โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'สมศักดิ์' เร่งเครื่องสหกรณ์ ดันธุรกิจโต 8.85% แตะ 2.74 ล้านล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 08 ก.ย เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย เวลา 09.55 น.

8 กันยายน 2569 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 14/2569 โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 226 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน  ประธานกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมสหกรณ์

“การตรวจเยี่ยมครั้งนี้มุ่งหารือกรอบแนวคิดและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้ความสำคัญกับ การยกระดับเศรษฐกิจภาคการเกษตร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน พร้อมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์และคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย”

เร่ง 4 วาระเกษตรฯ ลุยน้ำยม-แมลงวันผลไม้ ดันนมไทยบุกอินโด

สำหรับประเด็นสำคัญที่มีการติดตาม ประกอบด้วย การบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำยมเพื่อลดความเสียหายในลุ่มน้ำเจ้าพระยา การบริหารจัดการแมลงวันผลไม้แบบครอบคลุมพื้นที่ โดยใช้เทคนิคแมลงเป็นหมันร่วมกับวิธีการผสมผสาน รวมถึงการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านการควบคุมแมลง โดยใช้แบคทีเรียโวลบาเกีย และ ความคืบหน้าการส่งออกสินค้านมไปประเทศอินโดนีเซีย

นายสมศักดิ์ เน้นย้ำว่า การประชุมดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดนโยบาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการ ยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รับฟังปัญหา และเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของเกษตรกร

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์

ด้าน นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ รายงานผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2569 โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์มีภารกิจดูแลและส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ 10,923 แห่ง สมาชิก 11.22 ล้านราย ภายใต้ 4 นโยบายหลัก ได้แก่ ยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพิ่มรายได้เกษตรกร พัฒนาศักยภาพเกษตรกร และตลาดนำการผลิต

ในด้านเทคโนโลยี กรมฯ เดินหน้ายกระดับสหกรณ์ให้เป็น ผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร (Agricultural Service Providers) ส่งเสริมการใช้แอปพลิเคชันเพื่อให้สมาชิกตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของตนเอง ตลอดจนสนับสนุนการใช้นวัตกรรมและเงินอุดหนุนเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านอุปกรณ์และสิ่งก่อสร้าง

ขณะที่ด้านการเพิ่มรายได้ มุ่งส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยตามมาตรฐาน พัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ คทช. ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ส่วนการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร กรมฯ เดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มอาชีพและกลุ่มสตรี พร้อมผลักดันสถาบันเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและขนส่ง และสนับสนุนเงินทุนผ่าน กองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.)

สำหรับนโยบาย“ตลาดนำการผลิต” กรมฯ มุ่งยกระดับการกระจายสินค้าสหกรณ์ผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) จำนวน 125 แห่งทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล “Co-op Easy shop” เพื่อขยายช่องทางการตลาดและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับสินค้าในระบบสหกรณ์

ธุรกิจสหกรณ์ 11 เดือนทะลุ 2.7 ล้านล้าน โต 8.85%

ไฮไลต์สำคัญของผลการดำเนินงาน พบว่า ปริมาณธุรกิจของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในช่วง 11 เดือน ระหว่างเดือนกันยายน 2568–กรกฎาคม 2569 มีมูลค่ารวม 2.749 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวน 223,619 ล้านบาท หรือ ขยายตัว 8.85%

ธุรกิจที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจการให้บริการและส่งเสริมการเกษตร เพิ่มขึ้น 1,072.84 ล้านบาท หรือ 28.70% ตามด้วย ธุรกิจรับฝากเงิน เพิ่มขึ้น 192,464.85 ล้านบาท หรือ 22.20% และ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย เพิ่มขึ้น 8,288.11 ล้านบาท หรือ 12.98%

นายนิรันดร์ กล่าว ทิศทางการดำเนินงานจากนี้จะมุ่งยกระดับสถาบันเกษตรกรให้เป็น “ที่พึ่งของเกษตรกร” ผ่านการพัฒนาสู่ผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร พร้อมสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์กว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อให้สหกรณ์นำไปต่อยอดธุรกิจ

ขณะเดียวกันจะเร่งส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า และการบริหารจัดการตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าสหกรณ์ เพื่อผลักดันเป้าหมายสำคัญคือ สร้างรายได้ที่มั่นคงและยกระดับความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...