รับมวลน้ำภาคเหนือ! กรมชลฯ สั่งเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
(6 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า จากสถานการณ์ฝนที่ตกทางตอนบนของประเทศ ส่งผลให้มวลน้ำเริ่มไหลลงสู่พื้นที่ตอนกลางอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 905 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.16 เมตร/รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 7.63 เมตร/รทก. เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์และรองรับมวลน้ำจากภาคเหนือ กรมชลประทานได้แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเริ่มทยอยปรับจากอัตราเดิม 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นชั่วโมงละประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เพื่อให้เข้าสู่อัตรา 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเวลา 24.00 น. ของวันนี้ และจะคงอัตราดังกล่าวไว้ต่อเนื่องเพื่อการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ด้าน นายธาราพงศ์ ปราบเสร็จ หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า แม้ประเทศไทยจะยังเผชิญกับสภาวะเอลนีโญซึ่งทำให้ภาพรวมปริมาณน้ำน้อยกว่าปกติ แต่การที่มีฝนตกสะสมตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่าในลำน้ำเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ปริมาณฝนยังคงน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ก่อนจะเริ่มเพิ่มมากขึ้นในเดือนกันยายน และลดลงในเดือนตุลาคม นอกจากนี้ คาดว่าอาจมีพายุจรเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 1-2 ลูก ซึ่งต้องติดตามทิศทางในช่วงปลายปีอย่างใกล้ชิด โดยทางกรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมรับมือตาม 9 มาตรการหลักของ สทนช. พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง