โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วัฒนธรรมการอ่าน’ ในจีนโตต่อเนื่อง วัยผู้ใหญ่อ่านหนังสือดิจิทัลเกิน 80% ตั้งเป้า ‘ประเทศนักอ่านตัวยง’

Xinhua

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 26 เม.ย. เวลา 15.36 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : บรรดาคนรักหนังสือเข้าร่วมกิจกรรมแบ่งปันหนังสือ ณ ร้านหนังสือฟ่านโม่ (Fanmo Bookstore) ร้านหนังสือมือสองในตรอกของย่านที่พักอาศัยเก่าแก่ ในเมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 18 เม.ย. 2026)

ปักกิ่ง, 26 เม.ย. (ซินหัว) — วันหนังสือโลก (World Book Day) ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) ในปีนี้ จีนไม่ได้เฉลิมฉลองเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น แต่จัดงานต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ สืบเนื่องจากโครงการริเริ่ม “สัปดาห์การอ่าน” แห่งชาติรูปแบบใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมการอ่านที่เปลี่ยนไปและความกระตือรือร้นในการอ่านหนังสือที่เพิ่มสูงขึ้นของชาวจีน

สำหรับนักอ่านชาวจีนจำนวนมาก “สัปดาห์การอ่าน” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงสัปดาห์ที่สี่ของเดือนเมษายน ได้กลายเป็นช่วงเวลาสำคัญในการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ไม่ว่าจะเป็นรูปเล่มหรือรูปแบบดิจิทัล พร้อมตั้งเป้าหมายการอ่านส่วนบุคคลในปีต่อไป ในช่วงเวลานี้ทั่วจีนจะมีการจัดงานสัปดาห์หนังสือ โปรโมชันส่งเสริมการขาย กิจกรรมพบปะระหว่างนักเขียนกับนักอ่าน รวมถึงกิจกรรมการอ่านในชุมชนที่ดึงดูดผู้คนได้เป็นจำนวนมาก

เฝิงซื่อซิน ประธานสถาบันสื่อและสิ่งพิมพ์แห่งจีน กล่าวว่าการขยายเวลาส่งเสริมการอ่านจากหนึ่งวันเป็นหนึ่งสัปดาห์เต็ม ไม่ใช่แค่เรื่องของการเพิ่มเวลา แต่เป็นการยกระดับเชิงสถาบันของยุทธศาสตร์การอ่านระดับชาติของจีน โดยการผลักดันนโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ตัวชี้วัดด้านการอ่านทั่วประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ช่วงปี 2012-2024 อัตราการอ่านของผู้ใหญ่ในจีนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 76.3 เป็นร้อยละ 82.1 และในปี 2025 ตัวเลขนี้ได้ขยับเพิ่มขึ้นอีกเป็นร้อยละ 82.3 การเติบโตนี้ส่วนใหญ่เป็นผลพวงมาจากการอ่านในรูปแบบดิจิทัลและกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย ปัจจัยเหล่านี้ได้ร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิด “ยุคฟื้นฟูการอ่าน” อย่างแท้จริง

(แฟ้มภาพซินหัว : ชายคนหนึ่งอ่านหนังสือที่ร้านหนังสือฟ่านโม่ ในเมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 15 เม.ย. 2026)

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ได้แบ่งปันประสบการณ์การอ่านส่วนตัวในหลายโอกาส สีสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอ่านอย่างกว้างขวางมากขึ้น พร้อมทั้งเรียกร้องให้สร้างวัฒนธรรมที่ผู้คนอ่านหนังสืออย่างหลากหลาย เลือกสรรหนังสือที่มีคุณภาพ และรู้จักวิธีการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ

ชาวจีนมีธรรมเนียมรักการอ่านมายาวนาน หลายศตวรรษก่อนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ การศึกษาและการสอบเข้ารับราชการ (สอบจอหงวน) เป็นเส้นทางสำคัญของบุคคลในการเข้าสู่ราชการ ทำให้การเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญของการเลื่อนฐานะทางสังคมและเป็นนวิถีชีวิตของสาธารณชน มรดกดังกล่าวนี้ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าวิธีการอ่านและเนื้อหาที่คนอ่านจะวิวัฒนาการไปตามยุคสมัยก็ตาม

(แฟ้มภาพซินหัว : หญิงจีนจัดหนังสือที่ร้านหนังสือฟ่านโม่ ในเมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 15 เม.ย. 2026)

การอ่านยุคดิจิทัลมาแรง

ขบวนรถไฟใต้ดินในกรุงปักกิ่งช่วงชั่วโมงเร่งด่วนมีผู้คนหนาแน่น คนเหล่านี้ต่างก้มหน้ามองหน้าจอ ขณะที่หลายคนเสียบหูฟังไร้สายไว้ที่หู บางคนกำลังไถหน้าจอ บางคนกำลังกดพิมพ์ แต่มีจำนวนไม่น้อยที่กำลังอ่านหรือฟังหนังสือ นี่คือภาพสะท้อนของการอ่านในยุคดิจิทัล ซึ่งสอดรับได้อย่างสมบูรณ์แบบกับเวลาว่างที่ประจายเป็นช่วงๆ ยิบย่อย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการเดินทาง การต่อคิว หรือช่วงเวลาก่อนนอน

ข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันร้อยละ 80.8 ของผู้ใหญ่ชาวจีนอ่านหนังสือผ่านช่องทางดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นอีบุ๊ก วรรณกรรมออนไลน์ หรือหนังสือเสียง (Audiobooks) โดยภายในสิ้นปี 2025 ฐานผู้ใช้บริการอ่านหนังสือดิจิทัลของจีนมีจำนวนทะลุ 689 ล้านคน

เบื้องหลังฐานผู้อ่านดิจิทัลจำนวนมหาศาลนี้คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในฝั่งของอุปทาน โดยจำนวนหนังสือดิจิทัลในจีนมีมากกว่า 70 ล้านเรื่อง ทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าถึงคอนเทนต์มหาศาลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีแค่ปริมาณเท่านั้น แต่วิธีการเข้าถึงผู้อ่านก็เปลี่ยนไปด้วย ตั้งแต่นิยายบนเว็บ และคอนเทนต์ความรู้แบบมีค่าใช้จ่าย ไปจนถึงหนังสือเสียงและวิดีโอสรุปสั้นๆ สื่อดิจิทัลไแทรกซึมอยู่ทุกที่ ในแง่หนึ่ง ผู้อ่านไม่ต้องไปเสาะหาหนังสืออีกต่อไป แต่เนื้อหาจะเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาพวกเขาเอง ซึ่งช่วยผลักดันให้อัตราการอ่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

(แฟ้มภาพซินหัว : กลุ่มผู้รักการอ่านชาวจีนกำลังดื่มกาแฟที่หน้าร้านหนังสือฟ่านโม่ ในเมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 15 เม.ย. 2026)

วรรณกรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของนักอ่านชาวจีน มีการพัฒนาคุณภาพขึ้นอย่างมาก จากที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงงานเขียนมือสมัครเล่น ปัจจุบันวรรณกรรมเหล่านี้ได้รับการยอมรับโดยคนในวงการว่าเป็นวรรณกรรมกระแสหลัก โดยผลงานหลายเรื่องมีชื่อเข้าชิงรางวัลวรรณกรรมระดับชาติ ซึ่งช่วยดึงดูดฐานผู้อ่านให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งแรงดึงดูดสำหรับนักอ่านสายดิจิทัลก็คือ “การโต้ตอบ” ซึ่งเป็นสิ่งที่หนังสือเล่มแบบดั้งเดิมไม่สามารถให้ได้ ผู้ใช้งานการอ่านดิจิทัลแซ่หลี่เปิดเผยว่าฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มความรู้สึกมีส่วนร่วมและทำให้การอ่านสนุกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะฟังก์ชันการแนะนำหนังสือด้วยระบบเอไอ ที่ช่วยให้ค้นหาเนื้อหาที่สนใจได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจัยทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงพาณิชย์ จนมูลค่าตลาดของการอ่านดิจิทัลเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเติบโตจาก 3.02 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.43 แสนล้านบาท) เป็น 5.94 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.81 แสนล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม แม้กระแสการอ่านดิจิทัลจะโตเร็ว แต่การอ่านแบบดั้งเดิมก็ยังคงแข็งแกร่ง ข้อมูลทางการระบุว่าผู้ใหญ่ชาวจีนร้อยละ 45.9 ยังคงชอบอ่านหนังสือแบบพิมพ์เป็นรูปเล่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการอ่านแบบดำดิ่ง (immersive reading) และเนื้อหาที่มีความยาว

(แฟ้มภาพซินหัว : ร้านหนังสือแห่งหนึ่งในเมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 21 เม.ย. 2026)

มากกว่าแค่สัปดาห์เดียว

จีนมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมรักการอ่านมาอย่างต่อเนื่อง โดยโครงร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2026-2030) ระบุว่าจีนจะเดินหน้าส่งเสริมการอ่านระดับชาติ เพื่อพัฒนาสู่ประเทศแห่งนักอ่านตัวยง

ตลอดสัปดาห์การอ่านแห่งชาติ มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ ตั้งแต่งานสัปดาห์หนังสือและการบรรยาย ไปจนถึงงานเสวนาและโครงการบริจาคหนังสือ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสัปดาห์เดียว แต่จัดขึ้นทั่วไปตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการส่งเสริมการอ่านระดับชาติ

นอกจากในเมืองใหญ่แล้ว ในพื้นที่ชนบทเองก็มีโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น เทศกาลการอ่านสำหรับเกษตรกร ที่ช่วยเติมเต็มองค์ความรู้และอาหารสมองทางวัฒนธรรมใหม่ๆ ให้กับชุมชน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา เช่น ฤดูกาลอ่านหนังสือบนรถไฟใต้ดิน และเทศกาลอ่านหนังสือบนรถประจำทาง นับกิจกรรมเสริมสุดสร้างสรรค์ในปฏิทินการอ่านของจีน และได้เปลี่ยนการเดินทางในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นโอกาสในการค้นพบผลงานวรรณกรรมได้อย่างคาดไม่ถึง

ในอดีต ผู้อ่านมักให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพยากรการอ่านว่ามีให้บริการเพียงพอหรือไม่ แต่ในปัจจุบัน ผู้อ่านกลับให้ความสนใจว่าทรัพยากรเหล่านั้นมีคุณภาพดีและน่าสนใจหรือไม่ นักสังเกตการณ์ชี้ว่าผู้อ่านในปัจจุบันมีแนวโน้มความเฉพาะกลุ่ม (Fragmentation) ที่ชัดเจน โดยผู้คนต่างวัย ต่างเพศ ต่างอาชีพ และต่างชนชั้นทางสังคม ล้วนมีรสนิยมการอ่านที่แตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งอินเทอร์เน็ตได้เข้ามาเปิดหน้าต่างสู่ภูมิทัศน์ใหม่นี้ ปัจจุบันจึงมีกลุ่มเสวนาเกี่ยวกับการอ่านมากมาย ครอบคลุมแทบทุกหัวข้อเราที่สามารถจินตนาการได้

ผลการสำรวจการอ่านระดับชาติของจีนที่ทำขึ้นเมื่อไม่นานนี้ พบว่าผู้ให้สัมภาษณ์กว่าร้อยละ 70 ต้องการให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านระดับชาติเพิ่มขึ้น เพราะงานเหล่านี้ไม่ได้มีแค่หนังสือลดราคา แต่ยังเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พูดคุยกับนักเขียนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ที่มีความหลงใหลในสิ่งเดียวกันด้วย

การทำให้วันหนังสือโลกกลายเป็นสัปดาห์การอ่านแห่งชาติอย่างเต็มรูปแบบนั้น ไม่ใช่แค่การขยายเวลาเพิ่ม แต่คือความตั้งใจที่จะทำให้คนเข้าถึงแคมเปญส่งเสริมการอ่าน ยกระดับประสบการณ์ของผู้อ่าน ตลอดจนกระตุ้นให้ผู้คนหันมาอ่านหนังสือกันมากขึ้น ดังคำกล่าวที่ระบุไว้ในบทความจากหนังสือพิมพ์พีเพิลส์ เดลีของจีนว่า “ในเชิงอุดมคติ การอ่านควรจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ พอๆ กับการกินอาหารและการนอน”

(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมร้านหนังสือริมหน้าผา ในเมืองเหอฉือ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้อของจีน วันที่ 30 ส.ค. 2025)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...