โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มาลี ชิงส่วนแบ่งการตลาด 21% ขึ้นแท่นเบอร์1 น้ำผลไม้พรีเมียม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 พ.ค. 2567 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 04.13 น.

มาลี กรุ๊ป โตไม่หยุดชิงเบอร์ 1 ตลาดน้ำผลไม้พรีเมียม ไตรมาส 1 ปี 2567 ทำกำไร 261% เคาะงบวิจัย 3 เท่าเปิดตลาดใหม่ “อินกรีเดี้ยน” จากผัก ผลไม้ นม ป้อนอุตสาหกรรมอาหารเสริม - เครื่องสำอาง

หากพูดถึง “มาลี” คนทั่วไปจะนึกถึง “น้ำผลไม้” และ“ผลไม้กระป๋อง” แต่หากย้อนมาดูในโครงสร้างธุรกิจของ มาลี กรุ๊ป จะเห็นว่าประกอบไปด้วย 4 เสาหลัก คือ

  • ธุรกิจที่ 1 ผลไม้กระป๋องและน้ำผลไม้ยูเอชทีและพาสเจอร์ไรส์ ผลิตภัณฑ์นม และโพรดักซ์ในต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ “มาลี” โดยมีสัดส่วนส่งออก 30% ใน 25 ประเทศ
  • ธุรกิจที่ 2 รับจ้างผลิตหรือ OEM ทั้งชา กาแฟ แพลนต์เบสโพรดักส์
  • ธุรกิจที่ 3 ฟาร์มโคนม ปัจจุบันมีนมโคราวๆ 1,400-1,500 ตัวนำเข้าจากนิวซีแลนด์ และ
  • ธุรกิจที่ 4 ศูนย์วิจัย MAS

[caption id="attachment_108770" align="aligncenter" width="1024"]

มาลี

ราชเทพ นฤหล้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)[/caption]

ในปี 2566 ที่ผ่านมา“มาลี” ภายใต้การนำของ “ราชเทพ นฤหล้า” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สามารถพลิกแบรนด์ขึ้นเป็นผู้นำตลาดน้ำผลไม้พรีเมียมอันดับ 1 ในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 21% ซึ่งเป็นผลมาจากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นในปี 2566 ที่ผ่านมา ด้วยยอดขายที่สูงขึ้น 20% และผลกำไรที่เพิ่มขึ้น 138% จากผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้และผลิตภัณฑ์นม

ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2567 Malee Group มียอดขายเพิ่มขึ้น 15% กำไรเติบโตขึ้นถึง 261% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่ง “ราชเทพ” กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ว่ามาจากการศึกษาอินไซต์ผู้บริโภคอย่างเข้มข้นและวางกลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม ผ่านแคมเปญที่หลากหลาย

“หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่มีส่วนช่วยในการสร้างการเติบโตของเราในปีที่ผ่านมา คือกลยุทธ์ One Malee ด้วยการรวมศักยภาพของหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เราสามารถจัดการบริหารในทุกภาคส่วนได้ดีขึ้น ตอบสนองต่อตลาดได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายของเราที่ต้องการให้ผู้บริโภคทุกคนมีสุขภาพที่ดีและมีความสุขจากพลังของผลิตภัณฑ์ผลไม้ พืช ผักและนม เราจึงได้เพิ่มงบประมาณในการศึกษาตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น 3 เท่า

โดยพบว่าผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่แตกต่างกันและมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น Malee จึงอยากสนับสนุนให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีในรูปแบบที่เลือกเอง ตอบโจทย์รูปแบบชีวิตและเป้าหมายสุขภาพของตนเองได้อย่างอิสระ”

รวมทั้งการลงทุนใน Malee Applied Sciences (MAS) ภายใต้ Malee Group ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการด้านสุขภาพและความงาม โดยวิจัยสารสำคัญใหม่ของวัตถุดิบที่ได้จากผลผลิตทางธรรมชาติ

“เรามีเป้าที่จะสร้างรายได้จากการจำหน่ายวัตถุดิบให้กับบริษัทภายในกลุ่มของมาลีและพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่สนใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม โดยสามารถนำวัตถุดิบของเรามาเป็นส่วนประกอบได้ ทั้งในอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง”

กลยุทธ์การสื่อสารสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของมาลีที่ออกสู่ท้องตลาดจึงมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น ด้วยการให้ความสำคัญกับการบอกเล่าคุณประโยชน์ของสินค้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

มาลี

โดยในกลุ่มน้ำผลไม้พรีเมียมจะเห็นได้จากความสำเร็จของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในสองแคมเปญ ได้แก่ น้ำมะพร้าว Malee COCO ที่มุ่งสื่อสารและให้ความรู้กับผู้บริโภคโดยอาศัยข้อมูลจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่าโพแทสเชียมในน้ำมะพร้าวธรรมชาติมีส่วนช่วยปรับสมดุลปริมาณโซเดียม เหมาะสำหรับกลุ่มผู้บริโภคไทยที่ชอบรับประทานอาหารรสจัด

แคมเปญการตลาดจึงตอกย้ำจุดขายในการดูแลตัวเอง เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มโอกาสในการดื่มน้ำมะพร้าวมากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้ในปี 2566 ที่ผ่านมา ยอดขายของ Malee COCO เติบโตขึ้นถึง 103% และมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นมากที่สุด นับว่าเป็นส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดน้ำมะพร้าวในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญ "น้ำส้มมาลี มีดีที่เฮสเพอริดิน" ที่ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับประโยชน์ของเฮสเพอริดินในส้ม ที่มีส่วนช่วยในการลดโคเลสเตอรอลและความดัน ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาสนใจดื่มน้ำส้มมากขึ้น เพื่อเป็น Healthier Treat ในระหว่างวัน

📌 อ่านข่าว เศรษฐกิจรอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...