โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คดี “สมีโชติ” สะเทือนเงินบริจาค 34,000 ล้าน สรรพากรเร่งอุดช่องโหว่ “วัด-มูลนิธิ”

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คดีสมีโชติทำเงินบริจาควัดถูกจับตาในมิติภาษีและธรรมาภิบาล สรรพากรตรวจเส้นทางเงิน แยกสถานะวัด-มูลนิธิ พร้อมถกสำนักพุทธ 22 ก.ย. อุดช่องโหว่ e-Donation หลังปี 2568 เงินบริจาคผ่านระบบรวม 34,000 ล้านบาท

เงินบริจาควัดกำลังถูกจับตามองมากขึ้นในมิติ ภาษีและธรรมาภิบาลทางการเงิน หลังคดี “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ทำให้กรมสรรพากรเข้าตรวจสอบเส้นทางเงิน พร้อมเตรียมหารือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่ออุดช่องโหว่ระหว่าง “เงินวัด-เงินมูลนิธิ-รายได้อื่น” ท่ามกลางเงินบริจาคผ่านระบบ e-Donation ที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี

สรรพากรตรวจเส้นทางเงิน “สมีโชติ”

นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้เข้าตรวจสอบในมิติด้านภาษีจากกรณีวัดที่เป็นข่าว โดยพบว่า วัดได้สมัครใช้งานระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Donation แล้ว แต่มูลนิธิที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีสถานะเป็นองค์การสาธารณกุศลตามกฎหมาย

จุดสำคัญคือ ในทางกฎหมาย “วัด” และ “มูลนิธิ” ถือเป็นคนละนิติบุคคล แม้จะมีความเกี่ยวข้องกันหรือมีบุคคลเดียวกันเข้าไปมีบทบาทบริหารก็ตาม ทำให้รายได้และหน้าที่ทางภาษีต้องพิจารณาแยกออกจากกัน

ประเด็นนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในช่องว่างที่หน่วยงานรัฐต้องจับตา เพราะการตรวจสอบไม่ได้จบเพียงว่าเงินถูกบริจาคเข้าวัดเท่าไร แต่ต้องสามารถติดตามได้ว่า เงินเข้าบัญชีของนิติบุคคลใด ถูกนำไปใช้อย่างไร และมีรายได้ประเภทอื่นที่ต้องเสียภาษีหรือไม่

วัดไม่เสียภาษีเงินได้ แต่ยังมีหน้าที่ภาษีบางประเภท

แม้วัดจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับภาษีทั้งหมด

กรมสรรพากรระบุว่า หากวัดมีการจ่ายเงิน เช่น ค่าจ้างก่อสร้างหรือค่าเช่า ที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย วัดยังมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งให้ถูกต้อง

ส่วนมูลนิธิหรือสมาคมที่ไม่ได้มีสถานะเป็นองค์การสาธารณกุศล หากมีรายได้อื่นที่ไม่ใช่เงินบริจาค จะมีหน้าที่เสียภาษีและยื่นแบบ ภ.ง.ด.55 ตามกฎหมาย ขณะที่รายได้จากเงินบริจาคได้รับยกเว้นตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งกรมสรรพากรเตรียมติดตามรายได้ขององค์กรกลุ่มนี้เพิ่มเติม

e-Donation เงินบริจาคปีเดียว 34,000 ล้านบาท

ขนาดของเงินบริจาคในประเทศไทยสะท้อนผ่านข้อมูล e-Donation โดยปัจจุบันมีศาสนสถานทุกศาสนาเข้าสู่ระบบแล้วประมาณ 46,000 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นวัดพุทธประมาณ 43,000 แห่ง จากวัดทั่วประเทศราว 45,000 แห่ง

ขณะที่ปี 2568 มียอดเงินบริจาคผ่านระบบ e-Donation รวมประมาณ 34,000 ล้านบาท ครอบคลุมไม่เฉพาะวัด แต่รวมถึงศาสนสถาน โรงเรียน โรงพยาบาล มูลนิธิ และสมาคม ส่วนปี 2569 ยอดสะสม 11 เดือนอยู่ที่ประมาณ 23,000 ล้านบาท

ดังนั้น ตัวเลข 34,000 ล้านบาท ไม่ใช่ยอดเงินบริจาคให้วัดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นมูลค่าเงินบริจาคผ่าน e-Donation ทั้งระบบ ซึ่งสะท้อนว่าเงินบริจาคเป็นเม็ดเงินขนาดใหญ่ และทำให้ระบบติดตามเส้นทางเงินมีความสำคัญมากขึ้น

22 ก.ย. สรรพากรถกสำนักพุทธ อุดช่องโหว่เงินวัด

ล่าสุด กรมสรรพากรนัดหารือกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในวันที่ 22 กันยายน 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องหน้าที่ทางภาษีของวัด การใช้ระบบ e-Donation และเพิ่มความรัดกุมในการตรวจสอบ

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา การบริจาคให้องค์การสาธารณกุศลที่ผู้บริจาคต้องการนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องดำเนินการผ่านระบบ e-Donation ทำให้ข้อมูลสามารถเชื่อมเข้าสู่ระบบภาษีและตรวจสอบธุรกรรมได้มากขึ้น

คดีสมีโชติ จุดเปลี่ยนธรรมาภิบาล “เงินทำบุญ”

คดีสมีโชติจึงไม่ได้กระทบเพียงความเชื่อมั่นต่อการบริหารเงินของวัดแห่งหนึ่ง แต่กำลังทำให้เกิดคำถามใหญ่ขึ้นว่า เงินบริจาคหลายหมื่นล้านบาทในแต่ละปีควรมีระบบกำกับและตรวจสอบอย่างไร

การนำวัดเข้าสู่ e-Donation เกือบทั้งหมดถือเป็นก้าวสำคัญ แต่โจทย์หลังจากนี้อยู่ที่การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง วัด มูลนิธิ หน่วยงานกำกับ และระบบภาษี เพื่อให้สามารถติดตามได้ว่าเงินบริจาคเข้าที่ใด และแยกออกจากรายได้ประเภทอื่นอย่างชัดเจน

หากการหารือระหว่างกรมสรรพากรกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินำไปสู่มาตรการที่เข้มขึ้น ผลจากคดีสมีโชติอาจกลายเป็น จุดเปลี่ยนของระบบธรรมาภิบาลเงินบริจาควัด จากการพึ่งพาความศรัทธาเป็นหลัก ไปสู่ระบบที่ความศรัทธาเดินคู่กับความโปร่งใสและการตรวจสอบเส้นทางเงิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...