โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ ซื้อขายในกรอบ 32.00-32.70 จับตาประชุมธนาคารกลางหลัก

The Better

อัพเดต 27 เม.ย. เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. เวลา 04.29 น. • THE BETTER

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.44 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 31.99-32.51 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯที่ปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน

ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงครอบงำบรรยากาศการลงทุน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านแต่ระบุว่าเขาไม่เร่งรีบที่จะยุติสงครามและได้สั่งโจมตีเรือของอิหร่านที่กำลังวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันรายงานที่ว่าอิหร่านกำลังเพิ่มการวางทุ่นระเบิดได้ยกระดับความเสี่ยงในตลาดอีกทางหนึ่ง โดยแม้ว่าการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนจะถูกขยายออกไปอีกสามสัปดาห์ แต่อิหร่านดูเหมือนจะยังปฏิเสธการเจรจาสันติภาพเพิ่มเติมกับสหรัฐฯในระยะนี้ ทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 7,159 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 4,257 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่า ธนาคารกลางรายใหญ่สี่แห่งจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะทดสอบความอดทนของผู้ดำเนินนโยบายการเงิน นำโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ขณะตลาดคาดว่าภาพดังกล่าวอาจเปลี่ยนไปในการประชุมรอบถัดไปในเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ดี ในกรณีของญี่ปุ่นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังคงติดลบอย่างมีนัยสำคัญเพิ่มความเสี่ยงที่ว่าโทนการสื่อสารของบีโอเจอาจกระตุ้นแรงขายเงินเยนรอบใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นต้องเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินในที่สุด

สำหรับปัจจัยในประเทศ กรุงศรีคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.00% ในวันที่ 29 เมษายน แม้แรงกดดันจากเงินเฟ้อด้านต้นทุนเป็นขาขึ้น แต่การประคองเศรษฐกิจยังจำเป็น ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบภาคการผลิต การท่องเที่ยว และกำลังซื้อของครัวเรือน ทางด้าน Moody’s ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยขึ้นเป็นมีเสถียรภาพ (Stable) จากเชิงลบ (Negative) และคงอันดับเครดิตประเทศที่ Baa1 โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากภาษีการค้าลดลงและการลงทุนเริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างยังเป็นปัจจัยกดดันแนวโน้มในระยะกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...