ย้อนตำนานดอนเมืองโทลล์เวย์ ทางยกระดับ 21กม. กับสัญญา 45 ปี
ย้อนตำนานดอนเมืองโทลล์เวย์ ทางยกระดับ 21กม. กับสัญญา 45 ปี
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ บริษัท ดอนเมืองโทลล์เวย์ จำกัด (มหาชน) หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ ผู้รับสัมปทานโครงการทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์หรือทางยกระดับอุตราภิมุข ประกาศขึ้นราคาค่าผ่านทาง มีผลวันที่ 22 ธันวาคม 2567 เนื่องจากครบวาระที่ต้องปรับขึ้นทุกๆ 5 ปี รวมประมาณ 5-10 บาทนั้น
ต่อมาถูกนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเบรกเรื่องนี้ และทันทีทางผู้บริหารบริษัทดอนเมืองก็ออกมารับลูกเรื่องดังกล่าว แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่รัฐจะต้องชดเชยด้วย จะให้ภาคเอกชนแบบรับฝ่ายเดียวไม่ได้ ภายใต้ 3 เงื่อนไข ซึ่งรัฐจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่งเพื่อแลกการไม่ปรับขึ้นราคาดังกล่าว ประกอบด้วย การขยายสัญญสัมปทาน การจ่ายเงินชดเชย และประการสุดท้ายคือ ให้ก่อสร้างส่วนต่อขยายขยายจากรังสิต-บางปะอินให้และรับสัมปทานตลอดโครงการตั้งแต่ดินแดง-บางปะอินก็ได้
จากประเด็นดังกล่าว “มติชนออนไลน์” จึงขอนำท่านย้อนกลับไปดูความเป็นมาของโครงการนี้กัน
ทั้งนี้สำหรับดอนเมืองเมืองโทลล์เวย์ ได้รับสัมปทานจากกรมทางหลวงให้สร้างบนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 31 ถนนวิภาวดีรังสิต ระยะทางสัมปทานทั้งสิ้นประมาณ 21 กิโลเมตร โดยบริษัทดังกล่าวรับสัมปทานในรูปแบบ BTO (Build-Transfer-Operated) กล่าวคือ เมื่อบริษัทก่อสร้างทางยกระดับและอาคารแล้วเสร็จ บริษัทฯ ได้โอนกรรมสิทธิ์ในทางยกระดับอุตราภิมุขทั้งหมดให้กับกรมทางหลวง และบริษัทฯ ได้รับสิทธิในการบริหารจัดการทางยกระดับตามข้อกำหนดในสัญญาสัมปทาน รวมถึงสิทธิในการจัดเก็บค่าผ่านทาง และต้องปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานที่มีต่อกรมทางหลวง
ทั้งนี้บริษัทดังกล่าวก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2531 โดยการถือหุ้นของ 2 บริษัทคือ บริษัท ดิคเกอร์ฮอฟฟ แอนด์ วิดมานน์ จำกัด และบริษัท ศรีนครการโยธา จำกัด ภายใต้ชื่อ บริษัท ดอนเมืองโทล์ลเวย์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1,304,000,000 บาท และต่อมาเมื่อปี 2532 ได้ลงนามสัญญาสัมปทานโครงการก่อสร้างทางยกระดับจากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2532 โดยได้เริ่มก่อสร้างทางยกระดับตั้งแต่กม. 5+700 บริเวณดินแดง ถึง กม. 21+100 บริเวณดอนเมือง ระยะทางประมาณ 15.4 กิโลเมตร ซึ่งเรียกว่า “โครงการส่วนเริ่มต้น” และมีการเปิดใช้ทางอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปี 2537 และมีการแปรสภาพบริษัทเป็นบริษัทมหาชน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3,500 ล้านบาท ขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการ
และต่อมาเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2538 บริษัท ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานทางหลวงฉบับที่ 1/2538 และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3,622 ล้านบาท ขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการ โดยได้ก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือเมื่อปี 2539 และลงนามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานทางหลวงฉบับที่ 2/2539 เนื่องจากรัฐบาลมีความประสงค์ให้บริษัทฯ ขยายเส้นทางออกไปทางทิศเหนือตั้งแต่ กม. 21+100 บริเวณดอนเมือง ถึง กม. 26+700 บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ (ต่อจาก “โครงการส่วนเริ่มต้น” อีกประมาณ 5.6 กิโลเมตร) เรียกว่า “โครงการส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ” เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรแออัดบริเวณหน้าสนามบินดอนเมือง
โดยรัฐบาลได้จัดหาแหล่งเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนระยะยาวจำนวน 8,500 ล้านบาท เพื่อมาใช้คืนหนี้ของเจ้าหนี้เดิม ปรับปรุงอัตราค่าผ่านทาง ขยายอายุสัมปทานจากปี 2557 ไปถึงปี 2564 และกระทรวงการคลังเข้ามาลงทุนในบริษัทฯ จำนวน 3,000 ล้านบาท ดังนั้น บริษัทฯ จึงสามารถขยายโครงการดังกล่าวได้และมีการลงนามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานทางหลวงฉบับที่ 2/2539 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2539
ต่อมา ปี 2550 ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานทางหลวงฉบับที่ 3/2550
หลังจากเปิดให้บริการทางหลวงสัมปทานทั้ง 2 ส่วน บริษัทฯ ได้รับผลกระทบทางการเงินอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานจากทางภาครัฐ ทำให้บริษัทฯ มีผลประกอบการที่ขาดทุนมาตลอดตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ และมีผลขาดทุนสะสมสูงสุดในปี 2549 จำนวน 5,601 ล้านบาท เนื่องจากการก่อสร้างของบริษัทนั้นการศึกษาความเป็นไปได้โครงการส่วนหนึ่งจะมีผู้ใช้บริการที่ไปใช้สนามบินดอนเมืองด้วย แต่เมื่อมีการย้ายสนามบินแห่งชาติไปอยู่ที่สุวรรณภูมิเมื่อปลายปี 2548 นั้นส่งผลกระทบต่อรายได้ของทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์อย่างหนัก
จนทำให้บริษัทฯ ได้เข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้กับกลุ่มเจ้าหนี้สถาบันการเงินและกลุ่มเจ้าหนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างหลายครั้งในช่วงระหว่างปี 2541-2551 รวมถึงการเจรจากับภาครัฐตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบริษัทฯ โดยไม่ต้องนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการทางศาล
จนในที่สุดบริษัทฯ สามารถบรรลุข้อตกลงและได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานฉบับ 3/2550 ลงวันที่ 12 กันยายน 2550 โดยมีเงื่อนไขที่ได้รับการปรับปรุงที่สำคัญ ได้แก่ การปรับอัตราราคาค่าผ่านทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้าตามสัญญาสัมปทานโดยไม่ต้องขออนุมัติ และได้รับการขยายอายุสัมปทานจนไปสิ้นสุดวันที่ 11 กันยายน 2577 พร้อมระบุปรับขึ้นค่าผ่านทางทุกๆ 5 ปี จนกว่าจะครบสัญญา โดยอัตราค่าผ่านทางที่มีการกำหนด มีตารางเวลาและราคาไว้ดังนี้
ดังนั้นถ้ารอบนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ชะลอการขึ้นค่าผ่านทางไปอีก ก็คงต้องจับตาดูว่าจะเลือกแนวทางไหน ถ้าเลือกแนวทางเหมือนที่ผ่านมาคือการขยายสัมปทาน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนตำนานดอนเมืองโทลล์เวย์ ทางยกระดับ 21กม. กับสัญญา 45 ปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th