โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรมชลประทาน ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา คาดการระบายอยู่ในเกณฑ์ 500–700 ลบ.ม./วินาที

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมชลประทาน ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา คาดการระบายอยู่ในเกณฑ์ 500–700 ลบ.ม./วินาที

นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทานเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเริ่มทยอยไหลลงสู่พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเวลา 06.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,006 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้น 70 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเมื่อวานที่ 936 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

โดยกรมชลประทานรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกเหนือเขื่อนเจ้าพระยารวม 455.23 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มจากเมื่อวานที่ 406.99 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยฝั่งตะวันตกรับน้ำ 243.85 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และฝั่งตะวันออก 211.38 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ส่วนเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ทยอยปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนขึ้นมาอยู่ที่ 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเมื่อวาน 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม สอดคล้องกับปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงมา และลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนให้มากที่สุด

ซึ่งคาดว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 500–700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ไปจนถึงบริเวณ ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา และ ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา สูงขึ้นจากระดับปัจจุบันประมาณ 1–1.5 เมตร แต่ยังอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง

สำหรับสภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และด้านตะวันตกของภาคกลาง จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านเมียนมาตอนบนและลาวตอนบนเข้าสู่พายุโซนร้อนนาร์รา บริเวณอ่าวตังเกี๋ย จึงยังต้องติดตามฝนตกหนักและฝนสะสมในพื้นที่ตอนบนอย่างใกล้ชิด

ด้านสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 7,526 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 56 เขื่อนสิริกิติ์ 6,718 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 71 เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 339 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 36 และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 30

กรมชลประทานกำชับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรให้พร้อมรองรับสถานการณ์ รวมถึงเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ล่าสุดกรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2569 แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 7 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ประชาสัมพันธ์ประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังสถานการณ์และติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...