มาลี ชิงส่วนแบ่งการตลาด 21% ขึ้นแท่นเบอร์1 น้ำผลไม้พรีเมียม
มาลี กรุ๊ป โตไม่หยุดชิงเบอร์ 1 ตลาดน้ำผลไม้พรีเมียม ไตรมาส 1 ปี 2567 ทำกำไร 261% เคาะงบวิจัย 3 เท่าเปิดตลาดใหม่ “อินกรีเดี้ยน” จากผัก ผลไม้ นม ป้อนอุตสาหกรรมอาหารเสริม - เครื่องสำอาง
หากพูดถึง “มาลี” คนทั่วไปจะนึกถึง “น้ำผลไม้” และ“ผลไม้กระป๋อง” แต่หากย้อนมาดูในโครงสร้างธุรกิจของ มาลี กรุ๊ป จะเห็นว่าประกอบไปด้วย 4 เสาหลัก คือ
- ธุรกิจที่ 1 ผลไม้กระป๋องและน้ำผลไม้ยูเอชทีและพาสเจอร์ไรส์ ผลิตภัณฑ์นม และโพรดักซ์ในต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ “มาลี” โดยมีสัดส่วนส่งออก 30% ใน 25 ประเทศ
- ธุรกิจที่ 2 รับจ้างผลิตหรือ OEM ทั้งชา กาแฟ แพลนต์เบสโพรดักส์
- ธุรกิจที่ 3 ฟาร์มโคนม ปัจจุบันมีนมโคราวๆ 1,400-1,500 ตัวนำเข้าจากนิวซีแลนด์ และ
- ธุรกิจที่ 4 ศูนย์วิจัย MAS
[caption id="attachment_108770" align="aligncenter" width="1024"]
ราชเทพ นฤหล้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)[/caption]
ในปี 2566 ที่ผ่านมา“มาลี” ภายใต้การนำของ “ราชเทพ นฤหล้า” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สามารถพลิกแบรนด์ขึ้นเป็นผู้นำตลาดน้ำผลไม้พรีเมียมอันดับ 1 ในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 21% ซึ่งเป็นผลมาจากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นในปี 2566 ที่ผ่านมา ด้วยยอดขายที่สูงขึ้น 20% และผลกำไรที่เพิ่มขึ้น 138% จากผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้และผลิตภัณฑ์นม
ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2567 Malee Group มียอดขายเพิ่มขึ้น 15% กำไรเติบโตขึ้นถึง 261% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่ง “ราชเทพ” กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ว่ามาจากการศึกษาอินไซต์ผู้บริโภคอย่างเข้มข้นและวางกลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม ผ่านแคมเปญที่หลากหลาย
“หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่มีส่วนช่วยในการสร้างการเติบโตของเราในปีที่ผ่านมา คือกลยุทธ์ One Malee ด้วยการรวมศักยภาพของหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เราสามารถจัดการบริหารในทุกภาคส่วนได้ดีขึ้น ตอบสนองต่อตลาดได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายของเราที่ต้องการให้ผู้บริโภคทุกคนมีสุขภาพที่ดีและมีความสุขจากพลังของผลิตภัณฑ์ผลไม้ พืช ผักและนม เราจึงได้เพิ่มงบประมาณในการศึกษาตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น 3 เท่า
โดยพบว่าผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่แตกต่างกันและมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น Malee จึงอยากสนับสนุนให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีในรูปแบบที่เลือกเอง ตอบโจทย์รูปแบบชีวิตและเป้าหมายสุขภาพของตนเองได้อย่างอิสระ”
รวมทั้งการลงทุนใน Malee Applied Sciences (MAS) ภายใต้ Malee Group ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการด้านสุขภาพและความงาม โดยวิจัยสารสำคัญใหม่ของวัตถุดิบที่ได้จากผลผลิตทางธรรมชาติ
“เรามีเป้าที่จะสร้างรายได้จากการจำหน่ายวัตถุดิบให้กับบริษัทภายในกลุ่มของมาลีและพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่สนใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม โดยสามารถนำวัตถุดิบของเรามาเป็นส่วนประกอบได้ ทั้งในอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง”
กลยุทธ์การสื่อสารสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของมาลีที่ออกสู่ท้องตลาดจึงมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น ด้วยการให้ความสำคัญกับการบอกเล่าคุณประโยชน์ของสินค้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
โดยในกลุ่มน้ำผลไม้พรีเมียมจะเห็นได้จากความสำเร็จของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในสองแคมเปญ ได้แก่ น้ำมะพร้าว Malee COCO ที่มุ่งสื่อสารและให้ความรู้กับผู้บริโภคโดยอาศัยข้อมูลจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่าโพแทสเชียมในน้ำมะพร้าวธรรมชาติมีส่วนช่วยปรับสมดุลปริมาณโซเดียม เหมาะสำหรับกลุ่มผู้บริโภคไทยที่ชอบรับประทานอาหารรสจัด
แคมเปญการตลาดจึงตอกย้ำจุดขายในการดูแลตัวเอง เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มโอกาสในการดื่มน้ำมะพร้าวมากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้ในปี 2566 ที่ผ่านมา ยอดขายของ Malee COCO เติบโตขึ้นถึง 103% และมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นมากที่สุด นับว่าเป็นส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดน้ำมะพร้าวในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญ "น้ำส้มมาลี มีดีที่เฮสเพอริดิน" ที่ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับประโยชน์ของเฮสเพอริดินในส้ม ที่มีส่วนช่วยในการลดโคเลสเตอรอลและความดัน ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาสนใจดื่มน้ำส้มมากขึ้น เพื่อเป็น Healthier Treat ในระหว่างวัน