โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช็อก! แม่น้ำยุโรปแห้งหนัก ลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ กระทบด้านพลังงาน-ขนส่ง-ท่องเที่ยว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 ส.ค. เวลา 03.30 น.
ยุโรปกำลังเผชิญวิกฤตแม่น้ำแห้งครั้งรุนแรง หลังคลื่นความร้อนและฝนที่ทิ้งช่วงทำให้แม่น้ำสายสำคัญหลายแห่งลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ “แม่น้ำดานูบ-แม่น้ำไรน์” ที่แห้งขอดนั้นก็ยังกระทบทั้งการผลิตไฟฟ้า การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และระบบนิเวศ สะท้อนสัญญาณเตือนจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังรุนแรงขึ้น

คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับฝนที่ตกน้อยผิดปกติ กำลังทำให้แม่น้ำสายสำคัญหลายแห่งในยุโรปมีระดับน้ำลดลงจนแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในบางพื้นที่ โดยภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นแม่น้ำที่หดแคบลงอย่างชัดเจน พร้อมสันดอนทรายและพื้นที่ริมฝั่งที่ปกติจมอยู่ใต้น้ำโผล่ขึ้นมาเป็นวงกว้าง สะท้อนความรุนแรงของวิกฤตภัยแล้งที่สามารถมองเห็นได้จากอวกาศ

“ยุโรป” เป็นทวีปที่มีอัตราการร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก ขณะที่ฤดูร้อนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ คลื่นความร้อนหลายระลอกได้ดึงความชื้นออกจากดินและแหล่งน้ำ ประกอบกับภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งที่ยืดเยื้อ ทำให้แม่น้ำหลายสายขาดน้ำหล่อเลี้ยง

แม่น้ำเหล่านี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมยุโรป ทั้งในด้านการขนส่งสินค้า การหล่อเย็นโรงไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ การท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า การลดลงของระดับน้ำจึงส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งต่อประชาชน ภาคธุรกิจ และระบบนิเวศ

หนึ่งในแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบรุนแรงคือ “แม่น้ำดานูบ” ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของยุโรป ไหลผ่าน 10 ประเทศตั้งแต่เยอรมนีไปจนถึงทะเลดำ โดยระดับน้ำในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ลดลงเหลือเพียงประมาณ 10 เซนติเมตร ทำลายสถิติระดับน้ำต่ำสุดเดิมที่เคยเกิดขึ้นในปี 2018

ระดับน้ำที่ลดลงยังสร้างความกังวลต่อภาคพลังงานของฮังการี เนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปักส์ ซึ่งผลิตไฟฟ้าเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ ต้องใช้น้ำจากแม่น้ำดานูบในการหล่อเย็น ขณะนี้โรงไฟฟ้าสามารถเดินเครื่องได้เพียงราว 10% ของกำลังการผลิต หลังระดับน้ำที่ต่ำทำให้เครื่องปฏิกรณ์เกือบทั้งหมดต้องหยุดทำงาน และมีความเป็นไปได้ว่าอาจต้องหยุดเดินเครื่องทั้งหมด หากระดับน้ำยังลดลงต่อเนื่อง

โรมาเนียก็เผชิญปัญหาด้านพลังงานเช่นกัน โดยกองทัพเรือใช้วัตถุระเบิดเพื่อเจาะทำลายชั้นหินในแม่น้ำดานูบ หวังเปิดทางให้น้ำไหลไปยังเครื่องปฏิกรณ์ที่ยังเดินเครื่องอยู่ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์นาโวดา ขณะที่หน่วยงานบริหารจัดการน้ำของประเทศมีแผนสร้างเขื่อนชั่วคราวเพื่อเบี่ยงน้ำเข้าสู่โรงไฟฟ้าเพิ่มเติม

ระดับน้ำที่ลดลงยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยเรือสำราญในแม่น้ำบางเส้นทางต้องยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนการให้บริการ ขณะที่เรือสำราญลำหนึ่งเกยตื้นบนสันดอนทรายในแม่น้ำดานูบ ประเทศบัลแกเรีย

อย่างไรก็ตาม วิกฤตแม่น้ำแห้งยังเผยให้เห็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เคยจมอยู่ใต้น้ำ ทั้งซากที่เชื่อว่าเป็นของแมมมอธโบราณในภาคเหนือของบัลแกเรีย และเรือรบของกองทัพนาซีที่จมอยู่ในแม่น้ำบริเวณประเทศเซอร์เบีย

ขณะที่ “แม่น้ำไรน์” ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญของยุโรป ก็กำลังเผชิญระดับน้ำต่ำในระดับวิกฤตเช่นกัน โดยปริมาณหิมะในเทือกเขาแอลป์ที่น้อยในช่วงฤดูหนาว ประกอบกับฝนที่ตกน้อยและคลื่นความร้อนถึง 5 ระลอกในพื้นที่ลุ่มน้ำไรน์ ทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างหนัก

บริเวณคอขวดสำคัญของแม่น้ำไรน์ที่เมืองคอบ ใกล้เมืองโคเบลนซ์ ทางตะวันตกของเยอรมนี ระดับน้ำลดลงเหลือเพียงประมาณ 23 เซนติเมตร ต่ำกว่าสถิติเดิมที่ 23.6 เซนติเมตร ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2018 ขณะที่ระดับน้ำในเมืองโคโลญจน์และบริเวณโลบิทห์ จุดที่แม่น้ำไรน์ไหลเข้าสู่เนเธอร์แลนด์ ก็ลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

ระดับน้ำที่ต่ำจนเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ ทำให้เรือบรรทุกสินค้าต้องลดปริมาณสินค้าลงมากถึง 80% เพื่อป้องกันเรือเกยตื้น ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มต้นทุนการขนส่ง ขณะที่บางจุดขนถ่ายสินค้าไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันไปใช้การขนส่งทางรถไฟและทางถนนแทน

นอกจากดานูบและไรน์แล้ว แม่น้ำสายสำคัญอื่นของยุโรป เช่น แม่น้ำโปในอิตาลี และแม่น้ำลัวร์ในฝรั่งเศส ก็มีระดับน้ำลดลงอย่างผิดปกติในหลายพื้นที่ นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ระดับน้ำในแม่น้ำที่ทำลายสถิติอาจเกิดขึ้นซ้ำและรุนแรงขึ้นในอนาคต หากโลกยังคงร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้ว่า การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจะยิ่งเป็นเรื่องท้าทายมากขึ้น

“ริชาร์ด อัลลัน” ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยเรดดิง ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า สถานการณ์ระดับน้ำสุดขั้วที่กำลังเกิดขึ้นอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปัญหาที่รุนแรงกว่านี้ในอนาคต โดยแนวทางสำคัญที่สุดในการจำกัดความรุนแรงของเหตุการณ์เหล่านี้ คือการเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน และดำเนินนโยบายระยะยาวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดวิกฤต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...