โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ชงรื้อกฎหมายการศึกษาไทย ตั้ง "ซูเปอร์บอร์ดทุนมนุษย์" เลิกสั่งการรวมศูนย์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ หัวหน้าศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อการปฏิรูปการศึกษาไทย ภายใต้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เสนอจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ หรือ "ซูเปอร์บอร์ดทุนมนุษย์แห่งชาติ" โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานเอง พร้อมเสนอปลดล็อกโรงเรียนจากระบบสั่งการแบบรวมศูนย์ ภายใต้แนวคิดจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่

ทุนมนุษย์ไม่ใช่ภารกิจกระทรวงเดียว

ในการสัมมนาวิชาการ "พ.ร.บ.การศึกษา เพื่ออนาคตการศึกษาและการวิจัยไทย" เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ณ อาคารสถาบัน 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.ภาวิช ระบุว่า การพัฒนาทุนมนุษย์ไม่ใช่ภารกิจของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่ต้องใช้กลไกบูรณาการระดับชาติ ขับเคลื่อนด้วย Big Data ผ่านระบบข้อมูลกลาง (Intelligence Platform) เพื่อเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ

จึงเป็นที่มาของข้อเสนอให้ตั้ง คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และเชื่อมการทำงานของ 5 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย

เหตุผลรองรับ: ทุนมนุษย์คือโจทย์โครงสร้างประเทศ

ศ.ดร.ภาวิช มองว่า ปัญหาการศึกษาไทยไม่ใช่เพียงเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ แต่เป็น "โจทย์โครงสร้างประเทศ" ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับขีดความสามารถในการแข่งขัน การลงทุน และศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

"กฎหมายการศึกษาไม่ควรเป็นเพียงกฎหมายสำหรับการบริหารการศึกษา แต่ต้องเป็นกฎหมายที่กำหนดทิศทางการพัฒนาคนของประเทศ เพราะคุณภาพของชาติจะสูงไปกว่าคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ไม่ได้" ศ.ดร.ภาวิช กล่าว

ข้อมูลสนับสนุนที่ ศ.ดร.ภาวิช ยกขึ้นมาคือผลสอบ PISA ตั้งแต่ปี 2000-2022 ซึ่งพบว่านักเรียนไทยกว่า 70% อยู่ในระดับ 1-2 ต่ำกว่าเกณฑ์ทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงานในโลกยุคใหม่ ขณะที่ผู้เรียนไทยระดับสูงสุด 5-6 มีสัดส่วนไม่ถึง 1% สะท้อนช่องว่างทุนมนุษย์เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศ OECD ที่มีนักเรียนกว่า 70% อยู่ในระดับ 3-6

ลดรวมศูนย์ ให้โรงเรียนเป็น "องค์กรแห่งการเรียนรู้"

ควบคู่กับการตั้งซูเปอร์บอร์ดระดับชาติ ศ.ดร.ภาวิช เสนอให้แยก พ.ร.บ.การศึกษาขั้นพื้นฐาน ออกมาเป็นกฎหมายเฉพาะ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการศึกษาระดับปฏิบัติ ทั้งหลักสูตร การพัฒนาครู การบริหารสถานศึกษา และการให้อิสระแก่โรงเรียน โดยมีเป้าหมายลดการสั่งการแบบรวมศูนย์ และเปิดทางให้สถานศึกษาออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และความต้องการของผู้เรียนมากขึ้น

พร้อมเสนอให้โรงเรียนมีสถานะเป็น "องค์กรแห่งการเรียนรู้" ที่มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการอย่างแท้จริง โดยคณะกรรมการสถานศึกษาควรมีอำนาจและความรับผิดชอบที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงกลไกเชิงสัญลักษณ์เหมือนที่ผ่านมา

เดิมพันสูง: หากไม่ปรับ เสี่ยงติดกับดักรายได้ปานกลาง

ศ.ดร.ภาวิช เตือนว่า หากคุณภาพแรงงานยังไม่สามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ ประเทศจะเผชิญข้อจำกัดในการขยับไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง และมีความเสี่ยงติดอยู่ใน "กับดักรายได้ปานกลาง" ต่อไป

"เมื่อทุนมนุษย์ไม่แข็งแรง ประเทศก็ยากจะสร้างนวัตกรรมใหม่ และยากจะดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างเต็มศักยภาพ" ศ.ดร.ภาวิช กล่าว

ทั้งนี้ ศ.ดร.ภาวิช ยังเสนอให้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ มี "หมวดเฉพาะเกี่ยวกับ AI" เพื่อกำหนดแนวทางการใช้เทคโนโลยีในระบบการศึกษาอย่างเหมาะสม ป้องกันความเหลื่อมล้ำด้านการเรียนรู้ที่อาจรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของ AI

การศึกษาคือการลงทุน ไม่ใช่ภาระงบประมาณ

ศ.ดร.ภาวิช กล่าวสรุปว่า หากประเทศไทยต้องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจ AI จำเป็นต้อง "รีเซ็ตระบบการศึกษาใหม่ทั้งโครงสร้าง" โดยมองการศึกษาเป็น "การลงทุนด้านทุนมนุษย์" มากกว่าภาระงบประมาณ เพราะคุณภาพของคนไทยในวันนี้จะเป็นตัวกำหนดศักยภาพเศรษฐกิจไทยในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...