โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“โจ ไบเดน” ถอนตัว ส่งไม้ต่อ “คามาลา แฮร์ริส”ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ก.ค. 2567 เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2567 เวลา 02.29 น.

"โจ ไบเดน" ถอนตัวชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หนุน "คามาลา แฮร์ริส" ชน "ทรัมป์" ในศึกเลือกตั้ง

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ประกาศถอนตัวจากการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2567 แล้ว และประกาศสนับสนุน นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ให้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีนี้ แข่งกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน วัย 81 ปีได้ระบุข้อความผ่านทาง X หรือทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ (21 ก.ค.) ว่า "เป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมที่ได้รับใช้ท่านในฐานะประธานาธิบดี แม้ผมมีความตั้งใจที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัย แต่ผมเชื่อว่าการถอนตัวออกจากการลงเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อพรรคและประเทศของผม เพื่อที่ผมจะมุ่งเน้นไปที่การทำหน้าที่ในฐานะประธานาธิบดีตลอดวาระที่เหลืออยู่ให้สำเร็จลุล่วง ผมจะแถลงในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัดสินใจของผม"

หลังจากนั้น ปธน.ไบเดนได้ระบุข้อความเพิ่มเติมผ่านทาง X ว่า "ในปี 2563 ผมได้ตัดสินใจเลือก คามาลา แฮร์ริส ให้เป็นรองประธานาธิบดี และในวันนี้ ผมได้ตัดสินใจที่ดีที่สุดอีกครั้ง ด้วยการสนับสนุนและให้การรับรองคามาลา แฮร์ริส ให้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแข่งกับนายทรัมป์"

[caption id="attachment_119503" align="aligncenter" width="1024"]

โจ ไบเดน คามาลา แฮร์ริส

ภาพจาก x.com @JoeBiden[/caption]

การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังจากปธน.ไบเดน ถูกสมาชิกพรรคเดโมแครตกดดันให้ถอนตัวจากการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ หลังจากที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากผลงานที่ย่ำแย่ในการดีเบตกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน โดยการดีเบตในครั้งนั้นทำให้ผู้คนกังวลเกี่ยวกับอายุของไบเดนและคิดว่าเขาไม่สามารถชนะการเลือกตั้งในเดือนพ.ย.นี้ได้

ทางด้านนางแฮร์ริสกล่าวในเวลาต่อมาว่า "ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ท่านประธานาธิบดีไบเดนให้การสนับสนุนดิฉัน ความตั้งใจของดิฉันคือการได้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตเพื่อลงสู้ศึกในครั้งนี้"

นายเจมี แฮร์ริสัน ประธานคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครต ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า "ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ พรรคเดโมแครตจะให้การรับรองผู้ที่เราเห็นสมควรว่าจะเป็นตัวแทนพรรคในการลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแข่งขันกับนายทรัมป์ในเดือนพ.ย. โดยเราจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามขั้นตอน ภายใต้กฎระเบียบของพรรค"

สำหรับประวัติของ นางคามาลา แฮร์ริส ปัจจุบันอายุ 59 ปี เกิดที่เมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นบุตรสาวของผู้อพยพชาวอินเดียและจาเมกา

สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Howard University, University of California และ Hastings College of the Law จากนั้นเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่สำนักงานอัยการประจำเขตอาลาเมดา เคาท์ตี้ ก่อนที่จะย้ายไปทำงานที่สำนักงานอัยการเขตซานฟรานซิสโก

ในปี 2546 แฮร์ริส ได้รับเลือกให้เป็นอัยการเขตของซานฟรานซิสโก และต่อมาในปี 2553 เธอเป็นสตรีคนแรก เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียคนแรก และเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนีย และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวอีกสมัยในปี 2557

ในปี 2560 นางแฮร์ริสเข้าพิธีสาบานตนเพื่อรับตำแหน่งวุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งถือเป็นสตรีชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนที่ 2 และเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียใต้คนแรกที่ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกในประวัติศาสตร์สหรัฐ

นอกจากนี้ แฮร์ริสยังทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและกิจการของรัฐ, คณะกรรมาธิการข่าวกรอง, คณะกรรมาธิการตุลาการ และคณะกรรมาธิการด้านงบประมาณ

นางแฮร์ริสยังเป็นสตรีคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์สหรัฐที่ได้รับเลือกจากพรรคการเมืองใหญ่ให้เข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ต่อจากนางเจราลดีน เฟอร์ราโร ที่เคยได้รับเลือกจากพรรคเดโมแครตในปี 2527 และนางซาราห์ พาลิน ที่ได้รับเลือกจากพรรครีพับลิกันในปี 2551

ปัจจุบัน นางแฮร์ริสอาศัยอยู่กับนายดอจ เอ็มฮอฟฟ์ สามีของเธอ ในเมืองลอสแอนเจลิส และเป็นมารดาเลี้ยงของเอลลา และโคล เอ็มคอฟฟ์ ซึ่งเป็นบุตรภรรยาเก่าของนายดอจ เอ็มฮอฟฟ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...