โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวแนวอ่อนค่า ตลาดจับตาตัวเลข CPI สหรัฐ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2567 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2567 เวลา 10.30 น.

ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวแนวอ่อนค่า ตลาดจับตาตัวเลข CPI สหรัฐ ขณะที่เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดชี้ เศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับตลาดแรงงาน และเฟดยังมีความมุ่งมั่นทำให้เงินเฟ้อปรับตัวลงสู่ระดับเป้าหมาย 2%

วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/7) ที่ระดับ 36.42/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (9/7) ที่ระดับ 36.39/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวกรอบจำกัดเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 105.12 โดยคืนวานนี้ (9/7) นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับตลาดแรงงาน แม้มีการชะลอตัวลงบ้างในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่เงินเฟ้อชะลอตัวลง และเฟดยังคงมีความมุ่งมั่นในการทำให้เงินเฟ้อปรับตัวลงสู่ระดับเป้าหมาย 2%

ขณะเดียวกัน นายพาวเวลล์กล่าวว่า ข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ได้ชะลอตัวก็ตาม แต่การที่เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเกินไปและนานเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

หลังจากการกล่าวถ้อยแถลงของประธานเฟด นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ในเดือนกันยายน และปรับลดอีกครั้งในเดือนธันวาคม ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 71.8% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือนกันยายน หลังจากให้น้ำหนักเพียง 63.4% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 48.5% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมเดือนธันวาคม หลังจากให้น้ำหนักเพียง 44.2% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐ เมื่อคืนนี้ (9/7) สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 91.5 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566

อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นยังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 98 เป็นเวลา 30 เดือนติดต่อกัน โดยระดับดังกล่าวเป็นค่าเฉลี่ยในรอบ 50 ปี ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นปัจจัยฉุดการลงทุน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศวันนี้ (10/7) ค่าเงินบาทยังทรงตัวจากระดับปิดตลาด โดยในช่วงบ่ายได้มีแถลงจากทางศาลรัฐธรรมนูญคดีที่ 40 สว.ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว จากกรณีแต่งตั้งนายพิชิตเป็นรัฐมนตรีแม้จะรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม เนื่องจากเคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุก

โดยศาลรัฐธรรมนูญยังไม่วินิจฉัยคดีและกำหนดนัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันที่ 24 กรกฎาคม เวลา 09.30 น.

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.36-36.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.39/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/7) ที่ระดับ 1.0811/15 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (9/7) ที่ระดับ 1.0819/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร วันนี้ (10/7) โดยระหว่างวันมีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีภาคการผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ของประเทศอิตาลีอยู่ที่ 0.5% หลังจากที่เดือนก่อนหน้าอยู่ที่ -1.0% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0809-1.0824 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0817/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (107) ที่ระดับ 161.50/51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (9/7) ที่ระดับ 161.02/05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันนี้ (10/7) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยข้อมูลราคาสินค้าผู้ประกอบการ (CGPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาสินค้าและบริการที่สั่งซื้อโดยบริษัทญี่ปุ่น และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากภาคค้าส่ง เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนมิถุนายน 2567 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด

ตัวเลขดังกล่าวเร่งตัวขึ้นจากระดับที่ผ่านการปรับค่าแล้วที่ 2.6% ในเดือนพฤษภาคม และถือเป็นการปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบเป็นรายปี นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 โดยดัชนีอยู่ที่ระดับ 122.7 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ดัชนีราคานำเข้าที่คิดเป็นเงินเยน พุ่งขึ้น 9.5% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเร่งตัวขึ้นจากระดับ 7.1% ในเดือนพฤษภาคม

สะท้อนให้เห็นว่า เงินเยนที่อ่อนค่าลงส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าที่บริษัทต่าง ๆ เรียกเก็บจากกันปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตรากรเพิ่มขึ้นของดัชนีดังกล่าวถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2566 ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ BOJ จะนำไปพิจารณาในการประชุมนโยบายครั้งต่อไปในวันที่ 31-31 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 161.24-161.58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 161.56/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ (11/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์จองสหรัฐ (12/07), และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน มิ.ย. ของสหรัฐ (12/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.50/-9.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.30/-7.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวแนวอ่อนค่า ตลาดจับตาตัวเลข CPI สหรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...