สหภาพแรงงานไม่ได้ทำให้ใครล่มจม แถมยังทำให้บริษัทและสังคมดีขึ้นอีกด้วย
1
“ถ้าบริษัทเขาล้มจะรู้สึก”
“เรียกร้องมากๆ น่าจะไล่ออกให้หมด จะได้รู้ว่างานมันหายาก”
“ถ้าไม่อยากทำงานก็ลาออกไป!”
ความคิดเห็นเชิงลบที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง หากมีข่าวการเรียกร้องของคนทำงาน โดยเฉพาะกับกลุ่มสหภาพแรงงาน ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มกันของคนทำงาน เพื่อเจรจาต่อรองหาข้อตกลงร่วมกันกับนายจ้าง หากมีการชุมนุมของสหภาพแรงงานเมื่อไหร่ สังคมก็พร้อมที่จะตำหนิแรงงานและเข้าข้างนายจ้างแทบทุกครั้ง
เพราะอะไรสังคมไทยถึงมองสหภาพแรงงานในแง่ลบ? ทั้งที่ห้าสิบกว่าปีที่แล้ว เราอยู่ในยุคทองของสหภาพแรงงานด้วยซ้ำ
หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ช่วงกระแสเรียกร้องประชาธิปไตยกำลังเบ่งบาน ผู้คนตื่นตัวเรื่องสิทธิการทำงานเป็นจำนวนมาก การชุมนุมเรียกร้องกับแรงงานอยู่ในช่วงขาขึ้น แรงงานนัดหยุดงานเพื่อเรียกร้องทั่วประเทศถึง 501 ครั้ง มากกว่าปีก่อนหน้าถึง 14 เท่า มีการจัดตั้งองค์กร ‘ศูนย์ประสานงานกรรมกรแห่งชาติ’ เพื่อทำงานร่วมกับกลุ่มนักศึกษาและชาวนา
ในเดือนมกราคม 2519 การรวมกลุ่มของแรงงานหลากหลายอาชีพ ก่อตั้ง ‘กลุ่มสหภาพแรงงานแห่งประเทศไทย’ เป็นตัวแทนของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจ ชุมนุมเพื่อคัดค้านการขึ้นราคาข้าวสารและน้ำตาล จนรัฐบาลยอมลดราคาสินค้าลงเป็นผลสำเร็จ
เรียกได้ว่าสังคมก่อนหน้ามองการเรียกร้องของแรงงานเป็นเรื่องปกติ
แต่วันที่ 6 ตุลาคม 2519 มีเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนเกิดขึ้น หลังจากนั้น ประชาธิปไตยในประเทศก็เริ่มถดถอย เกิดรัฐประหารบ่อยครั้ง ส่งผลให้การต่อสู้ของแรงงานน้อยลงเช่นกัน โดยในปี 2520 มีการนัดหยุดงานเพียงแค่ 7 ครั้งเท่านั้น
ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการด้านแรงงาน ได้ให้ความเห็นว่า หลัง 6 ตุลา รัฐไทยพยายามแยกแรงงานออกจากกัน ด้วยวิธีการ Divide and Rule หรือการแยกคนเป็นส่วนย่อยๆ ด้วยการใช้กฎหมาย เพื่อสลายความรู้สึกของการเป็นพวกเดียวกันของคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบ แรงงานในระบบ แรงงานแพลตฟอร์ม ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงป้องกันการรวมตัวกันเรียกร้องสิทธิต่างๆ ดังนั้น แรงงานแต่ละคนจึงไม่รู้สึกอินกับการรวมตัว แค่ยุ่งวุ่นวายกับการทำมาหากินก็เหนื่อยมากแล้ว
ในปัจจุบัน จำนวนสมาชิกสหภาพแรงงานของไทย (Trade union density) มีเพียง 1.5% เท่านั้น เมื่อเทียบกับประเทศกลุ่มประเทศนอร์ดิก ซึ่งมีรัฐสวัสดิการและสหภาพแรงงานเข้มแข็ง มีจำนวนสมาชิกสหภาพแรงงานสูงถึง 50-90%
เมื่อแรงงานถูกแบ่งแยก ขาดสำนึกการรวมตัวกัน สังคมจึงรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการเรียกร้องของแรงงาน และคิดว่าคนทำงานไม่ควรเรียกร้องอะไรมากนัก เพราะมีงานทำก็บุญแล้ว
เช่นเดียวกันกับสังคม ฝั่งผู้บริหารก็มองว่าสหภาพแรงงานไม่สร้างประโยชน์ให้บริษัท
ข่าวนายทุนต่อต้านการจัดตั้งสหภาพแรงงานมีให้เห็นบ่อยครั้ง กระทั่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สหรัฐอเมริกา
ในมุมแรงงาน พวกเขาตั้งสหภาพขึ้นเพราะต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของบริษัท และสร้างระบบที่เป็นธรรมกับทั้งคนทำงานและนายจ้าง แต่ผู้บริหารกลับมองว่าการก่อตั้งสหภาพแรงงานไม่ได้มีประโยชน์ต่อบริษัท อาจส่งผลเสียต่อผู้ถือหุ้น ผลประกอบการ หรือให้พูดตรงๆ คือ สหภาพจะขัดขวางการสร้างกำไรให้บริษัท ดังนั้น จึงเข้าแทรกแซงการจัดตั้งสหภาพแรงงานทุกวิถีทาง ทั้งผลิตสื่อหรือจัดบรรยายโน้มน้าวพนักงานไม่ให้เข้าร่วมสหภาพ และบางบริษัทก็มีข่าวข่มขู่พนักงานที่เข้าร่วมสหภาพ
ตัดกลับมาที่ไทย ด้วยความตื่นตัวและจำนวนสหภาพแรงงานที่น้อยอยู่แล้ว การก่อตั้งสหภาพยิ่งยากเพิ่มขึ้นไปอีก ในบทความ ‘เหตุไฉน ‘สหภาพ’ ถึงยังเป็น ‘คำต้องห้าม’ ในวงการสื่อไทย?‘ กล่าวถึงก่อตั้งสหภาพแรงงานในวงการสื่อมวลชนที่เป็นเรื่องยาก หากใครเข้าร่วมสหภาพแรงงานจะถูกเพ่งเล็งจากองค์กร จึงไม่มีใครอยากเข้าร่วมสหภาพเท่าไหร่นัก
ใครๆ ก็ไม่รักสหภาพแรงงาน และคิดว่ามีประโยชน์กับแค่แรงงานแต่เพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วการมีสหภาพแรงงานกลับสร้างประโยชน์ให้บริษัทอีกด้วย
2
‘การมีสหภาพแรงงานช่วยเพิ่มผลิตภาพให้องค์กร’
ผู้บริหารหลายคน อาจตกใจและไม่อยากเชื่อ เพราะสหภาพแรงงานมีขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของแรงงานไม่ใช่หรือ ทั้งค่าแรงสูงขึ้น เวลาทำงานน้อยลง แต่ข้อความด้านบนมาจากผลการวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่า สหภาพแรงงานมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการเพิ่มผลิตภาพให้องค์กร
ผลิตภาพการผลิต (Productivity) คือการวัดความสามารถในการผลิตหรือการทำงาน ว่าทำแล้วได้ผลลัพธ์(Output) เท่าไหร่เมื่อเทียบกับปัจจัยการผลิตที่ใช้ (Input) คิดเป็นสมการง่ายๆ ว่า ผลิตภาพ = Output/Input ยิ่ง Output มีมาก แล้วใช้ Input น้อย ยิ่งดีต่อองค์กรเท่านั้น
ยกตัวอย่าง พนักงานหนึ่งคนสามารถผลิตกล่องกระดาษได้ 20 กล่องในหนึ่งชั่วโมง ต่อมาพนักงานมีความเชี่ยวชาญมากขึ้น จนสามารถผลิตกล่องได้ถึง 40 กล่องในหนึ่งชั่วโมง นั่นคือพนักงานสามารถสร้าง ‘มูลค่าเพิ่ม’ ให้แก่องค์กรผ่านการผลิตสินค้าและบริการได้มากขึ้น เรียกว่ามีผลิตภาพเพิ่มขึ้น
ยิ่งผลิตภาพสูง ผู้บริหารก็ยิ่งชอบ แต่สหภาพแรงงานจะมีส่วนช่วยให้เพิ่มผลิตภาพได้อย่างไร?
ไม่ต้องสงสัยนานครับ มีคนทำงานวิจัยไว้แล้ว
เริ่มที่ประเทศญี่ปุ่น งานวิจัยเรื่อง ‘Labor unions and productivity: An empirical analysis using Japanese firm-level data’ (2010) ศึกษาข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในบริษัทญี่ปุ่นกว่า 4,000 แห่ง ระหว่าง ค.ศ. 1998-2004 เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์และผลกระทบของสหภาพแรงงานต่อผลิตภาพและผลกำไรของบริษัท โดยใช้วิธีวัดมูลค่าเพิ่ม คือวัดจากผลรวมของการปฏิบัติงานและชั่วโมงการทำงานของบริษัทต่างๆ
ผลวิจัยพบว่า สหภาพแรงงานมีผลเชิงบวกต่อผลิตภาพของบริษัท เนื่องจากสหภาพแรงงานทำให้การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างแรงงานและผู้บริหารมากขึ้น มีการรับฟังความคิดเห็นของแรงงานผู้ปฏิบัติงานจริง จนองค์กรสามารถค้นพบวิธีเพิ่มผลิตภาพในการผลิตสินค้าและบริการได้
ไปต่อกันที่ประเทศอังกฤษ งานวิจัยเรื่อง ‘Human Resource Management as a Substitute for Trade Unions in British Workplaces’ (2005) ศึกษาข้อมูลจากบริษัทในอังกฤษระหว่าง ค.ศ. 1980-1998 พบว่าเมื่อสหภาพแรงงานกับฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างดี มีการเปิดรับความคิดเห็นระหว่างกัน จะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผลิตภาพขององค์กรได้
มาดูการศึกษาในภาพรวมกันบ้าง งานศึกษาเรื่อง ‘What Do Unions Do to Productivity? A Meta-Analysis’ (2003) ศึกษาผลกระทบของสหภาพแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิต ก่อสร้าง ทำเหมืองและบริการ โดยศึกษาจาก 73 กรณีศึกษาในประเทศสหรัฐ แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฯลฯ พบว่ามีกรณีศึกษาถึง 45 กรณีศึกษาที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างสหภาพแรงงานและผลิตภาพขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา
ประเทศไทยของเราก็มีเช่นกัน งานวิจัยเรื่อง ‘สหภาพแรงงานกับผลิตภาพของสถานประกอบการ’ (พ.ศ.2555) สำรวจสถานประกอบการในไทยกว่า 1,043 แห่งทั่วประเทศ พบว่าสถานประกอบการที่มีแรงงานเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานมีค่าเฉลี่ยของผลิตภาพแรงงานและผลิตภาพการผลิตที่สูงกว่า
นอกจากนั้นยังมีงานวิจัย ‘Unions increase job satisfaction in the United States’ (2021) พบว่าสหภาพแรงงานมีผลต่อความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานในสหรัฐฯ มากขึ้น และช่วยลดอัตราการลาออกของพนักงานอีกด้วย เพราะสหภาพแรงงานช่วยให้พนักงานมีสิทธิมีเสียงในการทำงานมากขึ้น
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้บริหารมองสหภาพแรงงานในมุมบวกมากขึ้น แน่นอนว่าในทุกงานวิจัยมีข้อจำกัด สหภาพแรงงานทุกที่อาจไม่ได้สร้างผลิตภาพให้แก่ทุกองค์กร ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมด้านอื่น เช่น ความแข็งแกร่งของสหภาพ การบริหารงานของผู้บริหาร วัฒนธรรมองค์กร ฯลฯ
แต่สิ่งที่แน่นอน คือการมีสหภาพแรงงานช่วยเปิดพื้นที่สื่อสารระหว่างแรงงานและผู้บริหาร สร้างความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เดินไปข้างหน้า และผู้บริหารก็ได้ประโยชน์จากการมีสหภาพแรงงานเช่นกัน
แต่ยังไม่หมดแค่นั้น สหภาพแรงงานไม่ได้ส่งผลกระทบแค่แรงงานกับผู้บริหาร
3
‘สหภาพช่วยเพิ่มค่าแรงและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม’
หากมองในมุมมองแบบเดิม คนบางกลุ่มอาจเข้าใจว่าสหภาพแรงงานเรียกร้องแต่ผลประโยชน์ตนเอง แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น กลับส่งผลต่อภาพรวมของสังคมอีกด้วย
จากการรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ ค.ศ. 1917-2019 ที่สหรัฐอเมริกา โดยนำข้อมูลสัดส่วนสมาชิกสหภาพแรงงาน (Trade union density) มาเปรียบเทียบกับสัดส่วนรายได้ของคนรวยระดับ Top 10% ของประเทศพบว่า เมื่อแรงงานเข้าร่วมสหภาพมากขึ้นเท่าไหร่ รายได้ของคนรวยก็น้อยลง กลับกันคนเข้าร่วมสหภาพน้อย คนรวยก็รวยขึ้น
เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น? เพราะว่าสหภาพแรงงานเพิ่มอำนาจต่อรองให้แรงงานซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ สามารถเจรจาต่อรองเรื่องค่าจ้างให้เพิ่มขึ้นได้ทั้งอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง และรายได้ที่เพิ่มขึ้นของคนส่วนใหญ่ก็ส่งผลให้รายได้ของคนรวยระดับ Top 10% น้อยลง
หากดูจากรูปภาพจะพบว่า ใน ค.ศ. 1930 -1970 เป็นช่วงที่คนสหรัฐฯ เข้าร่วมสหภาพแรงงานจำนวนมาก เพราะกระแสการตื่นตัวของแรงงานมีเพิ่มขึ้น บวกกับการเกิดขึ้นของสวัสดิการสังคมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศใช้นโยบาย New Deal (ค.ศ.1933) วางระบบคุ้มครองทางสังคมให้แก่ประชาชน การออกกฎหมายระบบประกันสังคม (ค.ศ.1935) ส่งผลให้เม็ดเงินกระจายมาสู่คนส่วนใหญ่ของประเทศมากขึ้น
แต่หลัง ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา การมาของแนวแนวคิดเสรีนิยมใหม่ (neoliberalism) ที่ลดบทบาทของรัฐและปล่อยให้กลไกลตลาดทำงานเต็มที่ ลดงบประมาณด้านสวัสดิการสังคม เพราะมองว่าสิ้นเปลือง ส่งผลให้สหภาพแรงงานถูกทำให้อ่อนแอลง แรงงานถูกแบ่งแยกออกจากกัน ทำให้จำนวนสมาชิกสหภาพมีน้อยลงเรื่อยๆ
เมื่อไม่มีสหภาพ อำนาจต่อรองเรื่องรายได้ของคนส่วนใหญ่ก็น้อยลง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือรายได้ของคนรวยระดับ Top 10% กลับเพิ่มสูงขึ้นเหมือนเช่นเดิม
ดังนั้น เมื่อคนเข้าร่วมสหภาพน้อย อำนาจต่อรองน้อย คนรวยก็รวยขึ้น ความเหลื่อมล้ำยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ไม่ใช่แค่ในสหรัฐอเมริกา หากดูข้อมูลประเทศที่มีจำนวนสมาชิกสมาชิกสหภาพแรงงานมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลกอย่าง ไอซ์แลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ ก็พบว่าเป็นประเทศที่ได้รับคะแนนดัชนีจีนี (GINI Index) น้อย หรือมีความเหลื่อมล้ำน้อยเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเช่นกัน นอกจากนั้น สหภาพแรงงานยังเป็นรากฐานสำคัญในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิที่เป็นธรรมให้คนส่วนใหญ่ จนทำให้ประเทศเหล่านี้มีรัฐสวัสดิการที่เข้มแข็งมาจนถึงปัจจุบัน
4
‘โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน’
แรงงานเพียงหนึ่งคนอาจไร้อำนาจต่อรอง แต่การรวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงาน กลับส่งผลดีต่อทั้งองค์กรและประเทศ
จากเดิมที่ผู้บริหารมองสหภาพในแง่ร้าย และกังวลว่าบริษัทจะขาดทุน แต่งานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าสหภาพช่วยเพิ่มผลิตภาพและทำให้องค์กรเดินต่อไปได้
จากเดิมที่คนในสังคมมองว่าสหภาพเรียกร้องแต่ผลประโยชน์ของตนเอง แต่ข้อมูลบอกเราว่า หากแรงงานมีชีวิตที่ดีขึ้น ความเหลื่อมล้ำก็น้อยลง
ปัจจุบันสังคมส่วนใหญ่อาจมองการเรียกร้องของสหภาพเป็นเรื่องผิดปกติ เป็นเรื่องที่สร้างความวุ่นวายใจและน่ารำคาญ เพราะอาจไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมการต่อสู้เพื่อสิทธิประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ คุ้นเคยกับการชื่นชมผู้บริหารที่มากความสามารถ และมองเป็นเรื่องของบุญคุณที่นายจ้างให้โอกาสเราทำงานเสียมากกว่า
แต่หากเปิดใจลองรับข้อมูลใหม่ๆ จากทั่วโลก จะพบว่า แรงงานคนธรรมดาแบบพวกเราทุกคน คือคนสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพไหนล้วนมีส่วนในการพัฒนาประเทศด้วยกันทั้งสิ้น
ดังนั้น การเรียกร้องให้ชีวิตคนส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ชีวิตใครแย่ลงอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร คนรวยระดับ Top (อาจจะทำให้มั่งคั่งน้อยลง แต่ไม่ลำบาก) ตรงกันข้าม ชีวิตคนส่วนใหญ่ดีขึ้น เราทุกคนก็ได้ประโยชน์ตามไปด้วย
ต่อไปหากมีข่าวการเรียกร้องของคนทำงานเกิดขึ้นอีก ผมอยากให้สังคมมองเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในสังคมประชาธิปไตย และปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ จากการมองว่า ‘พวกเขา’ น่ารำคาญ เรื่องมาก เป็น ‘พวกเรา’ ที่กำลังเดือดร้อนและช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
อ้างอิง
- https://www.workrisenetwork.org/working-knowledge/how-unions-can-increase-firm-productivity-and-strengthen-economic-growth#:~:text=In%20addition%20to%20supporting%20productivity,intent%20to%20leave%20their%20jobs.
- https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/0167718788900112?via%3Dihub
- https://themomentum.co/econcrunch-minimumwage/
- https://waymagazine.org/sakdinar-interview-gig-worker/
- https://prachatai.com/journal/2023/03/103066
- https://www.posttoday.com/international-news/681926
- https://www.brandage.com/article/22402
- https://www.tcijthai.com/news/2019/11/labour/9304
- https://hardstories.org/th/stories/labour-rights/thai-journalists-push-labour-unions
- https://thematter.co/brief/172291/172291#google_vignette
- https://www.youtube.com/watch?v=44J5zuXSo6U
- https://www.epi.org/publication/unions-help-reduce-disparities-and-strengthen-our-democracy/
- https://www.brandthink.me/content/equality-in-european
- https://qery.no/trade-unions-worldwide/#:~:text=The%20trade%20union%20density%20rate,2008%20when%20it%20was%2012.3%25.
- https://worldpopulationreview.com/country-rankings/gini-coefficient-by-country
- Labor unions and productivity: An empirical analysis using Japanese firm-level data (2010) โดย Masayuki Morikawa
- Human Resource Management as a Substitute for Trade Unions in British Workplaces (2005) โดย Machin, S., & Wood, S.
- What Do Unions Do to Productivity? A Meta-Analysis (2003) โดย Christos Doucouliagos, Patrice Laroche
- สหภาพแรงงานกับผลิตภาพของสถานประกอบการ (พ.ศ. 2555) โดย ยศภูมิ นันท์วรรธน
- UNIONS INCREASE JOB SATISFACTION IN THE UNITED STATES (2021) โดย Benjamin Artz ,David G. Blanchflower ,Alex Bryson
- เมื่ออรุณจะรุ่งฟ้า ขบวนการนักศึกษาไทย พ.ศ. 2513-2519 โดย สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ