โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รับมวลน้ำภาคเหนือ! กรมชลฯ สั่งเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 06 ส.ค. เวลา 12.52 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. เวลา 12.52 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(6 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า จากสถานการณ์ฝนที่ตกทางตอนบนของประเทศ ส่งผลให้มวลน้ำเริ่มไหลลงสู่พื้นที่ตอนกลางอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 905 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.16 เมตร/รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 7.63 เมตร/รทก. เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์และรองรับมวลน้ำจากภาคเหนือ กรมชลประทานได้แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเริ่มทยอยปรับจากอัตราเดิม 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นชั่วโมงละประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เพื่อให้เข้าสู่อัตรา 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเวลา 24.00 น. ของวันนี้ และจะคงอัตราดังกล่าวไว้ต่อเนื่องเพื่อการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ด้าน นายธาราพงศ์ ปราบเสร็จ หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า แม้ประเทศไทยจะยังเผชิญกับสภาวะเอลนีโญซึ่งทำให้ภาพรวมปริมาณน้ำน้อยกว่าปกติ แต่การที่มีฝนตกสะสมตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่าในลำน้ำเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ปริมาณฝนยังคงน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ก่อนจะเริ่มเพิ่มมากขึ้นในเดือนกันยายน และลดลงในเดือนตุลาคม นอกจากนี้ คาดว่าอาจมีพายุจรเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 1-2 ลูก ซึ่งต้องติดตามทิศทางในช่วงปลายปีอย่างใกล้ชิด โดยทางกรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมรับมือตาม 9 มาตรการหลักของ สทนช. พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...