“ศรีนานาพร” กางแผนปั๊มยอด บุกหนักอาหารเสริม/เจาะตลาดจีน-เกาหลี
“ศรีนานาพร” กางแผนบุก รับเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ ดีดกลับ เตรียมส่งอาหารเสริม “เจเล่ ฟิตต์” ตัวที่ 2 ลงตลาด จับสาว 20-30-40 ดีเดย์วางตลาดในช่วงไตรมาส 3 นี้ พร้อมขนทัพสินค้าใหม่ลงตลาดเน้น แวลูฟอร์มันนี่ ประกาศเพิ่มโฟกัสบุก 3 ตลาดหลัก “ฟิลิปปินส์-เกาหลี-จีน” หวังโกยรายได้จากต่างประเทศ สิ้นปีตั้งเป้าโตดับเบิลดิจิต
ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 สิ้นสุดเมื่อ 31 มีนาคม 2567 ไปแล้ว สำหรับ “ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง” (SNNP) มีรายได้กว่า 1,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา และมีกำไร 158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3% ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นการสวนกระแสตลาดก็คงไม่ผิดนัก เนื่องจากปกติแล้วไตรมาส 1 จะเป็นโลว์ซีซั่นของสแน็กและเครื่องดื่ม
เพิ่มโฟกัสบุกอาหารเสริม
นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP ผู้ผลิตและจำหน่าย ปลาหมึกอบ เบนโตะ ขนมขาไก่ โลตัส เยลลี่พร้อมดื่ม เจเล่ บิวตี้ เครื่องดื่ม เมจิก ฟาร์มเฟรช เป็นต้น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โดยธรรมชาติของธุรกิจ Snack & Beverage ไตรมาส 4 จะเป็นช่วงของไฮซีซั่นและมียอดขายมากที่สุด และถัดมาที่เป็นไตรมาส 1 ยอดขายจะลงมา แต่สำหรับศรีนานาพรไตรมาสแรกที่ผ่านมายอดขายลงจากไตรมาส 4 ประมาณ 1-2% ซึ่งถือว่าน้อยมาก และกําไรไตรมาส 4/66 มาไตรมาส 1/67 ตามที่ผลประกอบการเพิ่งออกก็ลงมาน้อย จากที่คาดการณ์ว่าตัวเลขมันต้องลงประมาณสัก 10% ขณะเดียวกัน เมื่อเทียบไตรมาส 1 ปีนี้ กับไตรมาส 1 ปีที่แล้ว โตขึ้นสัก 2%
ที่ผ่านมา ด้วยภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในภาพรวมที่ไม่ค่อยดีนัก แต่บริษัทยังสามารถที่มียอดขายและกำไรที่สวนทางกับตลาดที่หลาย ๆ ค่ายอาจจะติดลบ ส่วนหนึ่งสะท้อนว่าบริษัทยังสามารถที่จะบริหารและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงจากนี้ไปและครึ่งหลังของปี เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยบวกจากงบประมาณรายจ่ายที่คาดว่าจะเริ่มทยอยออกมาในครึ่งปีหลัง รวมทั้งการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต ในช่วงปลายปีที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายได้ในระดับหนึ่ง บริษัทมีแผนจะทยอยส่งสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ โดยจะมีไฮไลต์ที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Supplementary) โดยหลังจากที่บริษัทลอนช์ เจเล่ ฟิตต์ (Jelly Fitt) ในรูปแบบ เยลลี่รสผลไม้ เข้าสู่ตลาด เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2567 ที่ผ่านมา 3 รสชาติ ขณะนี้จากการติดตามตัวเลขพบว่าได้รับการตอบรับจากตลาด ดีกว่าที่คาดการณ์ ตอนนี้กําลังทำโปรเจ็กต์ Supplementary ตัวที่ 2 ภายใต้แบรนด์ เจเล่ ฟิตต์ คาดว่าจะวางตลาดได้ประมาณช่วงไตรมาส 3 โดยตัวนี้จะเน้นจับกลุ่มผู้หญิงอายุ 20-30-40 ปี
ส่วนสินค้าตัวอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น Core Brand ก็จะมีรสชาติใหม่ แพ็กเกจจิ้งใหม่ออกมา ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ทำอยู่แล้ว และในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เป็นอยู่ การออกสินค้าใหม่ก็จะเน้นการตอบโจทย์ผู้บริโภคในเรื่องของ Value for Money ขณะเดียวกันก็จะเน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ และวางแผนสื่อสารการตลาดผ่านสื่อในทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านหนังโฆษณา KOL/Influencer การสนับสนุนกิจกรรมคอนเสิร์ต การโรดโชว์ แจกสินค้าตัวอย่างเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคและสร้างการจดจำแบรนด์
เจาะจีน-เกาหลี-ฟิลิปปินส์
นายวิโรจน์กล่าวต่อไปว่า ยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัทจากนี้ไปอีกอย่างหนึ่งก็คือ การให้ความสำคัญกับการทำตลาดในต่างประเทศมากขึ้น จากเดิมที่มีตลาดเวียดนามเป็นตลาดที่สำคัญ โดยปีนี้ได้เริ่มเข้าไปทําตลาดในเกาหลี จีนในมณฑลทางตอนใต้ และฟิลิปปินส์
สำหรับ ฟิลิปปินส์ จากนี้ไปจะเป็นการนำสแน็ก เบนโตะ เข้าไปทำตลาดเพิ่ม จากเดิมที่มี เจเล่ บิวตี้ อยู่แล้ว โดยจะมีการเซ็นสัญญากับดิสทริบิวเตอร์ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งที่ผ่านมาตัวเลขของ เจเล่ บิวตี้ ก็เติบโตเป็นที่น่าพอใจ ส่วนตลาดในเกาหลี ที่บริษัทนำ เบนโตะ ไปทำตลาด ตอนนี้ตลาดก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ ยอดขายโตถึง 50% แต่ฐานของตัวเลขไม่มาก แต่ก็เป็นสัญญาณบวกที่น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนจีนจะมุ่งเฉพาะบางมณฑล โดยเฉพาะมณฑลทางตอนใต้ ต้องยอมรับว่าจีนเป็นตลาดที่ยาก โดยแนวทางการทำตลาดในจีนแต่ละมณฑลก็อาจจะนำสินค้าแต่ละตัวไปบุก เช่น มณฑลนี้อาจจะ Distribute สินค้าตัวนี้ ส่วนอีกมณฑลหนึ่งอาจจะ Distubute สินค้าตัวนี้ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า จีนนั้นเป็นตลาดที่เพิ่งเริ่ม แต่ในอนาคตคาดว่าตลาดในจีนจะขายดี จึงมีแผนจะใช้ฐานการผลิตของโรงงานในเวียดนามส่งสินค้าเข้าไป เพราะกำลังการผลิตของโรงงานในเวียดนามยังมีกำลังการผลิตที่มากพอและสามารถที่จะเพิ่มไลน์การผลิตได้เพิ่ม
“รูปแบบการทำตลาดในต่างประเทศ หลัก ๆ จะเป็นในรูปของการส่งสินค้าไปขาย การแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย และการร่วมการทำตลาด เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ที่ผ่านมาตลาดต่างประเทศ มีสัดส่วนประมาณ 25% ของรายได้รวม สำหรับปีนี้ก็คาดหวังว่าน่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% และเราต้องการจะเติบโตอย่างค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป และเมื่อบวกกับตลาดในประเทศ ภาพรวมเมื่อสิ้นปี เติบโตสัก 10% ก็โอเคแล้ว ซึ่งก็คิดว่ามีความเป็นไปได้ จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ประมาณ 6,000 ล้านบาท”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันตลาดสแน็กที่มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท สินค้าของศรีนานาพร เป็นมาร์เก็ตลีดเดอร์ อยู่ใน 2 ตลาด คือ เจเล่ บิวตี้ มีมาร์เก็ตแชร์ราว ๆ 78% จากตลาดรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท เช่นเดียวกับ เบนโตะ ที่มีมาร์เก็ตแชร์ราว ๆ 72% จากตลาดรวมราว ๆ 3,000 ล้านบาท
- เจเล่ รุก ตลาดอาหารเสริมครั้งแรก ภายใต้แบรนด์ “เจเล่ฟิตต์”
- SNNP เปิดงบ Q1/67 กวาดรายได้ 1,457 ล้านบาท
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ศรีนานาพร” กางแผนปั๊มยอด บุกหนักอาหารเสริม/เจาะตลาดจีน-เกาหลี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net