โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดสินค้า-บริการ “คนสูงวัย” ไม่ง่าย! มีโอกาส แต่แข่งสูง ส่วนใหญ่รายได้ต่ำ คนรวยกระจุกตัวเมืองกรุง

Thairath Money

อัพเดต 11 ก.ค. 2567 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2567 เวลา 07.59 น.
ภาพไฮไลต์

ปัจจุบันโลกของเรา มีประชากรเกิน 8,000 ล้านคนแล้ว และจะเพิ่มขึ้นไปถึง 9,000 ล้านคนในไม่กี่สิบปีข้างหน้า

ขณะ ข้อมูล ปี 2567 ประเทศไทย มีประชากรประมาณ 66 ล้านคน และกำลังประสบกับวิกฤติเด็กเกิดน้อย ขณะที่ประเทศไทยเป็นสังคมสูงอายุ คือมีสัดส่วนประชากรที่อายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 10% ของประชากรทั้งหมด

การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรนี่เอง กลายเป็นเรื่องท้าทายในแง่สังคมและเศรษฐกิจ แต่อีกแง่ อาจกลายเป็นโอกาส ของธุรกิจสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ

ล่าสุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า อีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2029) มูลค่าการใช้จ่ายของผู้สูงอายุไทย อาจมีการเติบโต มากถึง 2.2 ล้านล้านบาท หรือ เท่ากับ มีการโตเฉลี่ย 5.3% ต่อปี ซึ่งคำนวณจาก จำนวนผู้สูงอายุที่จะ เพิ่มขึ้นจากราว 14 ล้านคน ในปัจจุบัน ไปอยู่ที่ 18 ล้านคน

ครอบคลุม 4 ตลาดใหญ่ๆ ที่จะเป็นโอกาสทางธุรกิจ ได้แก่

  • สินค้าเน้นสุขภาพ (37% ของการใช้จ่ายทั้งหมดในกลุ่มผู้สูงอายุ ) เช่น อาหารทางการแพทย์, Health Tech ,ยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ
  • สินค้าเน้นไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Smart Home Devices /อุปกรณ์ช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน, อาหาร และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง หรือ ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ
  • บริการ เน้นไลฟ์สไตล์ เช่น บริการดูแลสัตว์เลี้ยง, บริการทางการเงิน และ Entertainment สำหรับผู้สูงอายุ
  • บริการเน้นสุขภาพ ได้แก่ ศูนย์โรคเฉพาะทาง, บริการดูแลผู้สูงอายุ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

“ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในบ้านเพียงลำพังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นิยมเลี้ยงสัตว์เพื่อช่วยในการบำบัดรักษา (Pet Healing) ส่งผลให้สินค้าและบริการที่น่าจะได้ประโยชน์ เช่นเดียวกับ ธุรกิจที่อยู่อาศัย ข้อมูลปี 2023 ของ REIC พบว่า ปัจจุบันไทยมีบ้านสำหรับผู้สูงวัยเพียง 728 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สูงอายุที่ได้เพียงราว 19,490 คนเท่านั้น การปรับปรุงที่อยู่อาศัยเดิมก็น่าจะเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ช่วยรองรับความต้องการได้ “

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดผู้สูงอายุมีแนวโน้มน่าสนใจมากขึ้น แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า ธุรกิจอาจมีความเสี่ยงจาก 2 เรื่องหลัก ๆ เนื่องจาก มีแนวโน้ม ว่า ตลาดจะแข่งขันรุนแรง เพื่อแย่งชิงลูกค้าที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะ ในช่วง 2-3 ปีแรกของการเจาะตลาดผู้สูงอายุ เนื่องจาก ขนาดตลาดจะยังไม่ใหญ่มาก ตามจำนวนผู้สูงอายุไทยที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 23% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อย ส่งผลต่อกำลังซื้อที่จำกัด

ขณะที่ ผู้สูงอายุที่มีรายได้สูงส่วนใหญ่ พบว่ามักกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคกลาง นั่น ทำให้ธุรกิจที่จะเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดนี้อาจต้องเผชิญการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดที่เข้มข้นจากคู่แข่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน และญี่ปุ่น

นอกจากการปรับตัวของธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องคำนึงถึง คือ การทำกลยุทธ์การตลาด (Marketing) ไปที่ลูก-หลาน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผู้ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการแทนผู้สูงอายุ โดยเน้นที่คุณภาพ/มาตรฐานของสินค้าและบริการ รวมถึงความคุ้มค่าด้านราคาเป็นหลัก ซึ่งมีผลต่อต้นทุน

เช่น สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มก็อาจต้องเพิ่มสารอาหารที่เหมาะสมกับวัยและโรคของผู้สูงอายุ ปรับบรรจุภัณฑ์ให้ใช้เปิด-ปิดง่าย เป็นต้น ฉะนั้น อาจเป็นความยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน.

ที่มา : สถาบันวิจัยฯมหิดล , ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดสินค้า-บริการ “คนสูงวัย” ไม่ง่าย! มีโอกาส แต่แข่งสูง ส่วนใหญ่รายได้ต่ำ คนรวยกระจุกตัวเมืองกรุง

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...