กรมชลประทาน ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา คาดการระบายอยู่ในเกณฑ์ 500–700 ลบ.ม./วินาที
กรมชลประทาน ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา คาดการระบายอยู่ในเกณฑ์ 500–700 ลบ.ม./วินาที
นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทานเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเริ่มทยอยไหลลงสู่พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเวลา 06.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,006 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้น 70 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเมื่อวานที่ 936 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
โดยกรมชลประทานรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกเหนือเขื่อนเจ้าพระยารวม 455.23 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มจากเมื่อวานที่ 406.99 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยฝั่งตะวันตกรับน้ำ 243.85 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และฝั่งตะวันออก 211.38 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ส่วนเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ทยอยปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนขึ้นมาอยู่ที่ 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเมื่อวาน 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม สอดคล้องกับปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงมา และลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนให้มากที่สุด
ซึ่งคาดว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 500–700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ไปจนถึงบริเวณ ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา และ ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา สูงขึ้นจากระดับปัจจุบันประมาณ 1–1.5 เมตร แต่ยังอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง
สำหรับสภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และด้านตะวันตกของภาคกลาง จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านเมียนมาตอนบนและลาวตอนบนเข้าสู่พายุโซนร้อนนาร์รา บริเวณอ่าวตังเกี๋ย จึงยังต้องติดตามฝนตกหนักและฝนสะสมในพื้นที่ตอนบนอย่างใกล้ชิด
ด้านสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 7,526 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 56 เขื่อนสิริกิติ์ 6,718 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 71 เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 339 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 36 และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 30
กรมชลประทานกำชับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรให้พร้อมรองรับสถานการณ์ รวมถึงเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ ล่าสุดกรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2569 แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 7 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ประชาสัมพันธ์ประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังสถานการณ์และติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ