โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อตัวตนเสมือนอาจกลายเป็นคมมีดทิ่มแทง : เปิดจักรวาล ‘มาสคอต’ และเหรียญอีกด้านที่ ‘แรงงานอารมณ์’ ต้องเผชิญ

The101.world

อัพเดต 31 ก.ค. 2567 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2567 เวลา 17.17 น. • The 101 World

มาสคอต

ในโลกที่โหดร้าย พวกเราต่างมีเหล่า ‘มาสคอต’ ไว้ชุบชูจิตใจ ด้วยบุคลิกที่น่ารักและสุดกวนของมาสคอต คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวละครเหล่านี้กลายเป็นอีกหนึ่งความบันเทิงใหม่ของผู้คนในยุคปัจจุบัน

หนึ่งในปัจจัยที่สร้างความนิยมให้แก่มาสคอตเหล่านี้ คือ ‘โซเชียลมีเดีย’ เพราะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เหล่ามาสคอตสามารถแสดงจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่แสนน่ารักหรือกิริยาอันแสนน่าเอ็นดู แทนจากเดิมที่เราอาจพบเห็นได้เพียงตามสถานที่จริง โซเชียลมีเดียจึงทำหน้าที่เป็นเหมือน ‘เครื่องขยายเสียง’ ที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงเหล่ามาสคอตได้มากขึ้น ง่ายขึ้น และไร้พรมแดนมากขึ้น

หากสำรวจนิยามของ ‘มาสคอต’ จากหลากหลายแหล่งที่มา ต่างมีจุดร่วมของความหมายที่คล้ายคลึงกัน โดย ‘มาสคอต’ หมายถึง สัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อใช้เป็นตัวแทนในการประชาสัมพันธ์และสร้างให้เกิดการจดจำที่ดีอันนำไปสู่ภาพลักษณ์เชิงบวกของสินค้าและบริการนั้น

ที่ผ่านมา ‘มาสคอต’ จึงถูกออกแบบมาจากรูปลักษณ์ที่ผู้คนสามารถรับรู้ได้โดยง่าย ผ่านการใช้ตัวการ์ตูน สัตว์ หรือตัวละครที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์ (แม้ว่าหน้าตาอาจไม่คล้ายมนุษย์ แต่ก็จะมีท่าทางคล้ายมนุษย์) อีกทั้งยังต้องเสริมสร้างเรื่องราวและนิสัยเฉพาะตัวให้กับมาสคอตเหล่านั้นด้วย มาสคอตส่วนใหญ่จึงมักแสดงกิริยาที่เกินมนุษย์ทั่วไป หรือแสดงออกถึงความน่ารักสดใสร่าเริงเหมือนเด็ก เพื่อกระตุ้นความรู้สึกที่ดีของผู้พบเห็นให้เกิดขึ้นได้ง่ายและเพิ่มมิติและความน่าสนใจให้กับคาแรกเตอร์เหล่านั้น

หากนึกถึงมาสคอตที่ได้รับความนิยมระดับโลก หลายคนคงนึกภาพของ ‘คุมะมง’ เจ้าหมีตัวสีดำที่มีแก้มสีแดงประจำจังหวัดคุมาโมโตะ (Kumamoto) สาเหตุที่ใช้หมีดำเป็นต้นแบบของการออกแบบคุมะมง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วจังหวัดคุมาโมโตะกลับไม่มีหมีสักตัว เพราะคำว่า ‘Kuma’ (แปลว่า หมี) พ้องกับชื่อจังหวัดคุมาโมโตะ โดยคุมะมงเกิดขึ้นภายใต้แคมเปญ ‘Kumamoto Surprise’ ที่ต้องการนำเสนอของดีประจำจังหวัดให้กับผู้คนในเมืองคุมะโมโตะรับรู้ และภูมิใจบ้านเกิดของตนเอง เพื่อที่จะสามารถอธิบายและสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวได้

สำหรับวิธีการออกแบบมาสคอต ‘คุมะมง’ นั้น คุมะมงถูกออกแบบให้ชุดมีสรีระที่สามารถออกท่าทางได้อย่างอิสระ ประกอบกับดวงตาเบิกโพลง และปากที่อ้างค้าง ทำให้กลายเป็นหมีที่ดูตื่นเต้นตลอดเวลาเพื่อสอดคล้องกับแคมเปญ ‘Kumamoto Surprise’ ทั้งนี้แก้มสีแดงบนใบหน้าของมาสคอตก็เป็นส่วนประกอบที่ถูกเติมแต่งภายหลัง เนื่องจากมานาบุ มิซุโนะ (Manabu Mizuno) ผู้ออกแบบมาสคอตมองว่าเด็กในประเทศญี่ปุ่นมักชอบมีแก้มแดง จึงใส่เข้ามาเพื่อให้คุมะมงมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น อีกทั้งยังสะท้อนถึงความร่าเริงและความซุกซนเหมือนเด็กของเจ้าหมีดำตัวนี้ โดยผู้ออกแบบก็ใส่เรื่องราวเพิ่มเติมไปแทนว่า “เพราะคุมะมงชอบกินมะเขือเทศและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้มีแก้มสีแดง”

ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากจังหวัดคุมาโมโตะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ และเป็นจังหวัดเกษตรกรรมที่มี ‘มะเขือเทศและผลไม้’ เป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัด เห็นได้ว่าจากแก้มแดงๆ ธรรมดาบนใบหน้าเจ้าหมีดำสุดกวนตัวนี้ ก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นกลวิธีประชาสัมพันธ์เรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดได้อีกมากมาย เช่น ‘แนะนำอาหารขึ้นชื่อจากจังหวัดคุมาโมโตะ “สีแดงๆ” เหมือนแก้มหมี Kumamon!’ เป็นต้น

กฤษบดินทร์ วงค์คำ นักวิจัยจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายในบทความ มาสคอต’ คาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น ว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกๆ ที่ให้ความสำคัญและมีความพยายามจะยกระดับ ‘การท่องเที่ยวท้องถิ่น’ ให้กลายเป็น ‘นวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม’ โดยในช่วงปี 2010-2015 ถือได้ว่าเป็นยุคทองของการสร้างมาสคอตประจำเมืองในญี่ปุ่น เนื่องจากหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศสร้างมาสคอตของจังหวัดตนในอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดและทำให้เมืองน่าสนใจมากขึ้น ประกอบกับในปี 2010 เกิดการจัดการประกวดมาสคอตแห่งชาติขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ ‘ยูรุเคียระกรังด์ปรีซ์’ (Yuru-Chara Grand Prix) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินผลการประกวดอย่างยุติธรรม

‘ยูรุเคียระกรังด์ปรีซ์’ (Yuru-Chara Grand Prix)

จากการออกแบบมาสคอตของเมืองคุมาโมโตะที่ใส่ใจรายละเอียดทำให้เจ้าหมีดำอย่าง ‘คุมะมง’ ชนะเลิศในการแข่งขันมาสคอตจากทั้งประเทศอย่าง ‘ยูรุเคียระกรังด์ปรีซ์’ ได้ จนสร้างปรากฏการณ์ความโด่งดังและสร้างเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้สำเร็จ ส่งผลให้หลายจังหวัดเริ่มออกมาสร้างมาสคอตเป็นของตนเอง และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นไปพร้อมกับการสร้างและพัฒนามาสคอตประจำเมือง เหมือนกับมาสคอตอีกตัวอย่าง ‘ชิบะคุง’ (CHIBA KUN) มาสคอตประจำเมืองชิบะ แม้ว่าชิบะคุงจะมีลักษณะเป็นสิ่งมีชีวิตสีแดงคล้ายสุนัข แต่เมืองชิบะกลับอธิบายว่า ชิบะคุงเป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับจนไม่ต้องการนิยามว่า ‘ชิบะคุง’ เป็นสัตว์ชนิดใดแบบเฉพาะเจาะจง เนื่องจากหน้าตาของมันถูกออกแบบมาจาก ‘แผนที่ของเมืองชิบะ’

ภาพจาก Chiba Prefectural Tourism & Local Products Association

นอกจากนี้ สีแดงบนตัวชิบะคุงนั้นก็มาจากสีของ ‘ชิบะเบอร์รี’ สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์ใหม่ประจำเมือง หลังจากผ่านการพัฒนาสายพันธุ์มามากกว่า 12 ปี โดยสายพันธุ์ดังกล่าวมีคุณสมบัติทนทานต่อโรค ขนาดใหญ่กว่าสตรอว์เบอร์รีทั่วไป และรสชาติหวานอมเปรี้ยว จนทำให้สตรอว์เบอร์รีกลายเป็นหนึ่งในผลไม้ขึ้นชื่อประจำจังหวัดชิบะ โดย ‘ชิบะคุง’ ในฐานะมาสคอตประจำเมืองที่ถูกออกแบบมาจากรายละเอียดต่างๆ ของเมืองไปจนถึงของขึ้นชื่อประจำเมือง ชิบะคุงจึงมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผลผลิตขึ้นชื่อของเมืองไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อเผยแพร่ข้อมูลไปสู่นักท่องเที่ยวทั่วโลกผ่านช่องทางออนไลน์

จากทั้งกรณีของ ‘คุมะมง’ หรือ ‘ชิบะคุง’ สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นของดีประจำจังหวัด เรื่องราวและเรื่องเล่าประจำท้องถิ่น ถูกแปรเปลี่ยนมาเป็นรายละเอียดบนตัวมาสคอต สีของมาสคอต หรือแม้แต่ท่าทางและนิสัยของเหล่ามาสคอตได้ทั้งสิ้น เพื่อใช้นำเสนอประชาสัมพันธ์เรื่องราวของจังหวัดเหล่านั้นไปสู่ผู้พบเห็นได้

‘มาสคอต’ ไม่ได้เป็นเพียงตุ๊กตา แต่เป็นเพื่อนมนุษย์ที่มีชีวิตและจิตใจ

เมื่อย้อนกลับมาดูปรากฏการณ์ของ ‘หมีเนย’ ในประเทศไทย ทางกุลนรี นุกิจรังสรรค์ นักวิจัยจากศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่าเหตุผลที่หมีเนยได้รับความนิยมมากเช่นนี้ ส่วนหนึ่งมาจากคาแรกเตอร์ที่น่าเอ็นดู มีจริตจะก้านที่พอดี ไม่มากไม่น้อยไป มีความนอบน้อมอ่อนโยน อีกทั้งหมีเนยยังมีปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับแฟนคลับ ตอบโต้ผ่านท่าทางต่างๆ ได้อย่างมีลูกล่อลูกชน เสมือนว่า ‘มีชีวิตจริง’ แต่หมีเนยก็ไม่ใช่มาสคอตตัวแรกที่ได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ของไทย เพราะที่ผ่านมาเรายังเห็นมาสคอตหลายตัวที่มีรูปร่างและการแสดงออกที่เป็นเอกลักษณ์จนทำให้ผู้คนในโลกออนไลน์ต่างหลงรักอย่าง ‘น้องกล้วยกรุงศรี’

‘น้องกล้วยกรุงศรี’ เป็นมาสคอตรูปร่างกล้วยที่มีคาแรกเตอร์สนุกสนาน ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงแบรนด์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา มาสคอตตัวดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของธนาคารที่เกี่ยวกับ ‘ความง่าย’ และคำมั่นสัญญาของธนาคารแก่ลูกค้าว่า “ชีวิตง่าย ได้ทุกวัน” น้องกล้วยกรุงศรีได้รับความนิยมขึ้นมาจากคลิปวิดีโอการเต้นที่เหวี่ยงหัวสุดขั้ว จนทำให้ใครหลายคนต่างรู้สึกสนุกสนานตามไปกับมาสคอต ส่งผลให้ #น้องกล้วยกรุงศรี เคยติดอันดับที่พูดถึงมากที่สุดบน X

จากแนวคิดดังกล่าวก็แปรเปลี่ยนมาเป็นรูปร่างของมาสคอตอย่าง ‘กล้วย’ เพื่อสื่อสารถึง ‘ความง่าย’ เนื่องจากสัญญะของกล้วยถูกใช้ผูกโยงกับความรู้สึก ‘ง่าย’ เห็นได้จากที่สังคมไทยมีสำนวนอย่าง ‘ปลอกกล้วยเข้าปาก’ ประกอบกับการเต้นที่สนุกสุดขั้วเช่นนี้ของมาสคอตก็ยิ่งสื่อสารให้เห็นถึง ‘ความสนุกสนานของการใช้ชีวิต’ ด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดนี้จึงเห็นได้ว่า มาสคอตส่วนใหญ่ที่ได้รับความนิยม ล้วนแต่เป็นผลมาจากการถูกรับรู้จากโลกออนไลน์ทั้งสิ้น จนอาจกล่าวได้ว่ามาสคอตบางตัวถูกรับรู้ในฐานะเป็น ‘อินฟลูเอนเซอร์’ มากกว่าการทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้กับเมือง สินค้า หรือบริการตามจุดประสงค์แรกเริ่มของมาสคอตก็ได้ หนึ่งในมาสคอตที่โด่งดังไปทั่วโลกในฐานะอินฟลูเอนเซอร์บนโลกออนไลน์คือ ‘จี้ตัน’ (Chiitan) ซึ่งเป็นมาสคอต ‘ภูติตัวน้อยที่มีรูปร่างเหมือนนาก อายุ 0 ขวบ’ ที่มีเต่าเป็นหมวก

ภาพจาก @chiitan7407

มาสคอต ‘จี้ตัน’ (Chiitan) ได้รับต้นแบบมาจาก‘นากเซเลป’ ที่มีผู้ติดตามในโลกทวิตเตอร์กว่า 7 แสนคนชื่อว่า ‘Chiitan’ (ชื่อนากตัวจริง) เนื่องจากเป็นนากตัวสุดท้ายของญี่ปุ่นและได้รับเลือกให้เป็นทูตการท่องเที่ยวของเมืองซูซากิ (Susaki) ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2016 เดิมทีมาสคอต ‘จี้ตัน’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองอากิฮาบาระ (Akihabara) แต่ด้วยความที่จี้ตันมักจะร่วมงานกับหน่วยงานของเมืองซูซากิอยู่บ่อยครั้ง จึงถูกรับรู้ในฐานะ ‘มาสคอตอย่างไม่เป็นทางการของเมืองซูซากิ’ ด้วย

เหตุผลที่ทำให้มาสคอตอย่าง ‘จี้ตัน’ ได้รับความนิยมอย่างมากบนโลกออนไลน์มาจากบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ และกิจกรรมที่บ้าระห่ำ ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดลงจากเก้าอี้ กระโดดลงแม่น้ำ ทำลายข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ โดยมักจะเผยแพร่วิดีโอเหล่านี้ผ่านช่องทางออนไลน์ของตน ซึ่งแตกต่างจากบุคลิกน่ารัก กวนๆ ที่มาสคอตตัวอื่นๆ เป็นจนทำให้จี้ตันได้รับความนิยมอย่างมาก ผู้คนต่างรอคอยว่า ‘วันจี้ตันจะไปทำอะไร’ ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียของจี้ตัน อาจกล่าวได้ว่าจี้ตันถูกรับรู้ในฐานะ ‘อินฟลูเอนเซอร์บนโลกออนไลน์’ มากกว่า ‘มาสคอต’ จนคาแรกเตอร์ดังกล่าวถูกนำไปสร้างเป็น pop-up cafe และแอนิเมชันด้วย

ไม่ว่าจากกรณีของ ‘จี้ตัน’ หรือ ‘หมีเนย’ ต่างทำให้เห็นแล้วว่า ‘ความเหมือนมีชีวิตจริง’ กลายเป็นหนึ่งในจุดสำคัญสำหรับการมีอยู่ของเหล่า ‘มาสคอต’ ก็ว่าได้ กล่าวคือแม้ว่ามาสคอตจะมีรูปลักษณ์ของสัตว์ ผลไม้ จนไปถึงตุ๊กตา แต่พวกเราไม่ได้มองและเข้าใจมันตามรูปลักษณ์ที่เป็น และกลับมองว่ามาสคอตเป็นตัวละครที่มีความเป็นมนุษย์ไม่ต่างจากเรา

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับคำว่า ‘มานุษยรูปนิยม’ (Anthropomorphism) ซึ่งหมายถึง ‘การสร้าง’ สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น สัตว์ ตัวละครในการ์ตูน ตุ๊กตายัดนุ่น ให้มีรูปร่าง กิริยา นิสัย อารมณ์ หรือสติปัญญานึกคิดราวกับมนุษย์ โดยแนวคิดดังกล่าวมักอยู่ตามวรรณกรรมหรืองานศิลปะต่างๆ ผ่าน ‘การสร้างตัวละครขึ้นมาใหม่ที่มีลักษณะของมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา’ ไม่ว่าจะเป็นนิทานอีสป ชาดก หรือวรรณคดีพื้นบ้าน กล่าวคือเป็นการสมมติสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ให้มีรูปร่าง นิสัย และการนึกคิดเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ ตลอดจนแนวคิดดังกล่าวยังเป็นเหมือนฐานความคิดในสังคมอีกหลายๆ เรื่อง เช่น ฐานความคิดเกี่ยวกับ ‘สิทธิสัตว์’ เป็นต้น

‘มาสคอต’ กลายเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของแนวคิด ‘มานุษยรูปนิยม’ (Anthropomorphism) ได้เป็นอย่างดี เพราะผู้คนต่างมองว่า พวกมันไม่ได้เป็นเพียงหมี ตุ๊กตา หรือผลไม้ ตามที่ตาเนื้อเห็น แต่มาสคอตเหล่านี้กลับทำให้ทุกคนต่างรู้สึกว่า ‘มาสคอตเป็นเพื่อนมนุษย์ที่มีชีวิตและจิตใจ’

Emotional Labor’ แรงงานอารมณ์ภายใต้ตัวตนเสมือน

แม้ว่าเหล่ามาสคอตจะถูกใช้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ตามสินค้าและบริการต่างๆ มากมาย หรือจะมีบุคลิกที่เหมือนกับมีชีวิตจริงเพียงใด แต่บางทีความเสมือนจริงเช่นนี้ อาจทำให้บางคนในบางช่วงจังหวะเวลาอาจหลงลืมไปว่า ภายในชุดที่ทำหน้าที่มอบความสุขให้กับทุกคน ต่างก็เป็นมนุษย์จริงๆ ที่มีชีวิตและความรู้สึกไม่ต่างอะไรจากพวกเรา

ในปี 2017 สำนักข่าว Vice เคยเผยแพร่บทความ What Working in a SpongeBob Costume Taught Me About Humanity โดย ทิม เกเยอร์ (Tim Geyer) บรรณาธิการของสำนักข่าว Vice บทความชิ้นดังกล่าวได้เล่าประสบการณ์ของ ‘อาร์เน่’ (นามสมมติ) ในฐานะคนทำงานในชุดมาสคอตของสวนสนุกแห่งหนึ่ง

ที่ผ่านมาอาร์เน่ต่างเจอความรุนแรงมากมายจากลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงทางร่างกายและคำพูดที่รุนแรง ไม่ว่าจะมาจากทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เหล่ามาสตคอตถูกจ้างมามอบความสุขให้แก่ผู้คนที่เดินทางมายังสวนสนุก แต่สิ่งที่พวกเขาประพฤติต่อเหล่ามาสคอตกลับเลย ‘เส้นที่ควรจะเป็น’ จากหลายเหตุการณ์ที่อาร์เน่ต้องเผชิญทำให้เขาตั้งคำถามว่า “ผู้คนเหล่านั้นอาจหลงลืมไปหรือไม่ว่า มาสคอตที่พวกเขาเห็น แท้จริงแล้วมีมนุษย์จริงๆ อยู่ภายในชุด”

นอกจากเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งกายภาพและคำพูดที่บางคนต้องเผชิญ หลายครั้งเหล่าแรงงานต้องเจอผลพวงจากชุดที่ใส่ด้วย เนื่องจากชุดมาสคอตส่วนใหญ่มักเป็นชุดที่มีขนาดใหญ่ และบางทีก็ไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีมากพอ จนอาจเกิดอันตรายได้

ในปี 2019 เคยเกิดเหตุการณ์ที่พนักงานมาสคอตในเมืองฮิรากาตะ (Hirakata) ประเทศญี่ปุ่นเสียชีวิตจากโรคลมแดด ภายในชุดมาสคอตที่มีน้ำหนักกว่า 16 กิโลกรัม เนื่องจากในช่วงเวลานั้นประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาสภาพอากาศที่ร้อนจัดที่สูงมากถึง 30 องศาเซลเซียสหรือ 86 องศาฟาเรนไฮต์ จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 11 คน และต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 5,000 คน

‘แรงงานทางอารมณ์’ (Emotional Labor) เป็นนิยามการทำงานที่แรงงานต้องพยายามจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกที่ไม่เหมาะสม (suppression) ขณะทำงานและต้องแสดงอารมณ์ที่ถูกต้อง (the right feeling) สีหน้าและพฤติกรรมให้เหมาะสมกับความคาดหวัง แรงงานทางอารมณ์ถูกใช้ครั้งแรกเพื่ออธิบายรูปแบบการทำงานพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ซึ่งเป็นอาชีพที่ถูกคาดหวังให้แสดงสีหน้าและพฤติกรรมที่ดีมากกว่าอาชีพอื่นๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจผ่านของลูกค้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงงานเหล่านั้นถูกควบคุมจากกฎระเบียบและข้อบังคับของสายการบิน

นอกจากแรงงานทางอารมณ์ถูกใช้เพื่ออธิบายอาชีพอย่างพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแล้ว ยังสามารถใช้อธิบายธรรมชาติของการทำงานได้อีกหลากหลายอาชีพ ส่วนมากจะเป็นอาชีพที่ต้องใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นครู พยาบาล พี่เลี้ยงเด็ก ช่างทำเล็บ หรือพนักงานคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น กล่าวคือแรงงานเหล่านี้ไม่ได้ทำงานที่ใช้กำลังเพียงอย่างเดียว แต่การควบคุมจิตใจหรือความนึกคิดก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานที่แรงงานเหล่านี้ต้องกระทำ

อาจนับได้ว่าอาชีพ ‘มาสคอต’ ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่นับว่าเป็นแรงงานทางอารมณ์เหมือนกัน กล่าวคือพวกเขาไม่ได้ถูกจ้างเพียงเพื่อใส่ชุดรูปลักษณ์ต่างๆ เพียงเท่านั้น แต่ยังถูกคาดหวังให้แสดงพฤติกรรมที่ถูกต้องแก่ผู้พบเห็น แม้ว่าพวกเขาจะเจอการปฏิบัติตัวที่ไม่ดีอย่างไร ผู้ที่ทำงานในฐานะอาชีพ ‘มาสคอต’ ต่างต้องอดกลั้นอารมณ์และความรู้สึกต่อการปฏิบัติตัวไม่ดีไว้ข้างในจิตใจเพียงเท่านั้น

ในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่โหดร้ายเช่นนี้ มาสคอตอาจเป็นเครื่องมือที่ช่วยชุบชโลมจิตใจของผู้คน ผ่านหน้าตาแสนน่ารัก และท่าทางสุดกวน – แต่ต้องไม่ลืมว่าภายในชุดมาสคอตที่หนักและใหญ่เช่นนี้ พวกเขาต่างก็เป็นแรงงานคนหนึ่งด้วยเช่นกัน

อ้างอิง

Wharton, A. S. (2009). The Sociology of Emotional Labor. Annual Review of Sociology, 35(1), 147–165. https://doi.org/10.1146/annurev-soc-070308-115944

Mota-Rojas, D., Mariti, C., Zdeinert, A., Riggio, G., Mora-Medina, P., Del Mar Reyes, A., Gazzano, A., Domínguez-Oliva, A., Lezama-García, K., José-Pérez, N., & Hernández-Ávalos, I. (2021). Anthropomorphism and its adverse effects on the distress and welfare of companion animals. Animals, 11(11), 3263. https://doi.org/10.3390/ani11113263

Rahim, Z. (2019, July 31). Theme park mascot dies after dancing for 20 minutes in costume during Japan heatwave | The Independent. The Independent. https://www.independent.co.uk/news/world/asia/japan-heatwave-deaths-amusement-park-mascot-yohei-yamaguchi-a9028651.html

Andrews, L. (2019, July 31). Man dressed as a fairy mascot dies from heatstroke in Japanese theme park. Mail Online. https://www.dailymail.co.uk/news/article-7304793/Man-dressed-fairy-mascot-dies-heatstroke-Japanese-theme-park.html#:~:text=Part%2Dtime%20park%20worker%20Yohei,temperatures%20above%2082F%20(28C).

Wikipedia contributors. (2024, July 14). Chiitan. Wikipedia. https://en.wikipedia.org/wiki/Chiitan

Lord-Moncrief, D., & Lord-Moncrief, D. (2024, June 3). Chiitan: Japan’s Wildest Mascot! – YumeTwins: The Monthly Kawaii Subscription Box Straight from Tokyo to Your Door! YumeTwins: The Monthly Kawaii Subscription Box Straight From Tokyo to Your Door! https://yumetwins.com/blog/chiitan-japans-wildest-mascot

Travel, Y. (2015, March 2). Don’t taunt us or else: Confessions of a theme-park mascot. New York Post. https://nypost.com/2015/03/02/dont-taunt-us-or-else-confessions-of-a-theme-park-mascot/

Socialists need to take back the term “Emotional labor.” (2019, December 14). https://jacobin.com/2019/12/emotional-labor-arlie-hochschild-silvia-federici-wages-housework

Commercial, T. O. B. (2023, October 27). ชวนไปทําความรู้จัก ‘น้องกล้วยกรุงศรี’ ในวันที่มาสคอตธนาคาร กลายเป็นกระแสไวรัลจนโดนเรียกว่า ‘เซเลบคนใหม่’ แห่งโลกออนไลน์. Time Out กรุงเทพมหานคร. https://www.timeout.com/bangkok/th/news/bank-of-ayudhya-banana-102723

Anthropomorphism & Personification เมื่อเราให้ตุ๊กตา กระต่าย และสายน้ําเป็นมนุษย์. (2021, September 2). GQ Thailand. https://www.gqthailand.com/style/article/anthropomorphism-personification

Artofth, B. (2024, July 19). ออกแบบดีมีชัยไปกว่าครึ่ง รวมจบเรื่องราวของ คุมะมง เจ้าหมีที่พลิกชีวิตคุมาโมโตะ. https://artofth.com/story-of-kumamon/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...