โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วันวิชิต’ ชี้ ‘อนุทิน’ เดินเกมจีนถูกจังหวะ ใช้การลงทุนเป็นแต้มต่อด้านความมั่นคงไทย สร้างมูลค่าเพิ่มในสายตาจีนเหนือกัมพูชา

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

21 ก.ค.2569-ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า การเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นการวางหมากทางการเมืองระหว่างประเทศที่มีนัยสำคัญ และใช้มิติเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศ

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า แม้สายตาของหลายฝ่ายจะจับจ้องไปที่ประเด็นปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และบทบาทของจีนว่าจะเข้ามาช่วยลดความตึงเครียดหรือทำหน้าที่เป็นผู้ประสานอย่างไร แต่สิ่งที่รัฐบาลไทยเลือกทำกลับเป็นการใช้ "เกมเศรษฐกิจ" เป็นตัวนำ มากกว่าการหยิบยกประเด็นความมั่นคงขึ้นมาเป็นวาระหลักในการเจรจา

การที่คณะเดินทางไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมร่วมเดินทาง สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการสื่อสารกับจีนผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเฉพาะการนำนักธุรกิจไทย 153 คน จาก 48 บริษัท เข้าร่วมจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนจีน ซึ่งไม่ใช่เพียงการแสวงหาเม็ดเงินลงทุน แต่เป็นการเชื่อมโยงไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จีนกำลังผลักดัน

โดยมองว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลจีนเห็นศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและตลาดสำคัญในภูมิภาค ส่งผลให้ความสัมพันธ์ไทย-จีนมีมิติเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าการค้าการลงทุนเพียงอย่างเดียว

ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุว่า เมื่อไทยทำให้จีนเห็นว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจมีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศ จีนก็ย่อมรับรู้ถึงความกังวลของไทยในประเด็นความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทำให้บนเวทีการเจรจา มีเรื่องของรถถังจีน ที่ส่งมอบให้กัมพูชา เป็นหัวข้อสนทนา โดยไทยเลือกใช้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็น "สะพานเชื่อม" เพื่อให้จีนรับรู้และจัดลำดับความสำคัญของไทยในสายตาของรัฐบาลปักกิ่ง ที่สุด ก็ได้คำมั่นจากจีน ว่า ทางจีนจะไม่ยอมให้กัมพูชา ใช้รถถังในการรบกับไทย เพราะจีนเองได้ตระหนักถึงคุณค่าในเชิงเศรษฐกิจของไทย ที่มีเหนือกัมพูชา

"เมื่อจีนเลือกวางตัวเป็นกลาง หรืออย่างน้อยไม่สนับสนุนท่าทีที่เพิ่มความตึงเครียดให้กับกัมพูชา ก็ถือว่าประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านความมั่นคงในระดับน่าพอใจแล้ว" ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว

และยังเห็นว่า เบื้องหลังภาพบรรยากาศอันชื่นมื่นของการจับมือระหว่างนักธุรกิจไทยและจีน คือการวางยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเข้ากับผลประโยชน์ด้านความมั่นคง ซึ่งนับเป็นแนวทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่น่าจับตาของรัฐบาลไทยในช่วงเวลานี้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...