โกดังเก่าคืนชีพ! รีโนเวตสู่ "สนามพิกเคิลบอล" สุดฮิต รับเทรนด์สปอร์ตดาวรุ่งปี 2026
จากกีฬาเฉพาะกลุ่ม สู่ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่“พิกเคิลบอล (Pickleball)” กีฬาลูกผสมระหว่างเทนนิส แบดมินตัน และปิงปอง กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในไทย หลังจำนวนผู้เล่น สนาม และคอมมูนิตี้ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
เดิมทีพิกเกิลบอลเริ่มเข้ามาในไทยก่อนปี 2020 ในวงจำกัด โดยกลุ่มผู้เล่นหลักคือชาวต่างชาติ (Expat) และคอมมูนิตี้ขนาดเล็ก ทำให้การรับรู้ในกลุ่มคนไทยยังอยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา กีฬาแนว recreational ที่เล่นง่ายและใช้พื้นที่ไม่มาก เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้พิกเกิลบอล“ติดสปีด” อย่างชัดเจน
ปัจจุบันปี 2026 พิกเกิลบอลในไทยเข้าสู่ช่วงเติบโตแบบก้าวกระโดด เห็นได้จากการเกิดขึ้นของสนามเฉพาะทาง คลับผู้เล่น รวมถึงการแข่งขันในระดับประเทศ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนและผู้ประกอบการอสังหาฯ เริ่มลงทุนพัฒนา facility รองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น
[caption id="attachment_1542376" align="alignnone" width="2508"]
สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย[/caption]
ดึงโกดังเก่า ทำสนามกีฬาในร่ม เทรนด์ใหม่ที่ “โตตามกีฬา”
สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โกดังถูกดัดแปลงเป็น “สนามกีฬาในร่ม” เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแบดมินตัน ฟุตซอล เทนนิส หรือปีนผาจำลอง เนื่องจากจุดเด่นของอาคารประเภทนี้คือ
-พื้นที่โล่ง กว้าง เพดานสูง
-โครงสร้างรองรับการใช้งานหนักได้
-มักตั้งอยู่ในทำเลเดินทางสะดวก
อย่างไรก็ตาม “คลื่นใหม่” ที่มาแรงในช่วง 2–3 ปีล่าสุด คือ สนามพิกเคิลบอล (Pickleball) ซึ่งเริ่มเห็นการ รีโนเวตโกดังเพื่อรองรับกีฬาประเภทนี้อย่างชัดเจน
"การนำ “โกดังเก่า” และอาคารร้างมาปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ (Adaptive Reuse) ไม่ใช่เรื่องใหม่ในไทย โดยเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานกว่า 15-20 ปี ครอบคลุมตั้งแต่อาคารโรงงาน โรงเรียนเอกชน ไปจนถึงคลังสินค้าเก่า ซึ่งถูกพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ คาเฟ่ แกลเลอรี่ และออฟฟิศสมัยใหม่ โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพสูงริมแม่น้ำเจ้าพระยา"
พิกเคิลบอล ดันดีมานด์โกดังพุ่ง
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พิกเคิลบอลกลายเป็น “ตัวเร่ง” ของเทรนด์คืนฟื้น 'โกดังเก่า' มีหลายปัจจัย ได้แก่
1.พิกเคิลบอล ใช้พื้นที่ไม่มาก สนามมาตรฐานมีขนาดเพียง 9 x 18 เมตร โดยโกดังพื้นที่ประมาณ 500 ตร.ม. สามารถทำได้ 2 - 3 สนาม
2.ต้นทุนก่อสร้างไม่สูงและใช้พื้นที่ไม่มาก สร้างสนามได้เร็ว
การรีโนเวตโกดังเป็นสนามพิกเคิลบอล มีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,500 - 6,500 บาท/ตร.ม.
ยกตัวอย่าง หากพื้นที่โกดังประมาณ 500 ตร.ม. (เป็นขนาดโกดังที่นิยมนำมารีโนเวต) จะใช้งบลงทุนเพียง 2.25 - 3.25 ล้านบาท
3.เล่นง่าย เข้าถึงคนได้ทุกวัย อุปกรณ์ไม่แพง
พิกเคิลบอล เล่นง่าย เข้าถึงเร็ว กติกาไม่ซับซ้อน มือใหม่สามารถเริ่มเล่นได้ทันที เหมาะทั้งวัยทำงานและผู้สูงอายุ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สังคม เป็นกีฬาเชิงคอมมูนิตี้ เล่นเป็นกลุ่ม และสร้างเครือข่ายได้
อีกแรงหนุนสำคัญคือการจัดตั้ง สมาคมกีฬาพิคเคิลบอลแห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการในปี 2568 ภายใต้การรับรองของ การกีฬาแห่งประเทศไทย ส่งผลให้การแข่งขันมีมาตรฐาน และช่วยเร่งกระแสความนิยมอย่างรวดเร็ว
ทำเล-ผู้เล่นในตลาด เปลี่ยนสู่ “รอบนอกกรุงเทพฯ”
สุรเชษฐ อธิบายเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ "สนามพิกเคิลบอล" ในไทยส่วนใหญ่เป็น“กลางแจ้ง” หรือสร้างใหม่บนที่ดินเปล่า แต่ปัจจุบันเริ่มย้ายเข้ามาอยู่ในโกดังมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนและเพิ่มประสบการณ์การเล่น
ส่วนในด้านทำเล พบว่า พื้นที่ชั้นในเมืองเริ่ม “หายากและราคาสูง” การพัฒนาใหม่จึงขยับไปยังกรุงเทพฯ รอบนอก เป็นหลัก
ขณะที่ “ผู้ซื้อ/ผู้ลงทุน” ส่วนใหญ่ยังเป็น นักลงทุนไทย หรือนิติบุคคลไทย โดยยังไม่เห็นบทบาทของนักลงทุนต่างชาติในเซ็กเมนต์นี้อย่างมีนัยสำคัญ
แนวโน้มระยะยาว โตต่อ หรือแค่กระแสชั่วคราว?
ภาพรวมแนวโน้มการสร้างสนามพิกเคิลบอลยัง “ขึ้นอยู่กับความนิยมของกีฬา” เป็นหลัก
ระยะสั้น พิกเคิลบอลยังอยู่ในช่วงขาขึ้น สนามมีโอกาสเพิ่มต่อเนื่อง
ระยะกลาง - ยาว อาจเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว หากความนิยมลดลง ไม่มีการแข่งขันต่อเนื่อง หรือไทยไม่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ
ปรากฏการณ์นี้ไม่ต่างจากกีฬาประเภทอื่นในอดีต ที่ “กระแสขึ้นลงตามผลงานและความนิยม”