โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ไฟปริศนา! โหมไหม้สวนลำไยจันทบุรี วอด 8 ไร่ สูญครึ่งล้าน

สยามรัฐ

อัพเดต 51 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่ 4 ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เพื่อตรวจสอบเหตุไฟไหม้สวนลำไยของชาวบ้าน หลังมีการโพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ วิงวอนขอรถฉีดน้ำแรงดันสูง เพื่อเร่งช่วยเหลือต้นลำไยที่ถูกไฟคลอกอย่างหนัก หวังให้ยังมีโอกาสรอดชีวิตจากความเสียหายที่เกิดขึ้น

ในที่เกิดเหตุพบคุณแอน สุขพงษ์ไทย อายุ 50 ปี เจ้าของสวน ซึ่งเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว และนายพิเชษฐ สุขพงษ์ไทย หรือ “น้องอาร์ม” อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็นลูกชาย ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบความเสียหายภายในสวนลำไยเนื้อที่รวม 16 ไร่ โดยพบร่องรอยความเสียหายจากไฟไหม้เป็นวงกว้าง พื้นที่จำนวน 8 ไร่ถูกไฟเผาเสียหายจนกลายเป็นร่องรอยสีดำของเถ้าถ่าน ตัดกับพื้นที่สวนที่ยังเหลืออยู่ในสภาพเขียวขจีอย่างชัดเจน

เปลวไฟยังส่งผลให้ความร้อนแผ่กระจายไปยังพื้นที่ข้างเคียง ทำให้ต้นลำไยอีกฝั่งใบแห้งเหี่ยวเสียหายเป็นแนวยาว หากไม่มีถนนกั้นพื้นที่ไว้ คาดว่าสวนทั้งหมดอาจถูกไฟเผาวอดทั้งแปลง

นายพิเชษฐ หรือ “น้องอาร์ม” เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. ขณะตนกำลังเดินทางกลับบ้าน ได้รับโทรศัพท์จากมารดาว่าเกิดเหตุไฟไหม้สวนลำไย ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก ก่อนรีบเดินทางกลับมาดูพื้นที่

แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลทรายขาวจะนำรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุจำนวน 2 คัน แต่ด้วยสภาพอากาศที่มีลมกระโชกแรง ประกอบกับใบลำไยแห้งที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เผาทำลายสวนลำไยอายุประมาณ 15 ปี ที่กำลังติดดอกเต็ม 100% จนยืนต้นตายเสียหายกว่า 8 ไร่

โดยความเสียหายดังกล่าว หากสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ จะมีมูลค่าประมาณ 3–4 แสนบาท แต่กลับถูกไฟเผาทำลายจนหมดสิ้น นอกจากนี้ยังสร้างความเสียหายต่อระบบท่อน้ำ PVC ใต้ดินที่ถูกความร้อนจนหลอมละลายทั้งระบบ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้

น้องอาร์มกล่าวทั้งน้ำตาว่า ปีนี้สวนลำไยติดดอกสวยมากและครอบครัวตั้งความหวังไว้สูง แต่ต้องสูญเสียไปกับเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ อีกทั้งยังต้องแบกรับภาระต้นทุน ทั้งค่าครองชีพและค่าน้ำมันดีเซลที่เพิ่มสูงขึ้นในการสูบน้ำเข้าสวน รวมถึงปัญหาภัยแล้งที่ทำให้น้ำในบ่อเริ่มแห้งขอด ยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อนหนักขึ้นไปอีก

เบื้องต้นครอบครัวสุขพงษ์ไทยได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างรอผลสรุปสาเหตุที่แน่ชัด

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวได้ฝากวิงวอนผ่านสื่อมวลชน ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการสนับสนุนการซ่อมแซมระบบท่อน้ำภายในสวน แทนการชดเชยเป็นต้นพันธุ์ รวมถึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการขุดเจาะบ่อบาดาลส่วนกลาง เพื่อบรรเทาวิกฤตภัยแล้งที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเผชิญเป็นประจำทุกปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...