โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Michael รีวิว: จดหมายรักถึงราชาเพลงป๊อป ที่แฟน MJ ยังไงก็ต้องดู

LSA Thailand

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Lifestyle Asia Thailand
Michael

หนัง Michael เปรียบเสมือนการเตือนความจำว่า The King of Pop ก็จากเราไปราว ๆ 17 ปีได้แล้ว ไม่ว่าจะสถานะ The Jackson 5 หรือศิลปินเดี่ยว เราก็คิดถึงเขาเสมอ ก่อนอื่นต้องบอกว่า ในฐานะผู้เขียนที่เติบโตมาได้เห็น ไมเคิล แจ็คสัน (Michael Jackson) ในจุดพีคสุด ๆ กับอัลบั้ม Dangerous โดยที่แฟน ๆ ชาวไทยในยุคนั้นคงได้ดูคอนเสิร์ต Dangerous World Tour Live in Bangkok 1993 ที่จัดถึง 2 รอบที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 24-25 สิงหาคม พ.ศ. 2536 (1993) เป็นปรากฏการณ์ที่ใครได้ดูทันคงจะน่าอิจฉาไม่น้อย

Related articles

The Convenience Store รีวิว: ยินดีต้อนรับสู่กะดึก… ที่อาจไม่มีวันได้ออกเวร

Lee Cronin’s The Mummy รีวิว: การคืนชีพใหม่ที่ดิบและสยองจนแทบหยุดหายใจ

Spoiler Alert!!! Michael (อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบ้างแต่ไม่ถึงขั้นเปิดทุกอย่าง) Lifestyle Asia rating: 4/5

ประเภท: ชีวิต, เพลง

นักแสดงนำ:

  • Jaafar Jackson รับบท Michael
  • Nia Long รับบท Katherine Jackson
  • Colman Domingo รับบท Joseph Jackson
  • Kendrick Sampson รับบท Quincy Jones
  • KeiLyn Durrel Jones รับบท Bill Bray
  • Juliano Valdi รับบท Young Michael
  • Miles Teller รับบท John Branca

ผู้กำกับ: Antoine Fuqua

เวลา: 2 ชั่วโมง 7 นาที

ดูได้ที่ไหน: ทุกโรงภาพยนตร์

ดูได้เมื่อไหร่: 23 เมษายน 2026

Photo Credit: Glen Wilson/Lionsgate via Website

ตอนที่ได้ยินครั้งแรกว่าจะมีการทำภาพยนตร์ในชื่อ“Michael” ก็ทำให้แฟน ๆ ทั่วโลก รอคอยว่า มันจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร จะมีเรื่องคดีมาเกี่ยวข้องไหม มีเรื่องครอบครัว และเรื่องราวตั้งแต่วัยเด็กของ ไมเคิล ที่อยู่วงการบันเทิงมาถึง 40 ปี จนเขาเสียชีวิต อย่างไร? คงเล่าในหนังเรื่องเดียวก็คงไม่หมดอย่างแน่นอน ดังนั้น เราจะมาดูหนังเรื่องนี้จะมอบประสบการณ์อะไรให้กับแฟน ๆ บ้าง อ่านรีวิว ได้ที่แห่งนี้

สิ่งที่เราชอบ Michael

ก่อนจะเล่าถึงเรื่องราวในภาพยนตร์ ได้ลองไปเช็คกระแสต่าง ๆ ของคำวิจารณ์ที่เมืองนอกส่วนใหญ่จะออกมาไม่ค่อยดีนัก โดยความเห็นส่วนใหญ่จะไปทางที่แบบว่า หนังเรื่องนี้เหมือนกลายเป็น “ฟอกขาว” ให้กับคดีต่าง ๆ ของ ไมเคิล ประเด็นดรามาส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่ตัวของไมเคิลและพ่อของเขาเองคือ โจเซฟ แจ็คสัน ผู้ผลักดันวง The Jackson 5 จนประสบความสำเร็จระดับโลก แต่ในเบื้องหลังซ่อนความเผด็จการมากมายที่ตัวหนังอาจจะเล่าได้ในระดับนึง

แม้ว่า นักวิจารณ์ต่าง ๆ อาจจะไม่ได้ถูกใจหนังเรื่องนี้มากนัก แต่เข้าใจว่าส่วนหนึ่งด้วยคดีของไมเคิล เองก็ผูกกับคนที่ยังมีชีวิตอีกหลายคน รวมถึงมีเงื่อนไขบางอย่างที่ห้ามนำเสนอเกี่ยวกับล่วงละเมิดทางเพศ จอร์แดน แชนด์เลอร์ (Jordan Chandler) วัย 13 ปี ณ เวลานั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่ ผู้กำกับ อองตวน ฟูคัว (Antoine Fuqua) ต้องมีการรื้อถ่ายใหม่ในช่วงกลางปีที่แล้ว โดยต้องควักเงินทุนเพิ่มถึง 15 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการเปิดเผยของสื่อ Variety เพราะดราฟท์แรกจริง ๆ ไม่ใช่หน้าตาเป็นแบบนี้ ซึ่งตัวหนังจะพูดถึงคดีละเมิดทางเพศ แล้วก็ย้อนอดีตชีวิตซูเปอร์สตาร์มาจนถึงคดีที่ทำให้ชีวิตเขาต้องเจอมรสุมไม่น้อย แต่สุดท้ายดราฟท์นี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะเกี่ยวกับแง่กฎหมายที่ไม่สามารถให้การถ่ายทำนี้เผยแพร่ได้นั้นเอง

Photo Credit: Glen Wilson/Lionsgate via Website

ตัดภาพกลับมาที่ตัวหนังสมบูรณ์แบบในปัจจุบันถ้าคุณเป็นแฟนของ ไมเคิล แจ็คสัน เชื่อว่าคุณจะต้องมีความสุขไม่น้อย เหมือนได้ดูคอนเสิร์ตต่าง ๆ ผ่านตัวหนังในแต่ละยุคของ “ราชาเพลงป๊อป” โดยตัวหนังจะเล่าตั้งแต่วง The Jackson 5 ว่าพวกเขาเป็นมาอย่างไร แต่แน่นอนดรามาในหนังเรื่องนี้อย่างเดียวที่ทำให้นักวิจารณ์ไม่ถูกใจนั้นก็คือพ่อของเขานั้นเอง ที่เปรียบเสมือนตัวร้ายของหนัง ซึ่งถ้าคุณสังเกตในหนัง ตัวไมเคิล จะไม่เคยเรียกพ่อว่า “พ่อ” กลายเป็นเหมือนเด็กคนนึงที่ทำงานรูปแบบบริษัทอย่างไรอย่างนั้น

ตัวหนังก็จะหยิบจับประเด็น ๆ ที่เราอาจจะเคยได้ยินจากข่าว เช่น ฉากที่พ่อใช้สายเข็มขัดฟาดที่ไมเคิล หรือ เขามักจะเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก ซึ่งคุณก็จะได้เห็นภาพมากขึ้นจากที่คุณอาจจะเคยอ่านประวัติหรือเห็นตามหน้าสื่อของเขา ว่าจริง ๆ ช่วงเวลานั้นเป็นอย่างไร อีกทั้งเราก็ไม่อยากให้คำวิจารณ์ของหนังมาทำให้คุณต้องอคติต่อหนังแล้วละเลยอะไรไป เพราะแค่คุณได้เห็นฉากทัศน์ของการแสดงคอนเสิร์ตต่าง ๆ ผมก็เชื่อว่าหลายคนก็คงแอบร้องเพลงตามไปแล้วไม่มากก็น้อย

แล้วบทบาทการแสดงของ จาฟาร์ แจ็คสัน (Jaafar Jackson) ก็เหมือนปลุกวิญญาณ ไม่เคยมาอีกครั้ง จนรู้สึกได้ว่าบางมุม นี่มันไมเคิล กลับชาติมาเกิดชัด ๆ หรือแม้แต่ไมเคิลในวัยเด็กอย่าง จูเลียโน วัลดี (Juliano Valdi) ก็ทำได้ดีเช่นกัน ยิ่งฉากนำเสนอช่วงมิวสิควีดีโอหนังสั้น “Thriller” ที่ใส่ชุดแดงในตำนาน มันชวนขนลุกเสียจริง ๆ ยังไม่นับตอนที่ทำอัลบั้มแรก “Off The Wall” ที่เราได้เห็นขบวนการเบื้องหลังมากมาย ราวกับตัวเองได้เห็นการทำงานต่าง ๆ มีที่มาเป็นอย่างไร ยังไม่นับเบื้องหลังการที่กดดันที่ทำให้ MV เพลง Thriller ไปลงใน MTV ให้ได้ แม้เราไม่รู้ว่าจริงบทสนทนาพูดกันแบบนั้นไหม แต่ก็ทำให้เราเห็นภาพได้ดีเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีอีกหลายฉากที่เราอยากให้คุณได้สัมผัสด้วยตัวเอง

Photo Credit: Courtesy of Lionsgate via Website

และอีกบทบาทหนึ่งที่ต้องชื่นชมคือ บอดีการ์ด ข้างกายอย่าง บิล เบรย์ ที่นำแสดงโดย เคย์ลิน เดอร์เรล โจนส์ (KeiLyn Durrel Jones) ที่เล่นออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเปรียบเสมือนเงาตามตัวของ ไมเคิล ตั้งแต่วง The Jackson 5 ไปจนถึงช่วงที่โตเป็นหนุ่มซูเปอร์สตาร์ไปแล้ว เรียกได้ว่าเหมือน “พ่อ” อีกคนได้เลย ซึ่งถ้าคุณเป็น FC ไมเคิลคุณจะรู้ว่าในชีวิตจริง คุณ บิล เบรย์ ทำงานกับไมเคิล จนถึงช่วงอัลบั้ม Dangerous เลยก็ว่าได้ เรียกได้เกือบครึ่งนึงของชีวิตเลยก็ว่าได้

เอาเป็นว่าเป็นหนังสองชั่วโมงที่คุณจะได้ปล่อยจอยปล่อยตัวไปกับเสียงเพลงและเรื่องราวเบื้องหลังในยุคนั้นได้อย่างสนุกสนาน แต่ในอีกมุมนึงชีวิตของไมเคิล ก็ไม่ค่อยมีเพื่อนที่เป็นมนุษย์มากนักอย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้น เพราะคุณจะได้เห็นสัตว์ต่าง ๆ ในบ้านไม่ว่า ลามะ ยีราฟ งู และลิงชิมแพนซี จนรู้สึกว่าได้ว่า คนที่สร้างความสุขให้คนอื่น แต่ตัวเองดันเหมือนว่างเปล่าในจิตใจ แต่ก็นั้นแหละ เพราะเขาคือ MJ The King of Pop ที่เป็นสถานะที่ใครก็ไม่สามารถพรากไปจากเขาได้ ต่อให้ศิลปินรุ่นใหม่จะโผล่มามากแค่ไหนก็ตาม เพราะเขาก็คือไอดอลของคนรุ่นถัดไป แบบไม่มีที่สิ้นสุด

Enjoy The Movie!

สิ่งที่เราไม่ชอบ

ส่วนตัวประเด็นคดีที่ใส่ไม่ได้ในหนังก็พอเข้าใจ เพราะถ้าสามารถทำได้ เชื่อว่าจะทำให้หนังเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ที่ไม่ใช่เพียงแค่มีประเด็นแค่กับพ่อเขาเอง แล้วตามที่เราเข้าใจคือ ภาพยนตร์ “Michael” มีแผนที่จะทำภาค 2 จึงทำให้ตัวหนังเองไปไม่สุดในแง่การเล่นประเด็นที่เข้มข้น เหมือนแตะนิดหน่อยให้พอรู้ว่าช่วงเวลานั้นเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้ขยี้อะไรต่อมากนัก แล้วไปเก็บไว้ในภาค 2 ที่อาจจะใส่ประเด็นบางอย่างมากขึ้นนั้นเอง ซึ่งตัวผู้เขียนก็หวังว่าเราจะเห็นอะไรมากขึ้นจากภาคแรกในประเด็นบางอย่างที่ตัวหนังเองยังไม่ได้นำเสนอในภาคนี้

Photo Credit: Glen Wilson/Lionsgate via Website

เรื่องย่อ Michael

ภาพยนตร์ชีวประวัติ Michael (2026) บอกเล่าเรื่องราวการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของราชาเพลงป๊อป Michael Jackson โดยเริ่มตั้งแต่สมัยเด็กในวง The Jackson 5 ภายใต้การเคี่ยวเข็นของพ่อ จนถึงยุคทองที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยอัลบั้ม Thriller และการก้าวเข้าสู่การทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกช่วงปี 1988 ซึ่งตัวหนังมุ่งเน้นไปที่อัจฉริยภาพทางดนตรี เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานระดับตำนาน และความสัมพันธ์อันซับซ้อนภายในครอบครัวแจ็คสัน ผ่านการแสดงของ Jaafar Jackson หลานชายแท้ ๆ ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณและการเต้นออกมาได้อย่างสมจริงที่สุด

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Hero & Featured Photo Credit: Liongate Publicity via Website

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...