เศรษฐา พอใจ เดินสายยุโรป แย้มข่าวดี เปิดเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-มิลาน ดีเดย์ 1 ก.ค.
เศรษฐา พอใจเดินสายยุโรป เผย 2 นายกฯ ฝรั่งเศส-อิตาลี มั่นใจการเมืองไทย แย้มข่าวดี เปิดเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-มิลาน ดีเดย์ 1 ก.ค. เล็งเยือนอินเดีย-แอฟริกา-ตุรกี
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2567 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังจบภารกิจการเยือนสาธารณรัฐอิตาลีอย่างเป็นทางการและกิจกรรมคู่ขนาน ว่า การเยือนประเทศอิตาลีครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมาย เพราะมีการกำหนดขั้นตอนชัดเจนว่าอนาคตจะมีขั้นตอนอย่างไร จะทำอะไรบ้าง
ซึ่งตนพอใจมากในภาพรวมตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมา และเชื่อว่าความเป็นกลางทางด้านการเมืองของไทยทำให้ไทยมีเสน่ห์ อีกทั้งเราไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร เพราะเรื่องของธุรกิจที่จะตัดสินใจย้ายฐานการผลิตเข้ามา อิตาลีต้องมั่นใจว่าไทยจะสามารถส่งสินค้าได้โดยที่ไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับประเทศไหน ซึ่งแน่นอนว่าชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศไทย ทำให้มีคนอยากเดินทางมาอยู่ที่นี่
นายกรัฐมนตรีพบหารือกับนางสาวจอร์จา เมโลนี นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอิตาลี
นายกฯ กล่าวถึงการหารือทวิภาคีกับนางจอร์จา เมโลนี นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอิตาลี ว่า ถือเป็นโอกาสดี เพราะนอกจากจะเป็นนายกฯ แล้ว ยังเป็นประธานกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (G7) ซึ่งตำแหน่งนี้สามารถโน้มน้าวประเทศสมาชิกได้หลายๆ เรื่อง
ตนมีการหารือทวิภาคีแบบสองต่อสองในบรรยากาศพูดคุยแบบสบายๆ เริ่มต้นด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยได้นำเรื่องการยกเว้นการตรวจลงตราเข้าเขตเชงเก้น ที่ไทยได้หารือในเรื่องนี้กับประเทศสมาชิกยุโรปอยู่แล้ว
ซึ่งนายกฯ อิตาลีก็พร้อมให้การสนับสนุน เพราะที่ผ่านมาคนไทยที่เดินทางไปอิตาลีไม่มีปัญหาเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง ไม่ได้หลบหนี และไม่ได้ก่อปัญหาให้ประเทศอิตาลี จึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่ให้ความช่วยเหลือไทย
นายกฯ เปิดเผยว่า นายกฯ อิตาลีเป็นคนแรกของยุโรปที่ได้สอบถามว่าทำไมถึงอยากได้วีซ่าฟรีเชงเก้น นอกเหนือจากความสะดวกสบายแล้วมีประเด็นอะไรอีกหรือไม่ ซึ่งตนได้บอกว่านอกจากจะมีความสะดวกสบายในการเข้าหากันแล้วก็จะทำให้มีการลงทุน และมีการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกับประชาชน
ซึ่งการขอวีซ่าฟรีเชงเก้น 1 ครั้ง มีความยากลำบากและใช้เวลานาน หากจะต้องการให้มีการค้าขายระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป (อียู) จึงจำเป็นต้องมีความสะดวกสบายในเรื่องนี้
โดยนายกฯ รัฐมนตรีอิตาลีได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะผลักดันอย่างเต็มที่ รวมถึงการเจรจาการค้าเสรี (FTA) หากบริษัทเอกชนในอิตาลีต้องการไปลงทุนในประเทศไทยเพื่อขยายฐานการผลิตและกระจายสินค้าไปทั่วโลก เรื่อง FTA เป็นเรื่องสำคัญ
นายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะที่เรื่องของความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการซื้ออาวุธ และการพัฒนากองทัพร่วมกัน ได้มอบหมายให้ทูตทหารประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงของอิตาลี นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการพัฒนาระบบการฝึกซ้อม และเทคโนโลยีต่างๆ ด้วย
ส่วนเรื่องอุตสาหกรรมการออกแบบ เรื่องแฟชั่นและดีไซน์ ก็มีการพูดคุยในเรื่องนี้เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เพราะประเทศอิตาลีไปไกลในเรื่องนี้มาก สำหรับเรื่องของพลังงาน ทางอิตาลีให้ความสนใจในเรื่องของการจัดทำพลังงานสะอาด และการค้นหาแหล่งก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเรื่องนี้จะลิงก์กับปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา (OCA)
นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ทางการอิตาลีเป็นฝ่ายหยิบยกขึ้นมาเสนอ คือ เรื่องของแรงงานที่ต้องการให้ไทยส่งแรงงานเฉพาะฤดูที่เกี่ยวกับการเกษตรเข้ามาทำงานที่ประเทศอิตาลี สอดคล้องกับความต้องการแรงงานของชาวไทย ซึ่งจะทำให้มีรายได้สูงมาก และเป็นอีกทางเลือกให้กับเกษตรกรชาวไทย นอกเหนือจากการไปประเทศอิสราเอล ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะรับไปดูต่อในเรื่องนี้
การพูดคุยกับนายกฯ อิตาลี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที รวมเวลารับประทานอาหารร่วมกัน ถือเป็นเรื่องดีๆ เพราะมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้าร่วม โดยเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ที่ได้หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน
ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม อยู่ร่วมวงอาหารด้วย ส่วนเรื่องการขยายสนามบินทางอิตาลีก็มีเทคโนโลยีหลายอย่างที่อาจเข้ามาเสนอตัวมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ และทางนายกฯ อิตาลีก็ได้เสนอว่า ทั้ง 2 ประเทศควรมีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ชัดเจน และมีการเซ็น MOU อยู่ระหว่างภาคเอกชนกับภาคเอกชน และเอกชนกับรัฐบาล
นอกจากนี้ยังได้เสนอให้นายกฯ อิตาลีเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในช่วงเดือนก.ย. แต่ช่วงเวลานั้นติดการประชุม G7 จึงอาจมีการเดินทางเยือนในช่วงเดือนก.พ. ปี 2568 พร้อมเชิญชวนให้นายกฯ อิตาลีเดินทางไปเที่ยว จ.ภูเก็ต เพราะทราบว่าไม่เคยเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย และทราบว่ามีลูกสาวอายุ 7 ขวบชื่นชอบการท่องเที่ยว
นายกฯ เปิดเผยถึงข่าวดีอีกหนึ่งอย่างว่าจะมีการเปิดเที่ยวบินกรุงเทพฯ-มิลาน ในช่วงวันที่ 1 ก.ค. และ ช่วงฤดูหนาวจะมีการเปิดเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-โรม ซึ่งคาดว่าสายการบินแห่งชาติของอิตาลี ก็น่าจะสนใจในเรื่องนี้ ทั้งนี้ ยอมรับว่า ในอดีต 10-20 ปีที่ผ่านมา เรื่องของการค้าขายระหว่าง 2 ประเทศ ไทยควรทำได้ดีกว่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าทั้งฝรั่งเศสและอิตาลี กังวลอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทยหรือไม่ ก่อนตัดสินใจมาลงทุนในไทย นายกฯ กล่าวว่า ส่วนตัวก็รู้สึกแปลกใจ ที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศไม่พูดถึงการเมืองไทย แต่พูดถึงเรื่องธุรกิจ และเขามีความมั่นใจในประเทศไทยสูงมาก
เมื่อถามว่าแสดงว่า ณ วันนี้ เขามีความมั่นใจในประเทศไทยใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เชื่อว่าเป็นเรื่องของกระบวนการทั้งหมดของการได้มาซึ่งรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย ที่มีความชอบธรรม ซึ่งตรงนี้มันจบแล้ว
การที่เราเดินทางไปยังหลายๆ ประเทศ และได้เห็นถึงการไปปรากฏตัวในเวทีโลกหลายเวที ทุกคนเห็นว่าประเทศไทยเปิดแล้วสำหรับทำธุรกิจ เรื่องเหล่านี้สำคัญ ไม่มีโอกาสและจังหวะไหนดีที่สุดเท่าจังหวะนี้แล้ว
เมื่อถามว่าจากการพบกันกับนายกฯ ทั้ง 2 ประเทศ ภาพที่ออกมาดูเหมือนนายกฯ มีความสนิทสนมและเป็นกันเอง นายกฯ กล่าวว่า รู้สึกดีใจ โดยนายกฯ อิตาลีแม้เป็นสุภาพสตรี แต่เป็นคนที่พูดจาได้ชัดเจน อีกทั้งมีฝ่ายที่เกี่ยวข้องมานั่งคุยกับฝ่ายเรา ถือเป็นนิมิตหมายอันดี
"ผมคงไม่คอยถึงเดือนก.พ. สัก 2 สัปดาห์คงต้องมีการติดตาม โดยให้เอกอัคราชทูตไทยประสานติดต่อ" นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าหลังจากจบการเดินทางครั้งนี้แล้ว มีแผนที่จะเดินทางเดือนประเทศไหนอีก นายกฯ กล่าวว่า คาดว่าน่าจะไปประเทศอินเดีย ซึ่งจะมีการเลือกตั้ง ทั้งนี้นายกฯ คนปัจจุบันอยู่มา 4 เทอมแล้ว มีความเชี่ยวชาญในหลายด้านและชื่นชอบประเทศไทย
นอกจากนี้ยังคิดว่าจะเดินทางเยือนแอฟริกาเพื่อเปิดตลาดค้าขาย เกี่ยวกับเรื่องอาหารและสินค้าการเกษตร รวมถึงประเทศที่เป็นประตูสู่ทวีปยุโรป คือ ตุรกี ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ขึ้นไตรมาส 4
"แต่จากนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงของวันมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมจะยังไม่เดินทางไปไหน แต่จะลงพื้นที่โครงการพระราชดำริ ซึ่งมีหลายโครงการ จะไปตรวจงานและติดตามให้ทุกโครงการดำเนินไปด้วยดี" นายกฯ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐา พอใจ เดินสายยุโรป แย้มข่าวดี เปิดเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-มิลาน ดีเดย์ 1 ก.ค.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th