“อิหร่าน” อ้างโจมตีฐานทัพสหรัฐในคูเวต-บาห์เรน ตอบโต้ปฏิบัติการถล่มของสหรัฐ
"อิหร่าน" อ้างโจมตีฐานทัพสหรัฐในคูเวตและบาห์เรน หลังสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายหลายสิบแห่งทั่วอิหร่าน
วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.43 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า กองทัพอิหร่านเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) ว่าได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์และฐานทัพของสหรัฐในคูเวตและบาห์เรน เพื่อตอบโต้การโจมตีระลอกล่าสุดของกองทัพสหรัฐที่มุ่งเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า กองทัพได้ใช้ โดรนโจมตีฐานทัพอากาศ Ahmad al-Jaber ในคูเวต โดยอ้างว่าเป้าหมายประกอบด้วยโรงเก็บอากาศยาน ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม และคลังเก็บอุปกรณ์ของกองทัพสหรัฐฯ
นอกจากนี้อิหร่านยังอ้างว่า เมื่อวันพฤหัสบดีได้โจมตีฐานทัพอากาศ Sheikh Isa ในบาห์เรน โดยมุ่งเป้าไปที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ระบบนำร่อง และอาคารสนับสนุนทางทหาร
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันพุธกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐได้ปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่อเป้าหมายหลายสิบแห่งของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ทั่วอิหร่าน เพื่อลดขีดความสามารถในการคุกคามผลประโยชน์ของสหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาค
การโจมตีตอบโต้ล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาปะทุของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ขณะที่การใช้โดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการขนส่งกำลังขยายวงกว้างในตะวันออกกลาง
ล่าสุดอียิปต์ เปิดเผยว่า โดรนได้โจมตีเรือ 2 ลำที่ท่าเรือดาเมียตตา (Damietta) ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ แม้ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ แต่ถือเป็นการโจมตีดินแดนอียิปต์ครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์
นักวิเคราะห์จากบริษัท Verisk Maplecroft มองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าความขัดแย้งกำลังขยายวงกว้าง และอาจทำให้ คลองสุเอซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก กลายเป็นเป้าหมายในอนาคต
พร้อมระบุว่า การขยายตัวของการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธต่อการเดินเรือในปีนี้ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ทะเลแคสเปียน ทะเลดำ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลแดง อ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงมหาสมุทรอินเดีย กำลังสร้าง "ยุคใหม่ของความเสี่ยงทางทะเล"
แม้สถานการณ์ความขัดแย้งยังตึงเครียด แต่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในวันศุกร์ หลังมีสัญญาณว่าปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก เริ่มกลับมาฟื้นตัว ช่วยบรรเทาความกังวลด้านอุปทาน
ณ ช่วงเช้าวันศุกร์ น้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนกันยายน ลดลงเกือบ 2% มาอยู่ที่ 87.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล น้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 2.3% อยู่ที่ 81.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้าน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธว่า ต้องการให้สภาคองเกรสเพิ่มมาตรการ ภาษีนำเข้าสินค้าจากอิหร่าน เข้าไปในร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียและอิหร่านที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคการเมือง
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ มองว่า มาตรการดังกล่าวอาจมีผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจำกัด เนื่องจากสหรัฐแทบไม่มีการนำเข้าสินค้าจากอิหร่านอยู่แล้ว แต่การเพิ่มมาตรการภาษีเข้าไปในร่างกฎหมาย อาจทำให้กระบวนการผ่านกฎหมายมีความซับซ้อนและใช้เวลานานขึ้น
อ้างอิง : www.cnbc.com