรายการ ตรวจสอบเสร็จแล้ว 29.9% อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 70.1%

สรุปผลตรวจสอบข้อมูลแอปฯ หมอพร้อม

ผลการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลปกติ รับบริการจริงถึง 35.8% อาจมีความเกี่ยวข้องกับตัวชี้วัด 32.9% และ Human Error 24.8% อื่นๆ 6.2% และกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับความสนใจมาก คือ อาจมีความเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย 0.3% ทั้งนี้ สำหรับเหตุผลที่เกิดผิดพลาด สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลัก คือ

1. กรณีหน่วยบริการบันทึกข้อมูลสุขภาพไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เช่น การให้บริการภายในชุมชน เช่น การคัดกรองมะเร็งเต้านม อย่าง อสม.ไปตรวจและทราบว่าไม่เจอ เมื่อกลับมาก็แจ้ง รพ.สต.

สิ่งที่ปรากฏ คือ มีการค้นหามะเร็งเต้านมแต่คำอาจไม่มีให้เขียนชัดเจนว่า เป็นการไปสอนตรวจที่บ้าน และบริการเหล่านี้ไม่ได้มีเบิกค่าบริการ แต่เป็นการส่งเสริมสุขภาพเพื่อให้ประชาชนตระหนักในการค้นหา คัดกรองด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม กิจกรรมเหล่านี้มาจากหน่วยบริการ หรือรพ.คีย์เข้ามาและปรากฎในหมอพร้อม

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

2. กรณีตัวชี้วัด KPI ซึ่งมองว่าการดำเนินการหลายอย่างไม่ตอบตัวชี้วัด เนื่องจากพบว่า ช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ปฐมภูมิคีย์ข้อมูลในช่วงท้ายไตรมาสแรก และไตรมาสที่ 2 เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นช่วงหยุดยาว มีประชาชนเดินทางกลับบ้านเพื่อให้ได้ผลการดำเนินงานมาก ดังนั้น จึงทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้

3. เรื่องความผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน คือ มีผู้รับบริการจริงแต่สลับคนเพราะชื่อต้นเหมือนกันแต่นามสกุลไม่เหมือนกันจึงกดเลือกชื่อแรกไป

ทั้งนี้ สำหรับเรื่องที่ 1 - 3 ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนแล้วแต่บางส่วนต้องทำความเข้าใจกับผู้ให้บริการและผู้รับบริการเพื่อให้เข้าใจชัดเจนเพราะมีความผิดพลาดของข้อมูลซึ่งต้องหาวิธีการป้องกันแก้ไขต่อไป ขณะที่ 0.3% อาจเกี่ยวกับการเบิกจ่าย ซึ่งต้องตรวจสอบรายละเอียดต่อไป นพ.โสภณ ระบุ

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลปมเบิกจ่าย 0.3%

ด้าน นพ.จเด็จ เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สปสช.ได้เข้าร่วม สธ.ในการตรวจสอบข้อมูลโดยภารกิจของ สปสช.จะร่วมกับสธ.คือ ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วและอาจมีความเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย 0.3% โดยสปสช.จะดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการ สปสช.ว่าด้วยวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขและการดำเนินการกรณีการตรวจสอบพบความไม่ถูกต้องในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข พ.ศ.2566

หากพบว่า ไม่ถูกต้อง สปสช.จะตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่เกิน 7 คนเพื่อตรวจสอบการเบิกจ่ายว่า ไม่ถูกต้องอย่างไร พร้อมขยายผลดำเนินการ จากนั้นจะดำเนินการปรับตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับผลงานและการเบิกจ่ายกับ สปสช.

นอกจากนั้นจะยกระดับด้วยการเชื่อมระบบร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุข ทั้ง Moph PHR และ E -cailm เพื่อให้เชื่อมโยงข้อมูลเบิกจ่ายและจะมีการแจ้งผลไปยัง "หมอพร้อม" กลับคืนประชาชนแบบเรียลไทม์เพื่อให้ประชาชนรู้ข้อมูลทันที นอกจากนี้จะมีระบบออดิทเข้าไปอีกทีเพื่อให้ระบบตรวจสอบเข้มแข็งในอนาคต

กรณีเป็นการเบิกข้อมูลไม่ตรงตามจริง 0.3% คือ เป็นการเบิกเท็จและส่อไปในทางทุจริตหรือไม่นั้น นพ.โสภณ ระบุว่า รายการอาจสามารถเบิกค่าบริการได้ทั้งที่ไม่ได้ดำเนินการแต่ไปคีย์ข้อมูลก่อนซึ่งส่วนนี้ยังไม่ชัดเจนว่า การบริการที่ประชาชนไม่ได้รับมีการเบิกเงินไปที่หน่วยบริการหรือไม่ ขอเวลาในการตรวจสอบร่วมกับสปสช.ก่อน

นพ.จเด็จ เลขาธิการ สปสช.

"ส่วนใหญ่เป็นสถานบริการปฐมภูมิ หน่วยบริการเชิงรุกกระจายอยู่ในหลายจังหวัด เบื้องต้นขอตรวจสอบรายละเอียดให้มีความชัดเจนก่อน เวลานี้อาจจะเร็วเกินไปที่จะระบุว่า มีบุคคลกระทำผิดแล้วหรือไม่ ขอเวลาตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนซึ่งจะดำเนินการให้เร็วที่สุด"

ปลัดสธ. เชื่อมั่น บุคลากรทำงานด้วยความตั้งใจดี

ด้าน นพ.สมฤกษ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่า เชื่อมั่นว่าบุคลากรสาธารณสุขทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจดีในการปฏิบัติงานเพื่อสุขภาพของประชาชน ไม่มีบุคลากรท่านไหนที่เจตนาสร้างความเสียหายให้ประชาชนในเรื่องข้อมูล ในประเด็นข้อกังขาเรื่องอาจมีเรื่องของการทุจริตสงสัยอยู่มีกระบวนการดำเนินการตรวจสอบว่าแต่ละรายดำเนินการอย่างไร

ยืนยันว่า หากพบจะดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. กรณีข้อมูลไม่ตรงตามจริงยังมีแอปฯ อื่นอย่างทางรัฐ ที่เชื่อมระบบ Health Link จะมีการดำเนินการตรวจสอบโดย รมว.สาธารณสุข ให้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI) หารือร่วมกันว่าจะมีแนวทางอย่างไรต่อไป

กรณีการตรวจสอบ 0.3% ถามว่า ส่วนหนึ่งมาจากงบส่งเสริมป้องกันอาจเป็นช่องทางของการทุจริตหรือไม่นั้น นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า การให้บริการมีทั้งได้ค่าตอบแทนและไม่ได้ มี 0.3% ที่ข้อมูลไม่ตรงและมีการเบิกจ่ายซึ่งต้องเข้าไปดูว่า มีกี่รายเบื้องต้นพบประมาณ 40-50 รายขอให้รอผลตรวจสอบก่อน การมุ่งไปที่การคีย์ข้อมูลเพราะต้องการเคพีไอ คนทำงานจะเสียกำลังใจเพราะไม่ใช่ทั้งหมด

อย่างไรก็ดี หากพบว่า การคีย์ข้อมูลตาม KPI เพราะถูกผู้บังคับบัญชาสั่งแต่ผู้น้อยกลับต้องรับผิดในเรื่องนี้นั้น นพ.สมฤกษ์ ยืนยันว่า ต้องรอข้อมูลก่อนว่า ผิดจริงหรือไม่ มีเจตนาหรือมีการทุจริตหรือไม่ หากเจอก็ต้องพิจารณาโทษ ส่วนกรณีผู้เสียหายกังวลว่า จะมีผลต่อประกันสุขภาพเอกชนและขอให้ทางกระทรวงฯทำหนังสือถึงประกันทุกแห่งนั้น เบื้องต้นขอรวบรวมข้อมูลผู้เสียหายทั้งหมดหากข้อมูลชัดเจนแล้วหากต้องการให้ดำเนินการทางกระทรวงก็ยินดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...