เจาะงบ LVMH อาณาจักรแบรนด์หรู หลังผลงานต่ำคาด เหตุดีมานด์ผู้บริโภคจีนอ่อนแรง
LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton หรือ LVMH คือ กลุ่มบริษัทสินค้าหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 จากการรวมตัวของสองบริษัทที่มีชื่อเสียงในวงการสินค้าหรู ได้แก่ Louis Vuitton และ Moët Hennessy ปัจจุบัน LVMH เป็นเจ้าของแบรนด์ระดับโลกมากมายที่ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ของสินค้าหรู อาทิ Louis Vuitton, Dior, Fendi, Bulgari และ Hennessyฯลฯ
นอกจากนี้ LVMHยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมทางกีฬาและศิลปะ โดย Louis Vuittonเป็นผู้ออกแบบชุดแต่งกายสำหรับผู้อัญเชิญเหรียญรางวัลให้กับนักกีฬา ถาดเชิญเหรียญ รวมถึงหีบใส่เหรียญและคบเพลิงโอลิมปิก ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024ซึ่งนับเป็นหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมทั่วโลก
ล่าสุด LVMHรายงานผลประกอบการครึ่งแรกปี 2567 (งวดบัญชีเดือน ม.ค.-มิ.ย. 67) มีรายได้อยู่ที่ 4.17 หมื่นล้านยูโร ลดลง 1.3%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 14.54 ยูโร ลดลง 14.1%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งภาพรวมรายได้และกำไรของบริษัทออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายกับสินค้าหรูตามภาวะเศรษฐกิจโดยเฉพาะในตลาดจีน
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า รายได้ครึ่งแรกปี 2567 อยู่ที่ 4.17 หมื่นล้านยูโร ลดลง 1.3%จากช่วงเดียวกันปีก่อน ต่ำกว่าคาดการณ์ของ Bloomberg ที่ระดับ 4.21 หมื่นล้านยูโร แต่หากเป็นแบบ Organic ไม่นับค่าเงิน จะเป็นการเติบโต 2%
สำหรับการเติบโตของรายได้แต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ สินค้าแฟชั่นและเครื่องหนัง ลดลง 2%จากช่วงเดียวกันปีก่อน, ค้าปลีก เพิ่มขึ้น 3%จากช่วงเดียวกันปีก่อน, นาฬิกาและเครื่องประดับ ลดลง 5%จากช่วงเดียวกันปีก่อน, น้ำหอมและเครื่องสำอาง เพิ่มขึ้น 3%จากช่วงเดียวกันปีก่อน และไวน์และสุรา ลดลง 12%จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ส่วนการเติบโตของรายได้แยกตามภูมิภาคออกมาเป็นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2%จากช่วงเดียวกันปีก่อน, ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 44%จากช่วงเดียวกันปีก่อน, เอเชียไม่รวมญี่ปุ่น ลดลง 10%จากช่วงเดียวกันปีก่อน และยุโรป เพิ่มขึ้น 3%จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ขณะที่กำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 14.54 ยูโร ลดลง 14.1%จากช่วงเดียวกันปีก่อน ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 14.70 ยูโร ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 68.8% ปรับลงจากระดับ 69.4% เทียบกับครึ่งแรกของปีที่แล้ว ด้านอัตรากำไรสุทธิ (NPM) อยู่ที่ 18.2% ปรับลงจากระดับ 20.1%
ทั้งนี้ ภาพรวมการเติบโตของรายได้เริ่มชะลอตัวอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการเติบโตระดับ 15%ของช่วงครึ่งแรกปี 2566ซึ่งเกิดจากปัจจัยผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายสินค้าหรู โดยเฉพาะตลาดจีน แต่ยังได้ชดเชยจากนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางออกนอกประเทศ โดยเฉพาะไปญี่ปุ่นเพราะการอ่อนค่าของสกุลเงินเยน
ด้าน Bloomberg คาดการณ์รายได้ LVMH สำหรับงบเต็มปี 2567 และ 2568 จะอยู่ที่ 8.94 หมื่นล้านยูโร โต 3.7%จากปีก่อน และ 9.58 หมื่นล้านยูโร โต 7.2%จากปีก่อน ตามลำดับ ขณะเดียวกันคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นปี 2567 และ 2568 อยู่ที่ 31.48 ยูโร เพิ่มขึ้น 3.8%จากปีก่อน และ 34.61 ยูโร เพิ่มขึ้น 9.9% จากปีก่อน ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ใน Bloomberg Consensus ให้คำแนะนำหุ้นของ LVMH (MC: FP) เป็น “ซื้อ” Rating อยู่ที่ 4.36 จากคะแนนเต็ม 5 ราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 854.29 ยูโร