โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

กวาดล้างปืนออนไลน์! บุกจับ 186 ราย ยึดของกลาง 228 กระบอก กระสุนอื้อ

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 สิงหาคม 2569 เวลา 0.39 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาวุธปืนออนไลน์ผิดกฎหมายตรวจค้นกว่า 200 จุดทั่วประเทศ รวบ 186 รายของกลาง 228 กระบอกพร้อมระเบิดและกระสุนกว่าพันนัด

25 สิงหาคม 2569 - ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.สมพล ใจดี รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจรอง ผบก.สอท.3, พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ รอง ผบก.สอท.5 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงผลการระดมกวาดล้างอาวุธปืนออนไลน์

สืบเนื่องจากนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำชับมาตรการกำหนดให้ยกระดับมาตรการควบคุมและปราบปรามอาวุธปืนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอาวุธปืนผิดกฎหมาย การลักลอบซื้อขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงการพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมหรือสร้างความรุนแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. จึงกำชับและสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาวุธปืนออนไลน์ผิดกฎหมาย

โดยปฏิบัติการครั้งนี้ตรวจมีการตรวจค้นกว่า 200 จุด ทั่วประเทศ ซึ่งมีจุดตรวจค้นสำคัญ จำนวน 16 จุด ในพื้นที่ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง อุดรธานี สุพรรณบุรี สระบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ และนครศรีธรรมราช จนนำมาสู่การจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 186 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน จำนวน 228 กระบอก แบ่งเป็นอาวุธปืนมีทะเบียน จำนวน 33 กระบอก ไม่มีทะเบียน จำนวน 194 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 1,294 นัด อุปกรณ์ส่วนควบ อาวุธปืน 27 รายการ และระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 1 ลูก

โดยบก.สอท.1 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม จำนวน 22 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน 25 กระบอก อุปกรณ์ส่วนควบ จำนวน 22 รายการ และเครื่องกระสุนปืน จำนวน 50 นัด พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 และ พ.ต.ท.นพดล บุตวงษ์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมจากบัญชีเฟซบุ๊ก รายหนึ่ง มีพฤติการณ์โพสต์ขายอาวุธปืนในกลุ่มสาธารณะ จึงติดต่อล่อซื้อ จนนำมาสู่การจับกุม นายภานุเดช อายุ 41 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 2 นัด ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลไปยังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กอีกราย นำมาสู่การเข้าจับกุม นายโสติราม อายุ 36 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองสั้นเบอร์ 20 จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนลูกซอง 1 นัด ส่งดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

บก.สอท.2 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม จำนวน 38 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน จำนวน 49 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 463 นัด อุปกรณ์ส่วนควบ จำนวน 4 รายการ และระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 1 ลูก โดยพ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนพบการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและกระสุนปืนผ่านแอปพลิเคชัน Shopee โดยบัญชีที่ตรวจสอบพบมีผู้ติดตามจำนวนกว่า 1,500 คน โดยปกปิดว่าเป็นการจำหน่ายอะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์ อุปกรณ์แคมป์ปิ้งและอุปกรณ์เดินป่า และตรวจสอบรวบรวมข้อมูล บุคคลที่มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนผ่าน LINE Official Account (LINE OA) ซึ่งมีสมาชิกในกลุ่มกว่า 800 คน จนนำมาสู่การขอหมายศษลเข้าตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน 6 จุด ในพื้นที่ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และ ชลบุรี

ในขณะเดียวกัน พ.ต.อ.คุณาปะโยชน์ อารียรัตนะณธร ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบเป้าหมายที่ได้รับ จาก พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 โดยนำหมายค้นศาลเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายเป็นร้านขายไข่ไก่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ นำมาสู่ผลการปฏิบัติดังกล่าว

บก.สอท.3 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม จำนวน 61 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน จำนวน 71 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน จำนวน 139 นัด โดย พ.ต.อ.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3 และ พ.ต.ท.อโนทัย ดียิ่ง รอง ผกก.2 บก.สอท.3 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.3 สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4 ร่วมกันเข้าจับกุม นายขจร หรือ บังจร อายุ 27 ปี ชาวอุดรธานี พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธปืน ไม่มีทะเบียน จำนวน 5 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 72 นัด

กรณีดังกล่าว สืบสวนมาจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “บังจร” ได้โพสต์ขายอาวุธปืนไม่มีทะเบียนในกลุ่มเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แฝงตัวเข้ากลุ่มดังกล่าวจนพบข้อมูลว่า “บังจร” มีพฤติกรรมรับดัดแปลงอาวุธปืนแบลงค์กัน ให้สามารถใช้ร่วมกับกระสุนปืนจริงได้ และจากการตรวจสอบยังพบอีก “บังจร” มีหน้าร้านเปิดซ่อมรถมอเตอร์ไซต์ และมีอุปกรณ์เครื่องกลึงเหล็ก รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ ที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นอาวุธปืนได้จริง จนนำมาสู่การขอศาลออกหมายค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี และเข้าจับกุมตัวพร้อมของกลางดังกล่าวได้สำเร็จ

บก.สอท.4 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม จำนวน 32 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน จำนวน 43 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน จำนวน 79 นัด โดย พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนพบบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง มีพฤติกรรมโพสต์ภาพอาวุธปืน และวิดีโอคลิปการยิงปืนบ่อยครั้ง จึงสืบสวนจนทราบตัวบุคคลดังกล่าว คือ นายธนพิสิฐ หรือ ตี๋ เจ้าของลานตากข้าวและรับซื้อข้าวเปลือก มีนิสัยชอบสะสมอาวุธปืน ชอบพกปืนติดตัว และชอบอวดอาวุธปืน ลงโซเชียลมีเดีย จนนำมาสู่การขออำนาจศาลออกหมายค้นและนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก ในพื้นที่ ม.7 ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนพร้อมใบอนุญาตให้มีอาวุธปืน (ป.4) ทุกกระบอก จากการสอบถาม เจ้าตัวรับว่าชอบสะสมอาวุธปืน โดยเมื่อ ก.พ.69 ที่ผ่านมา ตนเองเพิ่งถูก สภ.บางปลาม้า ดำเนินคดีในความผิดฐาน “ยิงปืนในเมืองหมู่บ้าน หรือที่ชุมชนฯ” เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจยึดอาวุธปืน จำนวน 9 รายการ เพื่อนำไปตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป

บก.สอท.5 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม จำนวน 33 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน จำนวน40 กระบอก (อาวุธสงคราม จำนวน 1 กระบอก) อุปกรณ์ส่วนควบ จำนวน 1 รายการ และกระสุนปืน จำนวน 563 นัด โดย พ.ต.อ.ณัฐพงศ์ ตรงเที่ยง กก.4 บก.สอท.5 นำกำลังเข้าจับกุม นายทินพันธ์ อายุ 28 ปี ในพื้นที่ ม.4 ต.หนองปลาหมอ อ.หนองแค จ.สระบุรี พร้อมด้วยของกลางเป็น อาวุธปืนกลมือ UZI ขนาด 9 มม. ไม่มีเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 นัด และยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 13 เม็ด

พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. ขอฝากเตือนไปยังประชาชนว่า การซื้อ-ขาย ครอบครอง หรือพกพาอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะนอกจากจะมีความผิดและมีโทษตามกฎหมายแล้ว ยังอาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมและเหตุความรุนแรงที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอให้ผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยง การเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ดัดแปลง หรือครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ ซึ่งทางตำรวจไซเบอร์ยังคงเดินหน้าสืบสวน กวาดล้าง และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...