“ว่าว” ก็เป็นเทศกาล
“ว่าว” ก็เป็นเทศกาล
เทศกาลว่าวนานาชาติ kite on the lake ริมทะเลสาบเมืองทองธานี การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยthaitan kite team thailand ทีมว่าวยักษ์ไทยยักษ์ยิ้ม ที่แสดงมาแล้วหลายประเทศ งานนี้ขนทัพถุงลมยักษ์ โบยบินอยบุ่บนฟ้า กว่า 50 ตัว โดยมีทั้งตัวการ์ตูน สัตว์ ต่างๆ ให้ประชาชนที่สนใจมาชมมากมาย
จุดกำเนินว่าว ในประเทศไทยมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีใช้เพื่อการทำสงครามโดยใช้ระเบิดผูกให้ลอยไปฝั่งศัตรูในสมัยกรุงศรีอยุธยา จวบจนมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ก็ได้พัฒนามากลายเป็น การแข่งขันในสมัยรัชการที่ 5 ที่มีการชิงถ้วยและเจ้านายข้าราการในรั้วในวังก็ออกมาเล่นกับชาวบ้านที่ท้องสนามหลวง จนสภาพเมืองพัฒนามากขึ้น เกิดสิ่งปลูกสร้างกีดขวางการเล่นว่าย บวกกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้คนไม่ได้ใส่ใจการเล่นว่าวมากนักจึงค่อยๆไม่ได้รับความนิยมไปตามกาลเวลา
ต่อมาจึงเกิดการฟื้นฟูกิจกรรมประเพรีไทยขึ้น โดยหน่วยงานราชการและเอกชนขึ้นอีกครั้งซึ่งได้รับพระกรุณาจากกรมสมเด็จพระเทพ จึงได้มีการจัประกวดว่าขึ้นชื่อว่าประเพณีว่าวไทย ที่สนามหลวงซึ่งก็ได้รับความสนใจมาก
ปัจจุบันว่าวได้พัฒนาไปเป้นลวดลายต่างๆ มากขึ้น มีการปรับให้เข้ากับยุคสมัยเช่น ว่าวลายการ์ตูน หรือการปรับให้ว่าวมีไฟประดับเป็นลวดลายต่างๆ หรือปรับเป็นลาดการ์ตูนให้เด็กๆ สามารถเล่นได้ง่าย
โดยกิจกรรมการจัดแสดงว่าวก็มีกระจายตามแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย เช่น เทศกาลว่าวนานาชาติ ที่ชายหาดพัทยา หรือการแข่งขันว่าประเพณีและนานาชาติที่จังหวัดสตูลที่จัดงานคล้ายคลึงกับงานเฟสติวัล
ส่วนการจัดแสดงว่าที่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ที่ผ่านมาเป็นการนำว่าวที่เคยจัดแสดงในต่างประเทศมาให้น้องๆ หนูๆ ได้ชมกับพร้อมกับกิจกรรมออกบูธ การทำว่าวและจำหน่ายว่าวพื้นบ้าน เห็นได้ว่าว่าวต่างๆ ก็ถูกทำให้สามารถเล่นได้ง่ายขึ้น เพื่อให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงได้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ราคาของเด็กค่อนข้างสูงกว่าว่าวกระดาษ ซึ่งในงานนี้ส่วนใหญ่ตะเป็นครอบครัวพาลูกหลานมาชม จึงเรียกได้ว่าเป็นเหมือนเทศกาลครอบครัว เพราะสมัยๆเด็กพ่อแม่ ปู่ย่า ก็ต้องเคยเล่นว่าว
เห็นได้ว่าว่าวไทยมีการพัฒนาให้เท่าทันกับยุคสมัยมากขึ้นเพื่อให้เด็กรุ่นต่อๆ มาสามารถเข้าถึงได้ บวกกับงานกิจกรรมหรือประเพณีต่างๆก็เพิ่มการเข้าถึงของประชาชนทั่วไป ให้สามารถจับต้องได้ง่ายเป็นการสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอีกรูปแบบหนึ่ง