โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อโยธยา” ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อเป็น “อยุธยา” หรือเพราะนามไม่มงคล?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 19 พ.ค. 2567 เวลา 02.49 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2567 เวลา 02.49 น.
ภาพ “ยูเดีย” (อาณาจักรอยุธยา) วาดโดยโยฮันเนส วิงโบนส์ (Johannes Vingboons) ต้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สงสัยไหม ทำไม“อโยธยา” ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น“อยุธยา”เกี่ยวข้องอะไรกับความไม่เป็นมงคลอย่างที่เคยเชื่อกันมาหรือไม่?

เรื่องการเปลี่ยนชื่อจาก “อโยธยา” เป็น “อยุธยา” ที่จริงแล้วอาจไม่ได้เปลี่ยนเพราะเหตุผลความไม่เป็นมงคลของชื่อก็เป็นได้ แต่เปลี่ยนมาตั้งแต่สมัย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอยู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งอยุธยา ซึ่งพระองค์ทรงย้ายพระราชวัง

ข้อสันนิษฐานนี้เป็นของ“รศ. ดร. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล” อาจารย์ประจำสาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ให้ความเห็นถึงการเปลี่ยนชื่อเมืองจากอโยธยาเป็นอยุธยา ไว้ในหนังสือ“อโยธยาก่อนสุโขทัย ต้นกำเนิดอยุธยา” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า…

การเปลี่ยนชื่อไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับนามที่ไม่เป็นมงคลตามที่ ศาสตราจารย์ ประเสริฐ ณ นคร อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ พ.ศ. 2531 สันนิษฐานไว้ใน บทความ“ประวัติศาสตร์สุโขทัยจากจารึก”(จากปาฐกถาที่จุฬาฯ พ.ศ. 2531) ที่พิมพ์รวมในหนังสือ ประวัติศาสตร์เบ็ดเตล็ด พ.ศ. 2549

ว่า… ชื่ออโยธยาได้เปลี่ยนมาเป็นอยุธยา ใน พ.ศ. 2112 ที่เกิดเหตุการณ์เสียกรุงครั้งที่ 1 เนื่องจากชื่อเดิมไม่เป็นมงคล ทำให้ต้องเสียดินแดนไป

แต่เกิดจากการที่กษัตริย์อยุธยาต้องการย้ายพระราชวัง

อาจารย์รุ่งโรจน์ได้อธิบาย รวมถึงยกตัวอย่างไว้ ดังนี้…

ประเสริฐ ณ นคร (อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ พ.ศ. 2531-ผู้เขียน) ได้เคยเสนอว่า กรุงอโยธยาได้เปลี่ยนมาเป็นกรุงศรีอยุธยา เพราะชื่อ ‘อโยธยา’ ไม่เป็นมงคลนาม เนื่องจากเมืองแห่งนี้กรุงหงสาวดี สามารถยึดครองได้แล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมีความเห็นที่แตกต่างดังประเด็นต่อไปนี้

ประเด็นที่ 1 ถ้าเชื่อว่าเปลี่ยนชื่อเพราะกองทัพกรุงหงสาวดีตีเมืองได้ ชื่อเก่าไม่เป็นมงคล เมื่อสงครามใน พ.ศ. 2310 เนเมียวสีหบดีสามารถกรีธาพลเข้ากรุงศรีอยุธยากวาดต้อนเชื้อพระวงศ์บ้านพลูหลวงไปกรุงอังวะได้ แต่เหตุใดเอกสารสมัยต้นรัตนโกสินทร์ก็ยังออกพระนามพระนครแห่งใหม่ที่บางกอกว่ากรุงศรีอยุธยา

ประเด็นที่ 2 จากหลักฐานเอกสารหมิงสือลู่ ชิงสือลู่ (บันทึกเรื่องจริงแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง-ผู้เขียน) ได้บันทึกพระนามพระนครศรีอยุธยาไว้ต่อดังนี้

1. วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 1987 ว่า ‘ต้าหมิงหวางตี่มีพระราชโองการไปยังกู่หรงโหยวตี่เซี่ย

2. วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2025 ว่า ‘มีพระราชโองการแต่งให้ให้กั๋วหลงป๋อลาลู่คุนสี่โหยวตี่ [ยา] พระราชโอรสของพระเจ้ากรุงสยามเป็นกษัตริย์’

3. วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2030 ว่า ‘พระเจ้ากรุงสยาม กั๋วหลงโป่ลาลู่คุนซี่โหยวลียา’

4. วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2102 ว่า ‘พระเจ้ากรุงสยามปอเลี่ยคุนสีหลี่โหยวจีหยา’

5. วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2208 ว่า ‘เซินเลี่ยไพล่าเจ้ากู่หลงไพล่าหม่าฮูคุนซือโหยวถียาผูอาย’

จากตัวอย่างพระนามพระนครตั้งแต่ช่วงก่อนสงคราม พ.ศ. 2112 จนถึงรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ปรากฏในเอกสารจีน แม้ว่ารูปศัพท์ในภาษาจีนจะไม่ตรงกัน แต่ออกสำเนียงในภาษาปักกิ่ง ‘โหยวตี้ยา’ ทั้งหมด

แสดงว่าหลังจากสงคราม พ.ศ. 2112 หรือหลังสงครามคราวเสียกรุงครั้งที่ 1 ไม่มีการเปลี่ยนนามเมืองหลวงแต่ประการใด ไม่เช่นนั้นการเรียกนามพระนครใน พ.ศ. 2208 จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง…

แม้คำว่า ‘โหยวตี้ยา’ อาจจะใกล้เคียงเสียง อโยธยาก็ตาม หากแต่เสียง ‘โหยว’ เป็นสำเนียงจีนกลางปัจจุบันไม่ใช่เสียงในสมัยราชวงศ์หมิงตอนต้นที่ร่วมสมัยกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียงกรุงครั้งที่ 1

อีกทั้งในหมิงสือลู่ ได้ระบุว่าคนที่แปลภาษาไทยเป็นภาษาจีนนั้นเป็นทางกวางตุ้งจัดหาให้แก่ทางราชสำนัก ดังเช่นถ้าเสียงของตัว 尤 และ 由 ในสำเนียงจีนตอนใต้จะออกเสียงว่า อิ่ว”

จากข้อความดังกล่าวจึงทำให้คาดได้ว่า ชื่อเดิมก่อนสงครามเสียกรุงครั้งที่ 1 ใน พ.ศ. 2112 คือ “อยุธยา”

แม้หลักฐานอื่น ๆ เช่น “จารึกลานทองวัดส่องคบ” และ “จารึกศรีสองรัก”จะเขียนไว้ว่า “อโยธยา” ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นจารึกที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับราชสำนัก จึงทำให้บันทึกไว้เป็นชื่อเดิม เหมือนกับที่ราชสำนักพม่าสมัยราชวงศ์คองบองเรียกกรุงศรีอยุธยาว่า “โยเดีย” ที่มาจากคำว่าอโยธยา

แล้ว “อโยธยา” เปลี่ยนชื่อมาเป็น “อยุธยา” ตั้งแต่เมื่อใด?

เรื่องนี้เจ้าของบทความบันทึกไว้ว่า “นามกรุงเปลี่ยนจากอโยธยามาเป็นอยุธยาในสมัยใด จากหลักฐานที่เก่าที่สุดที่ออกนามพระนครว่า กรุงศรีอยุธยา ปรากฏในบทพระราชปรารภของ ‘พระไอยการลักษณภญาน’ ประกาศไว้เมื่อปีขาล พ.ศ. 1894 เชษฐมาส (เดือน 7)

และถ้าคิดว่าพุทธศักราชในสมัยนั้นเร็วกว่าปัจจุบัน 1 ปี พ.ศ. 1894 จะตรงกับ จ.ศ. 812 คือปีที่สถาปนากรุงศรีอยุธยา ประกอบกับพระไอยการฉบับนี้ประกาศในเดือน 7 หลังจากการสถาปนาพระนครในเดือน 5 เพียง 2 เดือนเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เชื่อว่าเพราะสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งอยุธยา สถาปนาพระนคร ตั้งพระราชวังหลวงแห่งใหม่บริเวณหนองโสน จึงได้เปลี่ยนนามจาก ‘อโยธยา’ มาเป็น ‘อยุธยา’”

หากให้สรุปเข้าใจง่ายก็คือ รศ. ดร. รุ่งโรจน์ คาดว่า อโยธยาไม่ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นอยุธยา ใน พ.ศ. 2112 หลังเสียกรุงครั้งที่ 1 เนื่องจากนามเดิมไม่เป็นมงคล อย่างที่ ศ. ประเสริฐ ณ นคร เสนอไว้ แต่อยุธยาได้ชื่อนี้มาตั้งแต่สถาปนาเมืองหลวงใหม่ที่หนองโสนแล้ว

ทว่าเรื่องราวของ “อยุธยา” และ “อโยธยา” ไม่ได้มีเพียงแค่นี้เท่านั้น เพราะในการศึกษาประวัติศาสตร์ยังเชื่อว่ามี “เมืองอโยธยา” ที่เกิดมาก่อน “อยุธยา” ซึ่งสามารถอ่านต่อได้ในหนังสือเล่มเดิม นั่นคือ “อโยธยาก่อนสุโขทัย ต้นกำเนิดอยุธยา” (สำนักพิมพ์มติชน)

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล. อโยธยาก่อนสุโขทัย ต้นกำเนิดอยุธยา. กรุงเทพฯ: มติชน, 2567.

https://www.matichonweekly.com/column/article_726807

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 พฤษภาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อโยธยา” ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อเป็น “อยุธยา” หรือเพราะนามไม่มงคล?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...