โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จี้พลังงานคุมเพดานค่าการกลั่น-ค่าการตลาดน้ำมัน

The Better

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 07.10 น. • THE BETTER
สมาพันธุ์ขนส่งตบเท้าเข้าพบ‘เอกนัฏ’ ยื่น 8 ข้อแก้วิกฤตพลังงาน รื้อโครงสร้างราคาทั้งระบบ อยากเห็นผลงานภายใน 6 เดือน เตรียมหารือสมาชิกทบทวนค่าขนส่งหลังดีเซลลด 10 บาท

ดร.ทองอยู่ คงขันธุ์ ประธานสมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังเข้าพบนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ว่า ได้ยื่นข้อเสนอ 8 ประเด็นหลักเพื่อแก้ปัญหาวิฤตพลังงาน ได้แก่1.การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งระบบ น้ำมัน ไฟฟ้า ก๊าซ โดยทันทีและเร่งด่วนให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

2. ขอให้ใช้ราคาต้นทุนที่แท้จริง หน้าโรงกลั่นในประเทศไทย (COST PLUS) โดยแยกเป็นราคาบริโภคและราคาขายภายในประเทศเพื่อคนไทย ต้องเป็นต้นทุนที่แท้จริง ถ้าจะใช้ราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์เป็นทุนสมมติ (ค่าใช้จ่ายทิพย์) ควรใช้เฉพาะการส่งออกน้ำมันเท่านั้น

3. กำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาดเป็นเพดานสูงสุดไม่เกินราคาที่ประกาศกำหนดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เช่น ค่าการกลั่นน้ำมันดีเซล1.50 บาท/ลิตร น้ำมันเบนซิน 1.80 บาท/ลิตร (ถ้ามีเหตุจำเป็นที่จะต้องเพิ่มสูงกว่าเพดาน ให้ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นเหล่านั้นมาให้คณะกรรมการพิจารณาเป็นครั้งคราวไป)

4.ขอให้รัฐบาลและกระทรวงพลังงานพิจารณายกเลิกกองทุนน้ำมัน หลังจากที่กองทุนน้ำมัน ใช้หนี้หมดแล้วเพราะเป็นช่องว่างทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นและไม่ได้ทำหน้าที่ตามบทบัญญัติของกฎหมาย คือ ไปประกันรายได้ให้กลุ่มทุนธุรกิจพลังงาน

5. รัฐบาลต้องออก พระราชกำหนดภาษีลาภลอย นำเงินจากธุรกิจพลังงานเก็บจากโรงกลั่นคืนเข้ากองทุนน้ำมันหรือปรับเป็นรายได้ของรัฐในช่วงวิกฤตพลังงานที่ผ่านมา

6. รัฐบาลไม่ควรออก พระราชกำหนดเงินกู้จำนวน1.5 แสน ล้านบาท เพื่อไปชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และไปสนับสนุนกลุ่มทุนธุรกิจพลังงาน หรือโรงกลั่น เป็นการสร้างภาระหนี้ให้กับรัฐบาลและประชาชนโดยไม่จำเป็น

7. รัฐบาลต้องทำความจริงให้ปรากฏเกี่ยวกับไอ้โม่ง (ผู้ต้องหา), ผู้กักตุนน้ำมัน, น้ำมันที่หายออกจากระบบ, น้ำมันที่ลักลอบการส่งออกไปยังประเทศที่สาม เพราะเหล่านั้นเป็นเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของประชาชน และดำเนินคดียึดทรัพย์หรือนำเงินทั้งหมดมาคืนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

และ8. รัฐบาลต้องเปลี่ยนแปลงระบบการขนส่งน้ำมันทั้งระบบ LOGISTICS FEEDER หรือ ชิปโหมด Ship mode ที่มีต้นทุนต่ำสุด เช่น การขนส่งทางท่อเต็มรูปแบบ มี HUP&SPOKE คลังขนาดใหญ่ หัวเมืองหลักทุกภูมิภาค การขนส่งทางน้ำ เรือ TANKER ท่าเทียบเรือชายฝั่ง คลังน้ำมันขนาดใหญ่ ภาคใต้ ภาคตะวันออก การขนส่งทางรถไฟในแต่ละขบวนในระบบทางคู่ ขนาดราง 1.435 เมตร รวมถึงระบบการขนส่งทางรถยนต์ ไปยังคลังและปั๊มน้ำมันตลอดถึงการส่งออกการค้าชายแดนผ่านแดนและข้ามแดน ยังประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้จากการหารือรมว.พลังงานได้ให้การยืนยันว่าจะเข้าไปดูการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการจัดการโรงกลั่น ในประเด็นผลประโยชน์ที่ผู้ประกอบการโรงกลั่นได้รับในช่วง 2 สัปดาห์ที่เกิดวิกฤตพลังงานเดือนมี.คงที่ผ่านมา จะดำเนินการอย่างไรทำให้เกิดความเป็นธรรม

“รมว.พลังงานแจ้งว่าจะตามเช็คบิลกลุ่มที่ได้ประโยชน์ในช่วง ที่เกิดวิกฤตเดือนมี.ค. ซึ่งตรวจสอบกันได้ สามารถเรียกคืนมาได้ โดยการเข้าพบครั้งนี้ทางรมว.รับฟังปัญหาที่ได้เสนอไป และมีความกล้าที่จะแก้ปัญหา โดยทางสมาพันธ์ได้ให้กำลังใจท่าน และทำงานด้วยความซื่อสัตย์ เรามาครั้งนี้มีความหวังอยากให้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจังไม่เกรงกลัวอิทธิพลกลุ่มธุรกิจพลังงาน ส่วนเรื่องไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน เชื่อว่ายังมีน้ำมันที่หายไปมากกว่าที่เป็นข่าวมีคนมองว่าหายไปถึง 1 พันล้านลิตร ก็ต้องไปตรวจสอบให้หมด”

ดร.ทองอยู่ กล่าวว่า เดือนพ.ค.จะมีการประชากับกลุ่มสมาพันธ์ขนส่งถึง การพิจารณาปรับค่าขนส่งภายหลังดีเซลทยอยปรับลดลงต่อเนื่อง จากระดับ 50 บาทมาอยู่ที่ 40 บาท โดยก่อนหน้านี้ได้มีการปรับค่าขนส่งไป 2 ครั้งคือวันที่ 1 เม.ย. และ 6 เม.ย. แต่ก็มีการเพียงบางส่วนเท่านั้นไม่ใช่ทั้งหมด

ทั้งนี้เงื่อนไขในการพิจารณาต้องดูว่ารัฐบาลมีนโยบายเรื่องพลังงานเป็นอย่างไร ทั้งการแก้วิกฤตพลังงาน น้ำมันต้องไม่ขาดแคลน รวมถึงสถานการณ์ต่างประเทศ ราคาน้ำมันโลกมีทิศทางเป็นอย่างไร โดยเชื่อว่าดีเซลระดับ 30 บาทคงไม่กลับไปที่เดิมอีก เป็นเรื่องที่ยาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...