โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ศรีนานาพร” กางแผนปั๊มยอด บุกหนักอาหารเสริม/เจาะตลาดจีน-เกาหลี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ค. 2567 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2567 เวลา 03.44 น.

“ศรีนานาพร” กางแผนบุก รับเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ ดีดกลับ เตรียมส่งอาหารเสริม “เจเล่ ฟิตต์” ตัวที่ 2 ลงตลาด จับสาว 20-30-40 ดีเดย์วางตลาดในช่วงไตรมาส 3 นี้ พร้อมขนทัพสินค้าใหม่ลงตลาดเน้น แวลูฟอร์มันนี่ ประกาศเพิ่มโฟกัสบุก 3 ตลาดหลัก “ฟิลิปปินส์-เกาหลี-จีน” หวังโกยรายได้จากต่างประเทศ สิ้นปีตั้งเป้าโตดับเบิลดิจิต

ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 สิ้นสุดเมื่อ 31 มีนาคม 2567 ไปแล้ว สำหรับ “ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง” (SNNP) มีรายได้กว่า 1,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา และมีกำไร 158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3% ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นการสวนกระแสตลาดก็คงไม่ผิดนัก เนื่องจากปกติแล้วไตรมาส 1 จะเป็นโลว์ซีซั่นของสแน็กและเครื่องดื่ม

เพิ่มโฟกัสบุกอาหารเสริม

นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP ผู้ผลิตและจำหน่าย ปลาหมึกอบ เบนโตะ ขนมขาไก่ โลตัส เยลลี่พร้อมดื่ม เจเล่ บิวตี้ เครื่องดื่ม เมจิก ฟาร์มเฟรช เป็นต้น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โดยธรรมชาติของธุรกิจ Snack & Beverage ไตรมาส 4 จะเป็นช่วงของไฮซีซั่นและมียอดขายมากที่สุด และถัดมาที่เป็นไตรมาส 1 ยอดขายจะลงมา แต่สำหรับศรีนานาพรไตรมาสแรกที่ผ่านมายอดขายลงจากไตรมาส 4 ประมาณ 1-2% ซึ่งถือว่าน้อยมาก และกําไรไตรมาส 4/66 มาไตรมาส 1/67 ตามที่ผลประกอบการเพิ่งออกก็ลงมาน้อย จากที่คาดการณ์ว่าตัวเลขมันต้องลงประมาณสัก 10% ขณะเดียวกัน เมื่อเทียบไตรมาส 1 ปีนี้ กับไตรมาส 1 ปีที่แล้ว โตขึ้นสัก 2%

ที่ผ่านมา ด้วยภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในภาพรวมที่ไม่ค่อยดีนัก แต่บริษัทยังสามารถที่มียอดขายและกำไรที่สวนทางกับตลาดที่หลาย ๆ ค่ายอาจจะติดลบ ส่วนหนึ่งสะท้อนว่าบริษัทยังสามารถที่จะบริหารและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงจากนี้ไปและครึ่งหลังของปี เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยบวกจากงบประมาณรายจ่ายที่คาดว่าจะเริ่มทยอยออกมาในครึ่งปีหลัง รวมทั้งการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต ในช่วงปลายปีที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายได้ในระดับหนึ่ง บริษัทมีแผนจะทยอยส่งสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ โดยจะมีไฮไลต์ที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Supplementary) โดยหลังจากที่บริษัทลอนช์ เจเล่ ฟิตต์ (Jelly Fitt) ในรูปแบบ เยลลี่รสผลไม้ เข้าสู่ตลาด เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2567 ที่ผ่านมา 3 รสชาติ ขณะนี้จากการติดตามตัวเลขพบว่าได้รับการตอบรับจากตลาด ดีกว่าที่คาดการณ์ ตอนนี้กําลังทำโปรเจ็กต์ Supplementary ตัวที่ 2 ภายใต้แบรนด์ เจเล่ ฟิตต์ คาดว่าจะวางตลาดได้ประมาณช่วงไตรมาส 3 โดยตัวนี้จะเน้นจับกลุ่มผู้หญิงอายุ 20-30-40 ปี

ส่วนสินค้าตัวอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น Core Brand ก็จะมีรสชาติใหม่ แพ็กเกจจิ้งใหม่ออกมา ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ทำอยู่แล้ว และในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เป็นอยู่ การออกสินค้าใหม่ก็จะเน้นการตอบโจทย์ผู้บริโภคในเรื่องของ Value for Money ขณะเดียวกันก็จะเน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ และวางแผนสื่อสารการตลาดผ่านสื่อในทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านหนังโฆษณา KOL/Influencer การสนับสนุนกิจกรรมคอนเสิร์ต การโรดโชว์ แจกสินค้าตัวอย่างเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคและสร้างการจดจำแบรนด์

เจาะจีน-เกาหลี-ฟิลิปปินส์

นายวิโรจน์กล่าวต่อไปว่า ยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัทจากนี้ไปอีกอย่างหนึ่งก็คือ การให้ความสำคัญกับการทำตลาดในต่างประเทศมากขึ้น จากเดิมที่มีตลาดเวียดนามเป็นตลาดที่สำคัญ โดยปีนี้ได้เริ่มเข้าไปทําตลาดในเกาหลี จีนในมณฑลทางตอนใต้ และฟิลิปปินส์

สำหรับ ฟิลิปปินส์ จากนี้ไปจะเป็นการนำสแน็ก เบนโตะ เข้าไปทำตลาดเพิ่ม จากเดิมที่มี เจเล่ บิวตี้ อยู่แล้ว โดยจะมีการเซ็นสัญญากับดิสทริบิวเตอร์ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งที่ผ่านมาตัวเลขของ เจเล่ บิวตี้ ก็เติบโตเป็นที่น่าพอใจ ส่วนตลาดในเกาหลี ที่บริษัทนำ เบนโตะ ไปทำตลาด ตอนนี้ตลาดก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ ยอดขายโตถึง 50% แต่ฐานของตัวเลขไม่มาก แต่ก็เป็นสัญญาณบวกที่น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนจีนจะมุ่งเฉพาะบางมณฑล โดยเฉพาะมณฑลทางตอนใต้ ต้องยอมรับว่าจีนเป็นตลาดที่ยาก โดยแนวทางการทำตลาดในจีนแต่ละมณฑลก็อาจจะนำสินค้าแต่ละตัวไปบุก เช่น มณฑลนี้อาจจะ Distribute สินค้าตัวนี้ ส่วนอีกมณฑลหนึ่งอาจจะ Distubute สินค้าตัวนี้ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า จีนนั้นเป็นตลาดที่เพิ่งเริ่ม แต่ในอนาคตคาดว่าตลาดในจีนจะขายดี จึงมีแผนจะใช้ฐานการผลิตของโรงงานในเวียดนามส่งสินค้าเข้าไป เพราะกำลังการผลิตของโรงงานในเวียดนามยังมีกำลังการผลิตที่มากพอและสามารถที่จะเพิ่มไลน์การผลิตได้เพิ่ม

“รูปแบบการทำตลาดในต่างประเทศ หลัก ๆ จะเป็นในรูปของการส่งสินค้าไปขาย การแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย และการร่วมการทำตลาด เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ที่ผ่านมาตลาดต่างประเทศ มีสัดส่วนประมาณ 25% ของรายได้รวม สำหรับปีนี้ก็คาดหวังว่าน่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% และเราต้องการจะเติบโตอย่างค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป และเมื่อบวกกับตลาดในประเทศ ภาพรวมเมื่อสิ้นปี เติบโตสัก 10% ก็โอเคแล้ว ซึ่งก็คิดว่ามีความเป็นไปได้ จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ประมาณ 6,000 ล้านบาท”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันตลาดสแน็กที่มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท สินค้าของศรีนานาพร เป็นมาร์เก็ตลีดเดอร์ อยู่ใน 2 ตลาด คือ เจเล่ บิวตี้ มีมาร์เก็ตแชร์ราว ๆ 78% จากตลาดรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท เช่นเดียวกับ เบนโตะ ที่มีมาร์เก็ตแชร์ราว ๆ 72% จากตลาดรวมราว ๆ 3,000 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ศรีนานาพร” กางแผนปั๊มยอด บุกหนักอาหารเสริม/เจาะตลาดจีน-เกาหลี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...