โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คำพูดสุดท้าย “เบ็ตตี ออง” แอร์โฮสเตสฮีโร่ ผู้โทรแจ้งเหตุจี้เครื่องบิน 9/11

Thaiger

อัพเดต 11 กันยายน 2569 เวลา 4.43 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

ย้อนนาทีชีวิต เบ็ตตี ออง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบิน 11 ผู้โทรแจ้งเหตุจี้เครื่องบินเป็นคนแรก ก่อนทิ้งคำพูดสุดท้าย ก่อนเหตุโศกนาฏกรรม 9/11

เนื่องในวาระครบรอบ 25 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 ไทยเกอร์ขอย้อนสดุดีความกล้าหาญ “เบ็ตตี แอน ออง” (Betty Ann Ong) พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบิน 11 ในฐานะหนึ่งในบุคคลแรกที่ส่งสัญญาณเตือนจากบนเครื่องบินว่า สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญเหตุจี้อากาศยาน

เที่ยวบิน 11 ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติโลแกน เมืองบอสตัน มุ่งหน้าไปยังนครลอสแอนเจลิส เมื่อเช้าวันที่ 11 กันยายน 2001 แต่ถูกสมาชิกกลุ่มอัลกออิดะห์จี้ระหว่างทาง ก่อนนำเครื่องพุ่งชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ฝั่งเหนือในนครนิวยอร์ก เมื่อเวลา 08.46 น. ตามเวลาท้องถิ่น

เบ็ตตีซึ่งมีประสบการณ์ทำงานกับอเมริกันแอร์ไลน์มา 14 ปี อยู่บริเวณด้านหลังของห้องโดยสารขณะเกิดเหตุ เธอโทรศัพท์ไปยังศูนย์สำรองที่นั่งของสายการบินในรัฐนอร์ทแคโรไลนาเมื่อเวลา 08.19 น. พร้อมแจ้งหมายเลขประจำตำแหน่งและข้อมูลเบื้องต้นว่า ห้องนักบินไม่ตอบสนอง มีผู้ถูกแทงในชั้นธุรกิจ ผู้โดยสารกับลูกเรือบางส่วนหายใจไม่ออกจากสารที่คาดว่าเป็นสเปรย์พริกไทย ก่อนกล่าวว่า “ฉันคิดว่าเรากำลังถูกจี้”

รายงานเหตุฉุกเฉินด้วยความสงบ

ผู้รับสายคนแรกคือ วาเนสซา มินเตอร์ เจ้าหน้าที่สำรองที่นั่ง ก่อนโอนสายให้ นีเดีย กอนซาเลซ หัวหน้างาน และเชื่อมต่อข้อมูลไปยัง เครก มาร์ควิส ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของอเมริกันแอร์ไลน์

แม้กำลังเผชิญสถานการณ์รุนแรง เบ็ตตียังคงรายงานข้อมูลอย่างเป็นลำดับ เธอแจ้งว่าพนักงานต้อนรับในตำแหน่งหมายเลข 1 กับหัวหน้าลูกเรือถูกแทง อีกทั้งยังให้รายละเอียดตำแหน่งที่นั่งของผู้ต้องสงสัย ซึ่งภายหลังมีส่วนช่วยให้เจ้าหน้าที่ระบุตัวผู้ก่อเหตุบนเที่ยวบินได้

เมื่อศูนย์ภาคพื้นดินถามว่าใครอยู่ในห้องนักบิน เบ็ตตีตอบว่าไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เนื่องจากประตูไม่เปิดและไม่มีการตอบรับจากด้านใน บันทึกของคณะกรรมาธิการ 9/11 ระบุว่า เธอสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินอย่างสงบและเป็นมืออาชีพตลอดการโทรฉุกเฉินประมาณ 25 นาที

พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 9/11 ระบุว่า เบ็ตตีอยู่ในสายประมาณ 23 นาที เพื่อถ่ายทอดข้อมูลจากเพื่อนร่วมงาน จนกระทั่งเที่ยวบิน 11 พุ่งชนอาคารฝั่งเหนือ

คำพูดสุดท้าย “ช่วยภาวนาให้พวกเราด้วย”

มูลนิธิเบ็ตตี แอน ออง บันทึกว่า คำพูดสุดท้ายของเธอที่ส่งถึงเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินคือ “Pray for us” หรือ “ช่วยภาวนาให้พวกเราด้วย” ก่อนการติดต่อขาดหายไป เธอเสียชีวิตพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือคนอื่น ๆ ขณะมีอายุ 45 ปี

การโทรของเบ็ตตีทำให้อเมริกันแอร์ไลน์ได้รับข้อมูลโดยตรงจากภายในเที่ยวบิน 11 และยืนยันได้ว่าเกิดเหตุจี้เครื่องบินจริง ข้อมูลจากเธอยังเป็นหลักฐานสำคัญที่เจ้าหน้าที่สอบสวนใช้ประกอบการสร้างลำดับเหตุการณ์บนเครื่องบินในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม คำสั่งควบคุมการบินทั่วประเทศไม่ได้เกิดจากการโทรของเบ็ตตีเพียงเหตุการณ์เดียว รายงานคณะกรรมาธิการ 9/11 ระบุว่า ศูนย์บัญชาการของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA สั่งห้ามเที่ยวบินขึ้นทั่วประเทศเมื่อเวลา 09.25 น. หลังหน่วยงานต่าง ๆ เริ่มทราบว่ามีเครื่องบินถูกจี้หลายลำ

ต่อมาเวลา 09.42 น. เบน สไลนีย์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการแห่งชาติของ FAA สั่งให้เครื่องบินพาณิชย์ทุกลำที่ยังอยู่บนน่านฟ้าสหรัฐฯ ลงจอดยังสนามบินที่ใกล้ที่สุด นับเป็นการดำเนินการในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การบินของประเทศ

จากพนักงานต้อนรับสู่ฮีโร่แห่งชาติ

เบ็ตตีเกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1956 ที่นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เธอเป็นลูกคนเล็กจากพี่น้องสี่คน และเป็นที่จดจำจากความเอาใจใส่ต่อผู้โดยสาร โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ

หลังการเสียชีวิต ครอบครัวได้ก่อตั้งมูลนิธิเบ็ตตี แอน ออง เพื่อสานต่องานช่วยเหลือสังคม มุ่งส่งเสริมสุขภาพกายและใจของเยาวชนกับผู้สูงอายุ ผ่านกิจกรรมด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และการสร้างความสัมพันธ์ภายในชุมชน

แม้เบ็ตตีไม่อาจช่วยเที่ยวบิน 11 ให้รอดพ้นจากโศกนาฏกรรม แต่ความกล้าหาญและสติของเธอทำให้โลกได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายในเครื่องบิน ข้อมูลทุกประโยคที่เธอส่งมายังภาคพื้นดินกลายเป็นส่วนสำคัญของหลักฐานเกี่ยวกับเหตุวินาศกรรม 9/11 และทำให้ชื่อของเธอได้รับการจดจำในฐานะวีรสตรีแห่งวงการการบิน

แหล่งอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...