โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของนางร้าย *อ่านฟรี จำกัดเวลา

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2566 เวลา 16.02 น. • MASTER H. CHEN
เธอลืมตาตื่นขึ้นมา ตอนที่กำลังซั่มอยู่กับผู้ชายหล่อลากคนหนึ่ง ที่น่าตกใจก็คือ เธอดันเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้าย แถมชะตานางร้ายคนนี้ ยังต้องถูกพระเอกที่พึ่งซึ่มไปฆ่าอย่างโหดเหี้ยมซะด้วย!

ข้อมูลเบื้องต้น

นิยายเรื่องนี้ ลงให้อ่านฟรีแบบจำกัดเวลา จะอ่านฟรี ครึ่งชั่วโมงทุกครั้งที่ลงตอนใหม่ ขอบคุณสำหรับการติดตาม ขอบคุณมากๆ ค่ะ <3

เธอลืมตาตื่นขึ้นมา ตอนที่กำลังซั่มอยู่กับผู้ชายหล่อลากคนหนึ่ง ที่น่าตกใจก็คือ เธอดันเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้าย แถมชะตานางร้ายคนนี้ ยังต้องถูกพระเอกที่พึ่งซึ่มไปฆ่าอย่างโหดเหี้ยมซะด้วย!

เซซิลเลีย

ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองกำลังซั่มอยู่กับผู้ชายหล่อมากคนหนึ่ง

สาวแห้งไร้ประสบการณ์รักอย่างเธอถือโอกาสเอนจอยซักหน่อย

สุขสมอารมณ์หมาย เอนจอยสุดๆ แล้ว เธอถึงได้รู้ว่า ตัวเองดันตื่นขึ้นมาอยู่ในร่างของนางร้าย

แถมยังต้องตายอนาทด้วยน้ำมือของคนที่พึ่งกินตับไปเมื่อครู่

ในเมื่อชะตากรรมไม่สวยงาม เธอผู้แสนชาญฉลาดยอมไม่เอาตัวไปขวางความรักของพระนาง

งั้นเริ่มจากการบอกเลิกกับอีตาพระเอกก่อนเลยล่ะกัน

ห้ะ ไม่ให้เลิก…งะ งั้นเปลี่ยนแผนเป็น

ต่อจากนี้ เธอจะตั้งใจ "เอาใจพระเอก ไม่ขวางทางนางเอก" ของเรื่องแทนก็แล้วกัน

สิ่งไหนจะดีไปกว่าการได้กลายเป็นพวกเดียวกับพระเอกนางเอกกันล่ะ

เรียกลมได้ลม เรียกฝนได้ฝนแน่นอน!

ตอนที่ 1 ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวร้ายที่กำลังได้กินตับพระเอก

ตอนที่ 1 ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวร้ายที่กำลังได้กินตับพระเอก

เปียกชื้น

เป็นความรู้สึกแรกที่ลอยเข้ามาในสติของแดเนียล่า หญิงสาวลืมตาขึ้นมองเตียงที่มีม่านระโยงระยางอย่างไม่คุ้นชิน เธอปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครา คราวนี้ดวงตาของเธอจึงได้เห็นร่างเปลือยเปล่าของผู้ชายคนหนึ่ง ม่านคลุมเตียงไม่อาจบดบังแสง ดังนั้นเธอจึงมองเห็น

เม็ดเหงื่อเกาะแพรวพราวอยู่บนกล้ามเนื้อเรียบตึง ใบหน้าของชายที่อยู่เหนือร่างเธอหล่อเหลาจนดูไม่เหมือนจริง เส้นผมของเขาเป็นสีดำสนิท นัยน์ตาสีแดงสะท้อนแสงวูบไหว เขาชะงัก ทั้งสองสบตามองกัน

ในตอนนั้นเอง เธอรู้สึกได้ถึงตัวตนของเขาในร่างกายเธอ ทั้งสองเชื่อมต่อกันอยู่ มันร้อนผ่าว คับแน่น ในใจของแดเนียล่าตื่นตระหนก นี่ใช่ที่เขาเรียกกันว่ามีเซ็กส์รึเปล่า?

เธอกำลังมีเซ็กส์กับผู้ชายคนหนึ่ง ที่หล่อมากๆ แต่ใบหน้าไม่คุ้นเคยกันมาก่อน นี่มันเกิดอะไรขึ้น

เห็นแววตาสับสนงงงวยของคนใต้ร่างฮานอสจึงหยุดการเปลี่ยนไหว ความคับแน่นยังรัดตรึงตัวตนของเขา มันเต้นตุบๆ อย่างเรียกร้อง เขาหยุดไม่ได้ มือหนาและร้อนผ่าวจึงยกขึ้นลูบใบหน้าเล็กๆ ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงไป แตะริมฝีปากของตนเองกับกลีบปากนุ่มอุ่นๆ ของแดเนียล่า

ชั่วขณะหนึ่ง เธอคล้ายจะหันหน้าหนี ทว่ากลับรั้งตนเองไว้รอสัมผัสของเขา ฮานอสตรึงรั้งใบหน้าของเธอไว้ แม้หญิงสาวจะมีท่าทีตระหนก ทว่าเมื่อเขาไล้ชิมริมฝีปากหวานด้วยปลายลิ้น เธอจึงค่อยๆ หลับตาลง เปิดช่องทางให้เขาได้เข้าไปสำรวจ

ท่าทางของเธอเงอะงะทว่าอยากรู้อยากเห็นปลุกเร้าอารมณ์จนสะโพกของเชายหนุ่มเริ่มขยับอีกครั้ง

“อ๊า”

เสียงร้องหวานแผ่วดังออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ แดเนียล่าตกใจเสียงตนเอง ความเขินอายพุ่งเข้าสู่สมองของเธอ เขาขยับใบหน้าออกห่างเพื่อมองใบหน้าแดงจัดของเธออย่างแปลกใจ หญิงสาวเม้มริมฝีปากที่เจ่อบวมของตัวเอง รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่างกาย

จูบของเขาอ่อนโยนมาก ทว่าทุกครั้งที่เขาแทรกตัวเข้ามาในความอ่อนนุ่มของเธอ มันกลับดิบเถื่อนจนเหงื่อของเขาหยดกระทบยอดอกแดงก่ำของเธอ

ยิ่งร่างสูงขยับมากเท่าไหร่ ความร้อนก็ยิ่งแผ่ซ่านจากจุดที่ทั้งคู่สอดประสานกัน ความหวาบหวามแล่นปราดไปทั่วร่างกาย ยกตัวแดเนียล่าให้ลอยสูงขึ้น สูงขึ้น…จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงดวงดวงที่แตกซ่านอุ่นจัดในร่างกาย

ความสุขสมทางกายทำให้เธอตัวสั่น เขาเองก็เช่นกัน

“อา…” เสียงทุ้มครางต่ำ เขากัดฟันกลั้นมันไว้

ดาเนียล่ามองใบหน้าหล่อเหลานั่น

นี่…เธอพึ่งจะมีอะไรกับชายแปลกหน้าที่หล่อมากๆ คนหนึ่งสินะ

เขาขยับลงจากร่างของเธอ เมื่อความคับแน่นหายไปจากช่องทางรักแล้ว เธอรู้สึกโหยหาอย่างบอกไม่ถูก เขาดึงผ้าห่มขึ้นห่อตัวเธอ วางมือทาบทับที่หน้าท้องแบนราบของแดเนียล่า ทันใดนั้นหญิงสาวพลันรู้สึกได้ถึงกระแสอุ่นจัดจากฝ่ามือเขา

ไม่ปล่อยให้เธอได้สงสัยนาน เขาก็ละฝ่ามือออกไป สีหน้าพึงพอใจเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่อ่านไม่ออก

“เอ่อ…” หญิงสาวคิดจะขยับตัวเพื่อลุกขึ้นบ้าง

“อย่าขยับ”

เขาว่า ใช้สายตาดุห้าม แว๊บหนึ่ง ราวกับว่ามันคือสัญชาตญาณของเธอที่ต้องทำตามคำสั่งของคนๆ นี้ แดเนียล่าไม่กล้าขยับ ร่างของเธอแทบกลายเป็นหิน ได้แต่มองตามร่างสูงที่ลุกขึ้นคว้าผ้าคลุมมาสวมแล้วแหวกม่านเตียงเดินหายไปอย่างรวดเร็ว

นี่มันเกิดอะไรขึ้น นานหลายอึดใจกว่าเธอจะดึงสติกลับมาได้ หญิงสาวกวาดตามองรอบตัว ไม่พบความคุ้นเคยใดๆ จึงหลับตาขมวดคิ้ว ค่อยๆ นึกย้อนความทรงจำของตัวเอง

ไม่สิ ก่อนหน้านี้เธออยู่ในห้องทดลอง ของศูนย์วิจัยอัจฉริยะ กำลังอ่านนิยายที่พี่สาวฝาแฝดเป็นคนเขียน นั่นคือครั้งแรกที่เธออ่านอย่างอื่น นอกเหนือจากหนังสือวิชาการและบทความทางวิชาการทั้งหลาย

เธอกับฝาแฝดของเธอ อเดลีนไม่ได้เจอกันมานานกว่า 5 ปี หลังจากที่ทั้งคู่ถูกศูนย์วิจัยจับแยกกันไปเพื่อบ่มเพาะพัฒนาความสามารถคนละทาง

กระทั่งหลายวันก่อน อเดลีนได้ใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะมาพบเธอ ในวันนั้น แดเนียล่าเห็นพี่สาวฝาแฝดของตนเอง สวมชุดเดรสสีเหลืองอ่อนสวยงาม อเดลีนบอกว่าเธอไม่ต้องอยู่ที่ศูนย์วิจัยอีกต่อไปแล้ว พวกเขาไล่เธอออก เพราะเธอไม่ใช่อัจฉริยะที่พวกเขาต้องการ

สีหน้าของคนถูกไล่ออกดูแช่มชื่นสดใส แก้มทั้งสองข้างเป็นสีแดงก่ำอย่างคนมีความสุข จนแดเนียล่ารู้สึกว่า นี่ต่างหากคือสิ่งที่คนตรงหน้านี้หวังมาตลอด 15 ปี นับตั้งแต่พ่อกับแม่ขายพวกเธอให้กับศูนย์วิจัยอัจฉริยะเมื่อตอนที่พวกเธออายุ 7 ขวบ

ครั้งสุดท้ายที่แดเนียล่าพบพ่อกับแม่ คืองานวันเกิดอายุครบ 10 ปีของเธอ พวกเขาเข้ามาอวยพรวันเกิดและมอบของขวัญให้กับเธอ ทว่าทุกสิ่งที่เขาพูดหรือแสดงออก มันราวกับพวกเขาแค่อ่านหนังสือสูตรสำเร็จในการเลี้ยงลูก แล้วจดจำมันไว้เพื่อนำมาพูดให้เธอฟังเท่านั้น เธอรู้ว่าลับหลังเธอ พวกเขาเรียกเธอว่าตัวประหลาด พวกเขามีความสุขกับเงินที่ได้จากศูนย์วิจัยอัจฉริยะมากกว่าการได้อยู่ร่วมวันเกิดกับเธอ

พวกเขาห่างเหิน ระยะห่างที่เธอเคยสัมผัสได้เมื่อตอนยังเล็ก นับวันยิ่งกว้างมากขึ้น

เมื่อเธอพูดความจริงนี้ให้พวกเขาฟัง วันเกิดในปีถัดมา พวกเขาก็ไม่เคยมาร่วมด้วยอีกเลย มีเพียงพี่สาวฝาแฝดของเธอแค่คนเดียวเท่านั้น

เธอหวังว่าอเดลีนจะมีความสุข ดังนั้นในคืนหนึ่งที่เธอจัดการธุระทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว แดเลียน่าจึงถือนิยายเล่มหนา เดินไปที่ระเบียงในห้องนอน ชงชาเขียวร้อนผสมน้ำผึ้งแก้วหนึ่ง กับคุกกี้เนย แล้วเอนตัวลงเริ่มอ่านนิยายของฝาแฝด

นิยายเรื่องที่ว่า เกี่ยวข้องกับความรัก เป็นนิยายน้ำเน่าที่เธอเคยได้ยิน แต่ไม่เคยได้อ่านมาก่อน นางเอกของเรื่องเป็นเด็กสาวอัจฉริยะ ที่เก่งกาจ และเต็มไปด้วยอิสระ เธอสวย เป็นที่รักของทุกคน…นั่นคือสิ่งที่แดเลียน่าอยากเป็น และอเดลีนก็คงอยากให้เธอเป็นแบบนั้น ดังนั้นเธอจึงสัมผัสได้ว่า อเดลีนอยากให้หนังสือเล่มนี้เป็นตัวแทนของเธอ ให้เธอได้สัมผัสอิสระและชีวิตแบบที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนผ่านนางเอกของเรื่อง

เธออ่านนิยายเรื่องนี้ จนกระทั่งถึงฉากที่นางเอกของเรื่องอย่างวิเวียน กำลังยืนมองเซซิลเลียตัวร้ายของเรื่อง ฉากนี้คือจุดจบของตัวร้ายฝ่ายหญิงอันดับ 1 เธอจะถูกพระเอกสังหารอย่างโหดเหี้ยมหลังจากถูกเปิดโปงความชั่วร้ายที่เคยทำมาทั้งหมด…จากนั้นเมื่อเธอรู้ตัวอีกครั้ง เธอก็ตกอยู่ในห้วงสเน่หา ใต้ร่างของผู้ชายสุดหล่อคนหนึ่ง

แดเนียล่าเคยคิดว่าซักวันหนึ่ง เธออยากมีความรัก อยากลองทำเรื่องวาบหวามอย่างที่เคยแอบอ่านในกระทู้บนเว็บบอร์ดใต้ดิน แต่เธอไม่เคยฝันว่าซักวันมันจะเป็นจริง เพราะเธอมีพันธะสัญญาที่ต้องทำงานทั้งชีวิตให้กับศูนย์วิจัยอัจฉริยะผู้จ่ายเงินมหาศาลเลี้ยงดูเธอมา อีกทั้งเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่สวย เพื่อนร่วมศูนย์วิจัยหลายคนแต่งงานกันเอง แต่เธอกลับไม่เคยมีเพศตรงข้ามมาให้ความสนใจเลย เธอเคยพยายามแต่งหน้า แต่งตัว แต่นั่นกลับยิ่งดูแปลกประหลาด เมื่อใดที่เธอสวมเสื้อผ้าสีชมพู ผู้ดูแลก็จะมองเธอด้วยสายตาเย็นชา แล้วสั่งให้เธอกลับไปเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแลคสีดำ

ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเธอจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ว่านั่น กับผู้ชายที่หล่อมากๆ เธอถือว่าคุ้มแล้ว

แดเลียน่าลืมตาขึ้นอีกครั้งหลังจากจมอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง ตัวเธอหลับไปที่ระเบียง แต่กลับตื่นมาบนเตียง สติของเธอหายไปช่วงเวลาหนึ่ง บางทีเธออาจจะมีปัญหาทางจิต เธอควรลองเช็คจากกล้องวงจรปิดภายในห้องนอนดู

คิดได้แล้วหญิงสาวจึงขยับตัวลุกขึ้น ความปวดเมื่อยแล่นแปล๊บทำให้ใบหน้าเล็กๆ ของเธอยับย่น หญิงสาวประคองตัวเองลงจากเตียง ค่อยๆ แหวกผ้าม่านออกไปเพื่อมองบรรยากาศรอบๆ

ภายในห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเทา ดูเรียบง่าย บ่งบอกว่าเป็นห้องของผู้ชาย ทว่านี่ไม่ใช่ลักษณะห้องแบบที่มีอยู่ในศูนย์บัญชาการ นี่สติของเธอขาดหายไปนานแค่ไหนกันนะ

แดเนียล่าเหยียบลงบนพื้นหินอ่อน ก้มลงมองเท้าเล็กๆ ของตนแว๊บหนึ่งแล้วเงยหน้ามองรอบๆ ห้องอีกครั้งเพื่อพยายามมองหาอะไรก็ตามที่จะช่วยปะติดปะต่อสติที่ขาดไปได้

เอะ เดี๋ยวนะ

ดวงตากลมโตหลุบลงมองเท้าของตนอีกครั้ง เท้าขาวเนียนเรียวเล็กเหยียบอยู่บนพื้นหินอ่อน เธอขยับไปทางขวา เท้านั้นก็ขยับตาม เธอขยับไปทางซ้าย เท้าข้างซ้ายก็ขยับตามเช่นกัน ลาดท้องแบนราบขาวเนียน และเอวที่กิ่วเล็กนี่…

นี่ใครกัน!

ความตกใจทำให้เธอรีบมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะเจอเข้ากับกระจกบานสูง หญิงสาวก้าวยาวๆ ไปที่กระจกนั้นอย่างตื่นตระหนก จ้องมองภาพเรือนร่างขาวผ่อง ทรวงอกอวบอิ่มที่มีปลายยอดแดงก่ำ เอวเล็กๆ ท่อนขาวเรียวกลมกลึง…และใบหน้าที่สวยมากจนไม่เหมือนคนที่มีชีวิตอยู่จริงบนโลกนี้ แม้แต่เทคโนโลยีที่ดีที่สุดก็ไม่อาจปั้นคนจริงๆ ให้มีใบหน้านี้ออกมาได้

“อ๊า!!!”

เสียงหวานดังออกมาจากริมฝีปากของคนในกระจกจริงๆ แดเลียน่าตกใจจนแทบล้มทั้งยืน เธอมองตนเองที่อยู่ในกระจกด้วยความตกตะลึงสุดขีด นี่มันใครกัน ไม่สิ นี่เธอกลายเป็นใครไปแล้วเนี่ย!

“คุณหนูเป็นอะไรรึเปล่าคะ”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น คนเคาะดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด แต่แดเลียน่าตกใจจนพูดไม่ออกไปแล้ว

เธอคนก่อนมีรูปร่างหนา เอวของเธอหนากว่าคนในกระจกอย่างน้อยหลายนิ้ว เพราะลักษณะทางกายภาพ โครงกระดูกของเธอใหญ่มาก แถมใบหน้าของเธอไม่ได้จัดอยู่ในหมวดคนหน้าตาดี ไม่มีทางเทียบกับคนในกระจกได้เลย

“คุณหนู คุณหนูเป็นอะไรไหมคะ คุณหนูตอบนมหน่อยค่ะ”

แม่นมสูงวัยเดินไปมาห้องด้วยความร้อนใจ บรรดาสาวใช้หน้าห้องเองก็ไม่กล้าพลีพลามเข้าไป

“ทำยังไงดีคะนม” เจน่ากล่าวด้วยความกังวล เธอเป็นพี่เลี้ยงของแดเลียน่า คอยติดตามคุณหนูมาตั้งแต่อายุได้ 10 ขวบ หลังจากท่านผู้บัญชาการออกมาจากห้องก็สั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปรบกวน ทั้งเธอและแม่นมต่างร้อนใจ เพราะเสียงร้องนั้นของคุณหนู

“เข้าไปเถอะ ฉันกลัวคุณหนูล้มหรือเป็นอะไร พวกเธอเปิดประตูสิ”

พอได้ยินคำสั่งจากแม่นม พวกสาวใช้แม้จะมีท่าทางลังเลแต่ก็ยินยอมเข้าไปดึงประตูบานหนาให้เปิดออก ทั้งแม่นมและเจน่าต่างปรีเข้าไปในห้องอย่างรีบร้อน

“คุณหนู เป็นอะไรรึเปล่าคะ” แม่นมมองไปที่เตียงก่อน เธอปรี่เข้าไป แต่พี่เลี้ยงสาวกลับคว้าศอกเอาไว้ แล้วดึงให้หันไปทางกระจก

คุณหนูของเธอยืนมองกระจกด้วยสีหน้าตื่นตระหนกซีดเผือด แม่นมจึงร้องเรียกหญิงสาวด้วยเสียงอันสั่นเครือแบบคนจะร้องไห้

เจน่าได้สติก่อน รีบคว้าเสื้อคลุมขนนุ่มตรงเข้าไปห่อเรือนร่างของนายสาว

“คุณหนูเป็นอะไรไปคะ”

“คุณหนูทำไมมายืนเท้าเปล่าตรงนี้” คนดูแลต่างวัยทั้งสองแย่งกันถามออกมา แต่นายสาวกลับยืนนิ่งไม่ตอบอะไร

สาวใช้ที่รู้ความรีบเอารองเท้าสลิปเปอร์มาให้เธอสวม แดเนียล่าขยับร่างกายอย่างยากลำบาก เธอยังควบคุมสติไม่ได้ นี่มัน…ไม่ใช่สิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้เอาเสียเลย

หญิงสาวพยายามรวบรวมสติ เธอไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าผู้หญิงรอบๆ ตัวพูดอะไรบ้าง จนกระทั่งถูกประคองให้นั่งลงที่เก้าอี้ เจน่าจึงลงไปนั่งคุกเข่าที่พื้นเกาะขานายสาวเพื่อแหงนหน้ามองใบหน้าของเธอ แดเนียล่าบังคับใบหน้าตัวเองอย่างยากลำบาก เธอไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเธอต้องรู้สึกยังไง มันทั้งกลัว ตระหนก แปลกประหลาด ตกตะลึง ผสมผสานกันไปหมด

“ไปแจ้งท่านผู้บัญชาการ แล้วก็ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้เลย” แม่นมเอ่ยกับสาวใช้ทั่วไป เธอโบกมือให้สาวใช้รีบๆ ไปตามคนมา พอสั่งการเสร็จก็เดินมาจับมือคุณหนูของเธอ

“ผู้บัญชาการ?”

คำศัพท์นี้ฟังคุ้นหูมากจนเธอต้องเอ่ยทวนออกมา อะไรบางอย่างกำลังเกาหัวใจของเธอ คล้ายกับกรงเล็บแมว

“คุณหนู? เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าคะ คุณหนูทะเลาะกับผู้บัญชาการรึเปล่าคะ?” เจน่าถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่คนเป็นนาย ตอนนี้สติใกล้จะกระเจิงแล้ว

ผู้บัญชาการ ชายหนุ่มหล่อเหลา นัยน์ตาเย็นชาสีแดง…

ตาสีแดง…

พระเอกในนิยายของอเดลีนก็ตาสีแดง

ทันใดนั้นแดเลียน่าก็เบิกตาขึ้น คล้ายเจ้าแมวในใจได้ตะปบเล็บลงมาแล้ว ใบหน้าของเธอหันไปมองกระจกอีกครั้ง

หญิงสาวสบตากับตัวเองที่อยู่ในกระจก ภาพท้อนเส้นผมสีแดงเพลิง ยาวสลวย นัยน์ตาสีน้ำทะเล และใบหน้าที่งดงามราวกับไม่มีอยู่จริง เธอคือผู้หญิงที่งดงามที่สุด ที่สำคัญคนๆ นี้จะต้องหลั่งน้ำตาออกมาเป็นไข่มุก

แดเลียน่าคิดแล้วเธอลงมือหยิกแขนตัวเองทันที เจ็บจนต้องนิ่วหน้า เธอบังคับให้ตัวเองร้องไห้ออกมา…ไข่มุกเม็ดหนึ่งจึงไหลออกมาจากหางตาตกลงบนพื้นเป็นประกายแวววาว

“คุณหนู!” ผู้ดูแลทั้งสองคนแทบประสานเสียงพร้อมกันมองรอยแดงๆ บนแขนอย่างปวดใจ

เซซิลเลีย เจ เอเวอดีน

นั่นคือชื่อของนางร้ายในนิยายที่พี่สาวฝาแฝดของเธอเขียนขึ้น

และตอนนี้เธอก็ดันมาอยู่ในร่างของนางร้ายที่ว่าซะแล้วสิ!

ตอนที่ 2 นางร้ายอยากเกษียณแล้ว

บทที่ 2 นางร้ายอยากเกษียณแล้ว

แดเลียน่าแทบคลั่ง แขนที่เธอพึ่งหยิกตัวเองไป มันเจ็บจนแน่ใจว่าไม่ได้กำลังฝัน เธอเข้ามาอยู่ในร่างของตัวร้ายในนิยายของคู่แฝดจริงๆ

ให้ตายสิ แดเลียน่าคิดอย่างท้อใจ ไม่ใช่ว่าเธอต้องทะลุมิติมาเป็นนางเอกหรอกเหรอ แต่ทำไมถึงมาอยู่ในร่างของตัวร้ายที่ต้องตายในน้ำมือของพระเอกเสียได้

พูดถึงพระเอก พระเอกก็มา ฮานอสเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับหมอ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย นัยน์ตาดุจัดกวาดมองหญิงสาวในชุดคลุมก่อนจะยกมือขวางประตูไว้

“ออกไป”

คราแรกหมอชราที่เดินตามมาด้านหลังพร้อมกับผู้ติดตามอยู่ในอาการงงงวย ไม่ใช่ว่าเขาถูกพาตัวมาอย่างรีบร้อนหรอกเหรอ ทำไมจู่ๆ ท่านจอมพลกลับจะไล่เขาออกไป ทันใดนั้นตอนที่เงยหน้าขึ้นเขาก็ได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดคลุมตัวหลวม เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองซ้ำอีกครั้ง รีบหมุนตัวกลับผลักลูกศิษย์ที่ยังงงให้เดินออกไปอย่างรักตัวกลัวตาย

เมื่อเห็นว่าผู้ติดตามและหมอหันหลังไปแล้ว ฮานอสจึงก้าวเข้ามาในห้องแล้วดึงประตูปิด เขามองบรรดาสาวใช้แล้วขมวดคิ้ว

“ทำไมยังไม่แต่งตัว”

เหล่าสาวใช้สะดุ้ง รีบต่ำกันอย่างขลาดกลัว แม้กระทั่งแม่นมชรายังอดตกใจไม่ได้ อึดใจหนึ่งกว่าคนสูงวัยจะได้สติแล้วรีบพาคุณหนูของเธอไปที่ห้องแต่งตัวข้างๆ

แดเลียน่าใช้จังหวะนั้นเงยหน้ามองร่างสูง นัยน์ตาฉายแววสำรวจและพึงพอใจ ท่าทางนั้นทำให้คนถูกพอใจอดขมวดคิ้วไม่ได้

เขามองตามร่างบาง แววตาอ่านยากวูบผ่าน แค่อึดใจก็หมุนตัวเดินออกไปข้างนอก

แดเลียน่าถูกบรรดาสาวใช้ช่วยแต่งตัวให้ เธอมองชุดเดรสสีชมพูอ่อนและเสื้อคลุมเข้าชุดกันด้วยความชื่นชอบ เสี้ยววินาทีหนึ่งเธอคิดจะพูดขึ้นมาว่าเธอไม่เหมาะกับชุดแบบนี้ แต่เมื่อเงยหน้ามองตนเองในกระจก เธอพบว่าสีนี้ขับผิวขาวจัดราวกับน้ำนมของเธอได้เป็นอย่างดี เธอไม่ใช่แดเลียน่า ตอนนี้เธอคือเซซิลเลีย

ไม่ใช่ยัยลูกเป็ดขี้เหร่คนเดิม

คิดๆ แล้วคู่แฝดของเธอออกแบบตัวละครได้ดีนัก พระเอกของเรื่องช่างหล่อเหลา องค์ประกอบทุกอย่างของเขาเป็นแบบที่เธอชอบทั้งหมด น่าเสียดายที่เขาดันเป็นพระเอก แต่เธอมาอยู่ในร่างของนางร้ายเสียนี่ ก็ได้แต่ถอดถอนใจ

กฎสำคัญที่สุดในทุกองค์กรก็คือ…ห้ามขัดคนที่มีอำนาจสูงกว่า

พระเอกคือยอดพิรามิดของห่วงโซในโลกนี้ นางเอกคือยอดดวงใจของเขา

ส่วนเธอยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม เท่ากับว่าเธอเป็นแค่เหยื่อของพวกเขาด้วยซ้ำ

เธอเรียนรู้กฎนี้มาตลอดชีวิต พยายามปืนป่ายจนมีอำนาจเหนือใครหลายคน ทว่าอนิจา ยังไม่ทันดื่มด่ำกับจุดสูงสุดที่เฝ้าคอย กลับต้องมาอยู่ในร่างของตัวร้ายซะได้

ในนิยายเรื่องนี้ ชะตานางร้ายของเธอแสนจะอาภัพ เธอไม่ควรขัดใจใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะพระเอกและนางเอกของเรื่อง

พวกเขาคือลูกรักของคนเขียน โชคทั้งหมดอยู่ฝั่งพวกเขา ส่วนเธอน่ะเหรอ แค่หายใจก็อาจจะสำลั่กอากาศตายได้แล้ว

เมื่อถูกจับแต่งตัวเรียบร้อย แม่นมก็จูงเจ้านายสาวของตนออกมาด้านนอกอีกครั้ง หลังจากจัดการชายชุดของแดเลียน่าเรียบร้อย จึงสั่งให้สาวใช้ตัวเล็กๆ ไปข้างนอกเพื่อแจ้งหมอให้เข้ามา

แดเลียน่าอดมองไปทางประตูอย่างอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ พระเอกหล่อมากจนเธออยากมองซ้ำๆ หญิงสาวเห็นร่างสูงของฮานอสเดินนำเข้ามาก่อน โดยมีหมอสูงวัยและชายวัยไล่เลี่ยกับเธอเดินตามเข้ามา ท่าทางของพวกเขาดูย่ำเกรงคนเบื้องหน้า

หญิงสาวนั่งเหม่อโดยไม่รู้ตัวยามที่สมองพยายามค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้

ในนิยายต้นฉบับที่พี่สาวฝาแฝดของเธอเขียนขึ้น โลกใบนี้เป็นโลกสมมุติที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของโลกแห่งความจริง ทว่าการปกครองกลับไม่เหมือนกัน ในโลกนี้มีรัฐบาลเดียวปกครอง โดยแบ่งเขตโลกออกเป็น อาณาเขตพิเศษ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก

ผู้ปกครองของโลกนี้ไม่ใช่พระราชา แต่สถานะของเขาแทบไม่ต่างจากการเป็นกษัตริย์ เขาได้รับความเคารพและยกย่องจากทุกคน ผู้คนทั่วไปเรียกเขาว่าท่านจอมพล คนภายในรัฐบาลเรียกเขาว่าท่านผู้บัญชาการ ตัวเซซิลเลียเองก็เรียกเขาว่าท่านผู้บัญชาการเช่นกัน

พูดถึงตัวละครนี้แล้ว แดเลียน่าอดขมวดคิ้วไม่ได้ เซซิลเลียคือตัวร้ายที่น่าสงสารที่สุดในความรู้สึกของเธอ หลังจากได้มีโอกาสอ่านผลงานสุดน้ำเน่าของคู่แฝด

นิยายเบาสมองที่เน้นความรักของพระเอกกับนางเอก พระเอกผู้แสนหล่อเหลา ร่ำรวย อยู่ในจุดสูงสุด หลงรักนักศึกษาสาวชาวเมืองเล็กๆ แหม ความรักต่างชนชั้นแสนคลาสิค เพราะความเก่งกาจและชาญฉลาดของนางเอก ทำให้พระเอกถึงกับยอมทิ้งคู่หมั้นแสนร่ำรวยและสูงศักดิ์ของตัวเองไป

และแดเลียน่าก็คือคู่หมั้นคนที่ว่า แน่นอน เซซิลเลียในเรื่องย่อมทำหน้าที่ของตัวร้ายได้เป็นอย่างดี เมื่อถูกคู่หมั้นทอดทิ้ง คนถูกวางตัวเป็นนางร้ายจึงทุ่มเทความโกรธแค้นทั้งหมดไปที่นางเอก กลั่นแกล้งอย่างโง่เขลา เป็นแค่บันไดที่นางเอกใช้เหยียบเพื่อให้ตัวเองสูงขึ้น หลังจากนั้นก็คือหายนะของนางร้ายคนสวยคนนี้

แดเลียน่าไม่เคยชื่นชอบการอ่านนิยาย เธอชื่นชอบการเขียนโปรแกรม สร้างหุ่นยนต์ และสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ แตกต่างจากอเดลลีน คู่แฝดที่ชื่นชอบการประพันธ์และศิลปะทุกแขนง พวกเธอทั้งสองมีความชอบที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว

หลังจากบิดามารดาพบว่าไอคิวของเด็กฝาแฝดนั้นสูงกว่าคนทั่วไปมาก พวกเขาจึงส่งเธอและคู่แฝดให้กับสถาบันที่วิจัยและพัฒนาเด็กผู้มีความสามารถพิเศษ โดยแลกกับค่าตอบแทนมหาศาล นับตั้งแต่จำความได้ เธอไม่เคยได้ใช้เวลากับพ่อและแม่ แต่เรียนรู้และเติบโตกับเหล่านักวิจัยในชุดกราวน์สีขาว นับจากนั้นเธอจะมีโอกาสได้เจอครอบครัวแค่ปีละ 1-2 ครั้ง ทุกครั้งพวกเขาจะเข้ามาพบเธอและพูดคุยกับเธอโดยใช้ประโยคสำเร็จรูปที่ออกมาจากหนังสือคู่มือเลี้ยงลูก

ตัวเธอและคู่แฝดทั้งคู่มีความสามารถที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลังจากค้นพบพรสวรรค์ที่แตกต่าง เด็กทั้งสองจึงถูกแยกย้ายไปคนละที่ ผ่านไปหลายปีจนกระทั่งทั้งสองได้มีโอกาสพบกันอีกครั้ง

ในวัย 20 ปี แดเลียน่าเป็นผู้ริเริ่มสร้างปัญญาประดิษฐ์เหมือนจริงลงในหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงที่สามารถแสดงสีหน้าความรู้สึกได้เหมือนสัตว์เลี้ยงจริงๆ เธอมอบมันให้กับพี่สาวฝาแฝดที่ติดต่อกันผ่านอินเตอร์เน็ตเสมอมา ในขณะที่พี่สาวฝาแฝดที่แสนสดใสของเธอกลับมอบนิยายเรื่องหนึ่งที่เธอแต่งขึ้นให้กลับมา

นิยายเรื่องนั้น คือนิยายที่อเดลีนเขียนขึ้นโดยมีแดเลียน่าเป็นนางเอกของเรื่อง ส่วนพระเอกของเรื่องมีต้นแบบมาจากมาสเตอร์ที่คอยดูแลหญิงสาวเสมอมา พี่สาวฝาแฝดจินตนาการว่าน้องสาวของเธอเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ได้มีความรัก แต่งงานมีครอบครัวอย่างมีความสุข แดเลียน่ารู้ว่านั่นคือสิ่งที่พี่สาวฝาแฝดของเธอหวังเอาไว้

แต่จับพลัดจับพลูเธอดันไม่ได้ตื่นขึ้นมาในร่างของนางเอกเนี่ยน่ะสิ

ก้มลงมองข้อมือบอบบางของตัวเองอย่างพอใจ แดเลียน่าพลันรู้สึกว่า ร่างกายนี้ไม่เลวเลยทีเดียว เธอในตอนนี้ทั้งสวย ยังเด็ก และที่สำคัญก็คือเต็มไปด้วยอิสระ แถมยังรวยมาก

เธอจะเป็นเซซิลเลียที่ไม่เดินทางผิดแบบในเรื่อง

เธอตัดสินใจแล้วว่า ในเมื่อพระเอกกับนางเอกเขาจะรักกัน งั้นเธอก็จะขอออกไปเสพสุขกับใบหน้าสวยๆ หุ่นดีๆ และเงินมหาศาลในบัญชีดีกว่า

“ท่านหญิง ขออนุญาติครับ” หมอชราเอ่ยขณะที่คุกเข่าลงเบื้องหน้าเธอ เขาจับข้อมือของเธอ มือเหี่ยวย่นสั่นเล็กน้อยเพราะสายตากดดันที่จับจ้องทุกการเคลื่อนไหว คิ้วของคนเป็นหมอพลันขมวดเข้าหากัน เหงื่อหลั่งรินเต็มแผ่นหลังหยิบอุปกรณ์ตรวจวัดชีพจรเสียบเข้าที่นิ้วเรียวสวย

ลูกศิษย์ของเขาเปิดคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องเล็ก เข้าโปรแกรมเพื่อตรวจสอบคลื่นหัวใจ เขามองกราฟจังหวะการเต้นของหัวใจ ปริมาณออกซิเจน ปริมาณเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว แม้กระทั่งคลื่นสมอง พบว่าผลทุกอย่างออกมาปกติ

“ท่านหญิงรู้สึกไม่ดีตรงไหนบ้างไหมครับ” เขาเอ่ยถามแล้วสังเกตสีหน้าหญิงสาวเบื้องหน้า พยายามไม่มองไปจุดที่ไม่ควรมอง

“ไม่ค่ะ…แค่มึนๆ นิดหน่อย”

คำตอบของเธอทำให้แววตาของคนตัวสูงที่ยืนมองอยู่เข้มขึ้น แดเลียน่ารู้สึกได้ถึงบรรยากาศจดจ้อง

“มีอาการมึนมานานหรือยังครับ นอกจากมีอาการมึนแล้วยังมีอาการอื่นอีกไหมครับ” ด้วยความเป็นหมอ จึงทำให้เขาต้องซักไซ้

“ไม่ค่ะ แค่มึน น่าจะเพราะพึ่งตื่น” จู่ๆ ก็ตื่นมาเป็นคนอื่น ใครก็ต้องตกใจ “เดี๋ยวได้นั่งซักพักก็ดีขึ้น”

เป็นหมอรับฟังอาการ จากนั้นจึงเปิดกราฟขึ้นมอง เขาตรวจทุกระบบในร่างกายของหญิงสาวอย่างละเอียดผ่านกราฟแสดงข้อมูล

แดเลียน่าแอบเหลือบมองฮานอส พบว่าเขาจับจ้องเธออยู่ แม้ไม่ได้มองสำรวจ แต่เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเปล่าเปลือยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

สมกับที่เป็นผู้นำของโลกนี้ล่ะนะ สายตาดุดัน เต็มไปด้วยความกดดัน

แต่หญิงสาวไม่ตื่นตระหนก ทั้งชีวิตเธอโดนสายตาแบบนี้จับจ้องมาตลอด จนกลายเป็นความเคยชินโดยไม่รู้ตัว

“เรียนท่านผู้บัญชาการ ท่านหญิงไม่ได้เป็นอะไรมากครับ มีอาการสับสนในชีพจรเล็กน้อย เดี๋ยวผมแจกยาบำรุงทำให้จิตใจสงบให้ทานติดต่อกันหนึ่งวันก็เพียงพอครับ” เขากล่าวผลสรุปจากการตรวจออกไปด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ

ผู้เป็นนายพยักหน้า บอกให้เขาออกไปจัดการได้ เขาจึงเอ่ยขอตัวแล้วรีบพาลูกศิษย์ออกไปให้ไวที่สุด

หลังจากหมอชราและผู้ติดตามของเขาจากไปแล้วแดเลียน่าจึงอดเงยหน้าขึ้นมองคนเป็นพระเอกอีกครั้งไม่ได้ ช่างหล่อเหลาเย็นชาเสียจริง

“จะพักอยู่ที่นี่ต่ออีกวันไหม”

แม้แต่เสียงยังฟังดูเซ็กซี่เป็นบ้า

เฮ้อ ไม่ได้สิ

หญิงสาวเตือนตัวเองเรียกสติกลับมาอีกครั้ง

จริงสิ ที่ๆ เธออยู่ตอนนี้ น่าจะเป็นเขตพิเศษทางการทหารของฮานอส ดังนั้นแล้วหญิงสาวจึงตัดสินใจได้ในทันที

“อยากกลับบ้านค่ะ”

คำตอบของแดเลียน่าทำให้แม่นมข้างๆ มีปฎิกิริยาอยากเอ่ยค้าน แต่เธอไม่กล้าพอ ดังนั้นหญิงสาวจึงขยับยิ้มจนตาแทบจะกลายเป็นสระอิอย่างอารมณ์ดี

จะมีที่ใดเป็นอิสระเท่าที่บ้านตัวเองอีกล่ะ

เธอต้องไปจากพระเอกสุดหล่อแสนน่ากินคนนี้ให้มากที่สุด จะได้ไปเสพสุขบนกองเงินกองทองของตัวเองให้หนำใจไปเลย ฮึฮึ

ตอนที่ 3 ยาพิษของลูกพี่ลูกน้อง

บทที่ 3

เซซิลเลียได้กลับบ้านตามคำขอ เจ้าหน้าที่ของศูนย์บัญชาการจัดรถหุ้มเกราะคุ้มกันเธอกลับคฤหาสน์ มันคือรถที่เธอคุ้นเคย ก่อนหน้านี้เธอถือว่าเป็นหนึ่งในสมาชิก VIP ของศูนย์พัฒนาอัจฉริยะ พวกเขาจึงระวังความปลอดภัยของเธอเป็นอย่างมาก

ระหว่างทางกลับบ้าน เซซิลเลียมองสภาพแวดล้อมรอบตัว เธอพบว่าสถานที่ส่วนใหญ่อ้างอิงมาจากสถานที่ที่มีอยู่จริง นี่คือเมืองที่เธอเคยอาศัยอยู่ เมื่อตอนที่เป็นแดเลียน่า ห้างสรรพสินค้าถูกตกแต่งคล้ายเมืองที่เธออยู่เมื่อปีที่แล้ว โฆษณาชิ้นนั้นเธอเคยเห็นมาก่อน อย่างน้อยที่สุด แผนผังในเมืองนี้เธอก็มีความคุ้นเคยสูง

เซซิลเลียค่อยๆ เรียบเรียงเรื่องราวของเธอกับพระเอกของเรื่อง เธอและฮานอสถูกกำหนดให้เคียงคู่กันนับตั้งแต่เธอยังเด็ก หากนับกันจริงๆ แล้วเธอกับฮานอสอายุห่างกันเกือบ 300 ปี เขาแก่มากแล้วในความรู้สึกของเธอ ทว่าในโลกนี้ เขาพึ่งเป็นหนุ่ม ส่วนเธอนั้นเรียกได้ว่ายังเป็นแค่เด็กผมมือ ดังนั้นนับตั้งแต่ที่เซซิลเลียอายุครบ 20 ปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเจริญพันธุ์แล้วสำหรับชาวไซเรนที่โตไว เธอและฮานอสจึงได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างน้อยเดือนละครั้ง เธอรู้ว่าเขาแค่ทำไปตามหน้าที่

จากนิยายต้นฉบับ ฮานอสมีเชื้อสายของเผ่าพันธุ์ยักษ์ เขาสืบทอดสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุด ทว่าด้วยกฎของธรรมชาติ ยิ่งมีความแข็งแกร่งมากเท่าใด อัตราการเกิดก็จะยิ่งต่ำ ดังนั้นอดีตผู้บัญชาการซึ่งเป็นบิดาของเขาจึงให้เขาและเธอได้ใช้เวลาด้วยกัน อย่างน้อยเดือนละครั้งสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มอัตราการเกิด พวกเขาเป็นกังวลเรื่องทายาท เพราะแทบจะทุกรุ่น พวกเขาจะมีทายาทแค่ 1 คนเท่านั้น ทั้งตระกูลของเขาตอนนี้มีสมาชิกเพียงแค่ 3 คน

แต่พวกเขาก็แข็งแกร่งมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นอมตะ ดังนั้นเผ่าพันธุ์ของเขาจึงเป็นผู้ปกครองโลกนี้ ส่วนเธอสืบเผ่าพันธุ์มาจากไซเรน มีความสามารถพิเศษนอกเหนือจากชีวิตยืนยาวก็คือร้องไห้เป็นไข่มุก

รถแล่นเข้ามาในเขตชุมชนชั้นสูง เป็นที่ๆ เซซิลเลียไม่เคยเห็นมาก่อน พื้นที่บริเวณนี้ดูเหมือนจะเกิดจากจินตนาการของคู่แฝดของเธอ ดังนั้นหญิงสาวจึงอดสำรวจรอบๆ อย่างคนตื่นเต้นไม่ได้ กระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดที่คฤหาสน์หลังโตหลังหนึ่ง ที่โถงบันไดหน้าคฤหาสน์มีบรรดาหญิงสาวต่างวัยยืนอยู่นับสิบคน แต่ละคนสวมชุดเหมือนกัน เซซิลเลียรับรู้ได้ทันทีว่าทุกคนคือสาวใช้

แม่นมและเจน่าผู้เป็นพี่เลี้ยงเดินเข้ามาเปิดประตูประคองนายสาวลงจากรถด้วยความทะนุดถนอม เซซิลเลียปกปิดอาการตื่นเต้นยามมองรอบด้าน ทว่าผู้เป็นพี่เลี้ยงที่คุ้นเคยกันมาทั้งชีวิตกลับรู้สึกหนาวเยือกในใจ

นับตั้งแต่นายสาวตื่นขึ้นมาเช้านี้ เธอรู้สึกว่าคุณหนูของเธอแปลกไป ในยามปกติทุกครั้งที่ได้ไปพบท่านผู้บัญชาการ คุณหนูจะต้องหาเรื่องอยู่ที่ศูนย์บัญชาการกลางต่อ หากใครขัดใจ ก็จะถูกอาละวาทแบบไม่ไว้หน้า มีเพียงยามที่ท่านผู้บัญชาการเอ่ยปากดุเท่านั้นจึงจะปราบคุณหนูลงได้

แต่เช้านี้คุณหนูของเธอกลับมีท่าทีตื่นตระหนกในช่วงแรก ก่อนจะค่อยๆ นิ่งขรึมลงจนน่าแปลกใจ ที่สร้างความแปลกใจให้ทุกคนมากที่สุดก็คือการที่เธอว่าอยากกลับบ้านด้วยตัวเอง

เจน่าอดเหลือบมองด้านหลังใบหูของนายสาวไม่ได้ พบปานรูปดอกไม้เล็กๆ อยู่ตรงนั้น…เป็นคุณหนูของเธอจริงๆ ทว่าทำไมกลับดูไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย

“พี่หญิง” เสียงอ่อนหวานจนน่าขนลุกดังขึ้น เมื่อเงยหน้ามองไปตามเสียงจึงพบสาวน้อยผมทองหยิกเป็นลอน เธอมีดวงตาสีเขียวสดใสคล้ายคลึงเซซิลเลียหลายส่วน ทว่าดูอ่อนเยาว์กว่าไม่น้อย

เซซิลเลียขยับยิ้มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ในสมองเธอปรากฎชื่อตัวละครตรงหน้าขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

โอลิเวีย เอเวดีน

ยัยตัวร้ายผู้ผลักดันเซซิลเลียให้กลายเป็นนางร้ายน่าโง่

“สวัสดีน้องสาว” เซซิลเลียเอ่ยทักทายด้วยถ้อยคำแบบที่เซซิลเลียตัวจริงในนิยายเคยใช้

คนถูกเรียกส่งยิ้มหวานดวงตาโค้งลงเป็นจันทร์เสี้ยวมาให้ ก่อนจะวิ่งเข้ามาคล้องแขนเบียดเจน่าออกไป เธอออดอ้อนทำตัวน่ารัก ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วที่เซซิลเลียไม่มีลูกซักที ส่วนหนึ่งก็มาจากหญิงสาวขี้อ้อนคนข้างๆ นี่แหละ

“ท่านพี่คะ โอลิเวียแวะมาหาท่านพี่แต่เช้าเลย วันนี้ยามบ่ายเรามาจัดปาร์ตี้น้ำชากันดีไหมคะ”

ปาร์ตี้น้ำชายาพิษของลูกพี่ลูกน้องสาวตัวดี

แน่นอนเลยว่า

“ขอโทษนะจ๊ะ วันนี้คงไม่ได้ พี่มีธุระแล้ว”

ใบหน้าเล็กหวานแสดงความผิดหวังออกมาทันที เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหง๋อยๆ “แต่น้องรอจะดื่มชากับท่านพี่มาเป็นอาทิตย์แล้ว เพื่อนๆ ของน้องทุกคนเฝ้ารอที่จะเจอท่านพี่ น้องเอาแต่เอ่ยชมท่านพี่ อยากให้เพื่อนๆ ได้เห็นพี่สาวคนสวยของน้องมาตั้งนาน”

สายตาแป๋วๆ ขี้อ้อนแบบน้องสาวผู้แสนน่ารักนั้นแถมคำเยินยอเคยใช้ได้ผลกับเซซิลเลียคนเก่า แต่ไม่ใช่กับเธอ เซซิลเลียคนนี้

“เห็นทีทุกคนคงจะผิดหวังแล้ว ถ้าอยากเจอพี่ ไว้พี่ไปออกงาน ทุกคนคงได้พบตอนนั้น”

“ท่านพี่…ฮื่อ นะคะ ซัก 5 นาทีก็ได้ อยู่ทานของว่างกับน้อง ให้เพื่อนๆ น้องได้พบท่านพี่ตัวจริงเถอะนะคะ น้องเอาท่านพี่ไปอวดไว้ทั่วเลยว่ามีพี่สาวสวย เป็นถึงท่านคู่หมั้นของท่านจอมพล”

แหม พูดเก่ง เข้าใจจี้จุดเซซิลเลียคนเก่า สมกับกับนักยุยงตัวร้ายคนหนึ่งของเรื่องนี้จริงๆ ขนาดอายุ 12-13 ปียังทำอะไรแบบนี้ได้ ไม่ต้องคิดเลยว่าโตมาจะขนาดไหน

เซซิลเลียขยับยิ้มจนดวงตาโค้งลง ดวงตาที่กลายเป็นเสี้ยวพระจันทร์ยิ่งทำให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานทรงเสน่ห์จนแม้แต่สาวน้อยที่กำลังมองยังอดใจเต้นไม่ได้ ในใจโอลิเวียรู้สึกได้ถึงความอิจฉาที่แล่นผ่านเข้ามา

แค่เธอเกิดช้ากว่าไม่กี่ปีเท่านั้นเอง

“เด็กดี ไว้คราวหน้านะ พี่เจน่าพาโอลิเวียไปส่งที่รถหน่อยนะคะ”

คนถูกไล่ไม่ทันตั้งตัว ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะถูกคนเป็นพี่ที่ปกติตามใจเธอมาตลอดไล่เอา เธอได้แต่เดินตามพี่เจน่าไปแบบงงๆ เซซิลเลียฉวยโอกาสนั้นหันไปส่งยิ้มให้แม่นม เอ่ยปากอย่างอารมณ์ดี “หิวจังเลยค่ะ”

พอได้ฟังว่าคุณหนูเริ่มหิวแล้วแม่นมชราไม่รอช้ารีบกระวีกระวายไปที่ห้องครัว

เซซิลเลียได้ยินเสียงเจน่ากับลูกพี่ลูกน้องสาวยังแว่วมา ดูเหมือนยัยเด็กนั่นจะรู้ตัวแล้วว่าโดนไล่เลยทำท่าจะเดินกลับมาหาเธอ เจน่ารู้งานมาก สาวใช้พยายมโน้วน้าวให้เด็กสาวกลับไปก่อน มีหรือเด็กสาวจะยอมฟังสาวใช้ เซซิลเลียจึงรีบเดินขึ้นชั้นสอง ใช้ความทรงจำของตัวเองค้นหาห้องแล้วสั่งห้ามใครเข้าพบทั้งสิ้น

เสียงเคาะประตูดังแว่วๆ ไม่นาน คนถูกเรียกทำเป็นไม่ได้ยิน เดินสำรวจห้องสไตล์สาวน้อยหวานแหววแบบที่เคยใฝ่ฝันแต่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้ครอบครองอย่างอารมณ์ดี ไม่นานเสียงเคาะก็เงียบไป ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง พยายามครุ่นคิด

หากพิจารณาจากการที่เธอยังได้พบฮานอสแถมยังได้กินตับเขา แสดงว่า เธอน่าจะข้ามเวลาเข้ามาช่วงต้นของนิยาย เพราะทั้งฮานอสและเซซิลเลียยังคงมีการพบปะประจำเดือน น่าเสียดายที่ทั้งคู่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างเจ้าตัวน้อย แต่นั่นก็ถือเป็นข้อดีเพราะเซซิลเลียในหนังสือนั้นหัวขี้เลื่อย ดีแต่ขี้วีน ไร้สมอง เอาแต่ใจ ตามประสาคุณหนูที่ได้รับการดูแลมาอย่างดี เธอรักฮานอสมาก จึงแค้นเคืองอเดลีนไม่ได้ บวกกับการถูกลูกพี่ลูกน้องคอยเป่าหู มีเหรอจะได้จุดจบดีๆ

ตอนนี้ฮานอสคงจะยังไม่พบอเดลีน ไม่อย่างนั้นแล้วพวกเธอคงไม่ได้พบกัน นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีอีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้ตัวเธอยังไม่ได้เข้าไปขวางทางพระเอกและนางเอก ดังนั้นชะตากรรมที่น่าเศร้าพวกนั้นก็คงยังไม่เกิดขึ้น ก่อนที่เรื่องร้ายๆ จะตามมา เธอควรเริ่มเอาตัวเองออกจากเรื่องนี้ไป

แม่นมขึ้นมาแจ้งว่าอาหารเรียบร้อย เซซิลเลียเดินลงไปด้านล่าง พบว่าทุกอย่างเงียบสงบ ดูเหมือนยัยเด็กตัวร้ายจะกลับไปแล้ว แต่ก็ยังอดถามไม่ได้

“โอลิเวียกลับไปหลังจากตั้งโต๊ะอาหารรึเปล่า”

แม่นมหันไปสบตาเจน่าเป็นเชิงถาม เจน่ามองสบตอบก่อนจะเป็นฝ่ายเอ่ยตอบแทน “เปล่าคะคุณหนู อาหารพึ่งออกมาวางเมื่อครู่”

เซซิลเลียพยักหน้า อดเอ่ยถามอีกประโยคไม่ได้ “แล้วเด็กคนนั้นได้เดินไปที่ห้องครัวบ้างไหม”

“ไม่ค่ะคุณหนู ขึ้นไปที่หน้าห้องคุณหนู เคาะประตูอยู่ซักพักก็จากไปค่ะ”

เซซิลเลียพยักหน้าอีกครั้งอย่างพอใจ จึงยอมจัดการอาหารกลางวันด้วยความหิวโหย เธอไม่ได้กลัวยาที่ยัยเด็กลูกพี่ลูกน้องวาง แต่ยาพิษย่อมเป็นยาพิษ ไม่กินเข้าไปจะดีกว่า จัดการอาหารเรียบร้อยหญิงสาวจึงวางช้อนลงและหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม ทำให้สาวใช้ที่คอยสังเกตอยู่ตลอดรีบเข้ามาเก็บกวาดทำความสะอาด แม่นมสูงวัยเองก็เข้ามาหานายสาวทันทีเมื่อเห็นว่าเธอมองซ้ายมองขวาคล้ายกำลังหาอะไร

“คุณหนูหาอะไรอยู่เหรอคะ”

“โทรศัพท์ค่ะ”

แม่นมได้ยินดังนั้นก็ให้สาวใช้ข้างๆ ไปหยิบมา

เซซิลเลียมองดูกระเป๋าใบเล็ก ที่ถูกสาวใช้หยิบมา เธอตัดสินใจเปิดมันออกเพื่อมองหาโทรศัพท์มือถือ เธอจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเพิ่มเติมของโลกใบนี้ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวของเธอเอง

เธอรู้เพียงแค่ว่าตอนนี้คงเป็นเวลาก่อนที่พระเอกกับนางเอกได้พบกัน แต่เธอไม่รู้เลยว่าอีกนานไหมกว่าพวกเขาจะพบกัน อันที่จริงเธอไม่ต้องกังวลในเรื่องนั้นเลย หากพระเอกกับนางเอกพบกัน ถึงตอนนั้นฮานอสจะเป็นฝ่ายปฎิเสธไม่ให้เธอไปพบเอง แต่ถึงแบบนั้น รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ได้รู้ไทม์ไลน์เรื่องคร่าวๆ ก็คงจะดีกว่า

ก่อนอื่นเลย เรื่องที่สำคัญที่สุดคือเงิน

หญิงสาวกดแอพลิเคชั่นเข้าไปเช็คในธนาคาร พบเงินจำนวนมหาศาลอยู่ในนั้น

โอ้โห๋ สวยและรวยมากค่ะ!

แทบมีรูปเงินปรากฎในดวงตาเธอ

แม้ว่าจะไม่มีรหัสผ่านแต่โชคดีที่สามารถใช้การแสกนใบหน้าได้ ตอนนี้เธอต้องการคอมพิวเตอร์ส่วนตัวซักเครื่องหนึ่ง

ตอนที่พระเอกและนางเอกพบกัน คืองานรับรางวัลนักศึกษาดีเด่นจากภาคต่างๆ นางเอกจะได้รับรางวัลนักเรียนเรียนดีในสาขาคอมพิวเตอร์เทคโนโลยี จากการสร้างโปรแกรมขับขี่อัตโนมัติสำหรับรถโดยสารสาธารณะ พระเอกให้ความสนใจในโครงการดังกล่าว ดังนั้นจึงมีการนัดพบปะพูดคุยกับผู้จัดทำและได้พบนางเอกก่อนถึงวันงาน พระเอกประทับใจในความเฉลียวฉลาดและช่างคิดของเธอ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทั้งคู่ได้พบกัน

เมื่อกดค้นหาข้อมูล เธอไม่พบงานดังกล่าว นี่หมายความว่างานนั้นยังไม่เคยเกิดขึ้น และยังไม่มีกำหนดจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หรือว่าตัวเธอเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้ายก่อนจะเกิดเหตุการณ์นานพอสมควร

นั่นก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง เธอจะได้มีเวลาในการปลีกตัวออกห่างจากพระเอกก่อนที่พวกเขาจะได้พบกันเพื่อหลีกเลี่ยงชะตากรรมร้ายๆ ทั้งหมด

เรื่องร้ายๆ คงไม่เกิด ขอแค่เธอปลีกตัวเองออกมาได้ก็พอ เธอแค่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข หากได้กลับไปที่โลกเดิมก็ดี ไม่ได้กลับไปก็ไม่เป็นไร

“อยากออกไปซื้อของจังเลยค่ะ” เธอลองเปรยออกมา พอได้ฟังแบบนี้แล้วพี่เลี้ยงสาวรีบตอบทันที

“คุณหนูจะออกไปตอนไหนเหรอคะ”

คุณหนูชอบชอปปิ้ง ดังนั้นสาวใช้จึงไม่เกิดความแปลกใจแต่อย่างใดในความต้องการนี้

“ไปเลยค่ะ”

คนใจร้อนโหยหาคอมพิวเตอร์แรงๆ ซักเครื่อง

แต่ใครจะรู้ ว่าการที่อยากจะออกไปข้างนอกต้องพ่วงบอดี้การ์ออกไปมากมายขนาดนี้!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...